เกินครึ่งของพนักงานไทยไม่ประทับใจ Onboarding
ข้อมูลจาก Robert Walters ประเทศไทย เปิดเผยว่าเพียง 15% ของผู้เชี่ยวชาญในไทยให้คะแนนประสบการณ์ Onboarding ว่า “ยอดเยี่ยม” ขณะที่ 35% บอกว่าอยู่ในระดับ “ปานกลาง” และ 16% ระบุว่า “แย่หรือแย่มาก” ตัวเลขนี้ชี้ว่าองค์กรไทยยังมีช่องว่างอีกมากในการปรับปรุงกระบวนการต้อนรับและผสานพนักงานใหม่เข้าสู่องค์กร
ความเชื่อมโยงที่มองข้าม: Onboarding กับอัตราการลาออก
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือมีเพียง 29% ของพนักงานที่บอกว่าประสบการณ์ Onboarding ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรต่อไป ช่องว่างระหว่างการสนับสนุนจากหัวหน้างานโดยตรง (71% รู้สึกได้รับการสนับสนุน) กับความผูกพันระยะยาว (29% เท่านั้น) สะท้อนว่าองค์กรยังไม่สามารถเปลี่ยน Onboarding ให้เป็นเครื่องมือสร้างความผูกพันที่แท้จริง
ทำไม Onboarding จึงล้มเหลว: มองลึกลงไปที่สาเหตุ
กับดักของ “งานธุรการที่ต้องทำให้เสร็จ”
Punyanuch Sirisawadwattana ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Robert Walters ชี้ว่าบริษัทหลายแห่งยังคงมองว่า Onboarding เป็นกระบวนการที่ต้องทำให้เสร็จ มากกว่าจะเป็นส่วนสำคัญของการนำบุคลากรใหม่เข้าสู่องค์กร ทัศนคตินี้ทำให้ Onboarding กลายเป็นเพียงการกรอกเอกสาร แนะนำกฎระเบียบ และส่งต่อให้หัวหน้างาน โดยขาดการออกแบบประสบการณ์ที่น่าจดจำ
ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุด: การสนับสนุนจากหัวหน้างาน
“หนึ่งในช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดคือการสนับสนุนจากหัวหน้างาน” Punyanuch กล่าว โดยเน้นว่าหัวหน้างานโดยตรงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พนักงานใหม่ปรับตัวและสร้างความมั่นใจ หัวหน้างานต้องรับผิดชอบกระบวนการ Onboarding มากขึ้น ด้วยการให้การฝึกอบรมที่เหมาะสม กำหนดความคาดหวังที่ชัดเจน และจัดประชุมกับพนักงานใหม่อย่างสม่ำเสมอ
แนวทางที่องค์กรชั้นนำใช้เพื่อพลิกเกม Onboarding
สร้างความชัดเจนตั้งแต่วันแรก
พนักงานใหม่ต้องเข้าใจว่าสิ่งใดถูกคาดหวังจากพวกเขา ลำดับความสำคัญคืออะไร และความสำเร็จในบทบาทของพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไร ความชัดเจนนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนและช่วยให้พนักงานมีประสิทธิภาพเร็วขึ้น
ขยายกรอบเวลาจาก 90 วันสู่การดูแลระยะยาว
Robert Walters แนะนำให้องค์กรขยายมุมมอง Onboarding จากวันแรกๆ ไปสู่กระบวนการระยะยาว โดย 90 วันแรกมีความสำคัญเป็นพิเศษ แม้ว่ากฎหมายแรงงานไทยจะอนุญาตให้มีระยะทดลองงานได้ถึง 119 วันก็ตาม การช่วยให้พนักงานเปลี่ยนจากช่วงเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ ไปสู่การมีส่วนร่วมและทำงานได้อย่างอิสระใน 90 วันแรก เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ตัวแทนของมนุษย์
เทคโนโลยีและ AI สามารถทำให้ Onboarding มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น แต่ควรเป็นตัวสนับสนุน ไม่ใช่ตัวแทนของการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ พนักงานต้องการรู้สึกเชื่อมโยงกับทีมและหัวหน้างานเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและประสบความสำเร็จในบทบาทของตน
กรณีศึกษาจากแนวปฏิบัติที่ดี
การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งตั้งแต่วันแรก
มาตรการง่ายๆ เช่น ข้อความต้อนรับเฉพาะบุคคล การแนะนำพนักงานใหม่ให้รู้จักเพื่อนร่วมงานและผู้นำอาวุโส และการติดตามอย่างสม่ำเสมอว่าพวกเขาปรับตัวได้อย่างไร สามารถช่วยเสริมสร้างความผูกพันและการรักษาพนักงานได้ มาตรการเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ต้องมีความตั้งใจและความสม่ำเสมอ
การยอมรับว่าเวลาที่ใช้ในการพัฒนาไม่ใช่การสูญเสียผลิตภาพ
การสำรวจพบว่าประมาณหนึ่งในสี่ของพนักงานบอกว่าพวกเขาต้องใช้เวลา 3-6 เดือนกว่าจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในบทบาทใหม่ สำหรับพนักงานระดับอาวุโสหรือระดับผู้นำอาจต้องใช้เวลา 6-9 เดือน องค์กรควรมองว่านี่เป็นกระบวนการลงทุน ไม่ใช่การสูญเสียผลิตภาพ
Onboarding ที่ดีไม่ใช่แค่การต้อนรับที่อบอุ่นในวันแรก แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้พนักงานใหม่รู้สึกว่าพวกเขาเลือกถูกที่และต้องการอยู่ต่อ องค์กรที่ลงทุนในกระบวนการนี้จะเห็นผลตอบแทนในรูปของอัตราการลาออกที่ลดลงและความผูกพันที่เพิ่มขึ้น

Leave a Reply