Blog

  • การจัดการภาวะชะงักงันของซัพพลายเชนในเซ็นทรัล รีเทล: นวัตกรรมการคลังสินค้าอัตโนมัติและการสำรองสินค้าเชิงรุก

    การจัดการภาวะชะงักงันของซัพพลายเชนในเซ็นทรัล รีเทล: นวัตกรรมการคลังสินค้าอัตโนมัติและการสำรองสินค้าเชิงรุก

    เมื่อโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งระหว่างประเทศ บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก (Proactive Risk Management) คือสิ่งที่แยกผู้นำตลาดออกจากผู้ตาม วิกฤตสินค้าขาดสต็อกและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานทำให้ CRC ต้องพลิกโฉมระบบปฏิบัติการทั้งหมด

    การประยุกต์ใช้ AI ในการพยากรณ์อุปสงค์
    กลยุทธ์สำคัญที่ CRC ใช้คือการลงทุนในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Warehouse) และปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลการขายแบบเรียลไทม์ เมื่อเกิดสัญญาณความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ระบบจะสั่งการให้ศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคทำการจัดสรรสินค้าล่วงหน้า 24 ชั่วโมง วิธีนี้ช่วยลดปัญหาสินค้าหมดสต็อก (Out-of-Stock) ในหน้าร้านได้ถึงร้อยละ 35

    กลยุทธ์ Multi-Sourcing และ Local Heroes
    การพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศเดียวถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรง CRC ปรับเปลี่ยนนโยบายจัดซื้อมาเป็นแบบหลายแหล่ง (Multi-Sourcing) โดยหันไปสนับสนุนผู้ผลิตท้องถิ่น (Local Heroes) ในประเทศไทยมากขึ้น การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นเกราะป้องกันภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งเมื่อเกิดวิกฤต

    ข้อมูลอัปเดต: รายงานจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประจำปี 2026 ระบุว่าธุรกิจค้าปลีกที่ปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลซัพพลายเชนมีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 2 เท่า ข้อมูลนี้ตอกย้ำความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยีแม้ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fti.or.th

    การบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ (SRM)
    ในช่วงวิกฤต การจ่ายเงินชำระหนี้ตรงเวลาและการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่คู่ค้ารายย่อยกลายเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด CRC ใช้แนวทาง Collaborative Planning, Forecasting and Replenishment (CPFR) เพื่อแชร์ข้อมูลยอดขายให้ซัพพลายเออร์เห็นล่วงหน้า ทำให้โรงงานผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียวัตถุดิบและสต็อกส่วนเกิน

  • เบื้องหลังยักษ์ใหญ่ 38 ล้านเครื่องต่อปี TCL เผยโฉม Smart Factory โรงงาน AI ผลิตตลอด 24/7 ตอกย้ำคุณภาพระดับโลกที่ลูกค้ามั่นใจ

    เบื้องหลังยักษ์ใหญ่ 38 ล้านเครื่องต่อปี TCL เผยโฉม Smart Factory โรงงาน AI ผลิตตลอด 24/7 ตอกย้ำคุณภาพระดับโลกที่ลูกค้ามั่นใจ

    TCL Electronics (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ เครื่องปรับอากาศระดับโลก เปิดประสบการณ์สุด Exclusive ยกทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั้งสายเทคโนโลยีและ ไลฟ์สไตล์ นำโดย Extreme IT ตัวพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีของไทย พร้อมตัวแทนจำหน่ายลูกค้าคนสำคัญจากประเทศไทยบินลัดฟ้า สู่ประเทศจีน เพื่อเยี่ยมชมเบื้องหลังการผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL อย่างใกล้ชิด ผ่านโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศทั้ง 3 แห่งใน กว่างโจว เซินเจิ้น และจงซาน พร้อมสัมผัสมาตรฐานการผลิตระดับ World-Class ผ่าน TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะที่นำ AI และระบบอัตโนมัติ มาใช้ครอบคลุมกระบวนการผลิต 100% สามารถเดินสายการผลิต ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเครื่องปรับอากาศออกจาก สายการผลิต 1 เครื่องในทุก 7 วินาที และรองรับกำลังการผลิตรวมกว่า 38 ล้านเครื่องต่อปี

    นอกจากศักยภาพด้านกำลังการผลิตแล้ว TCL ยังให้ความสำคัญ กับการพัฒนาสู่การเป็นโรงงาน Carbon Neutral Factory ที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิออกจากกระบวนการผลิต “เท่ากับศูนย์” รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบ จัดการของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบเพื่อลดปริมาณของ เสียและนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สะท้อนแนวคิด ของโรงงานระดับ World-Class ที่ไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    บรรยากาศตลอดการเยี่ยมชมโรงงานทั้ง 3 แห่งเต็มไปด้วยความ ตื่นตาตื่นใจโดยกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ได้สัมผัสถึงเบื้องหลังการผลิตจริง ตั้งแต่ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ พร้อมเก็บภาพบรรยากาศและสรรสร้างคอนเทนต์ตลอดเส้นทางขณะที่ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายได้เห็นพัฒนาการของผลิตภัณฑ์ TCL ตั้งแต่ต้นทาง และสัมผัสด้วยตัวเองถึงมาตรฐานที่อยู่เบื้องหลังเครื่องปรับอากาศแต่ละ เครื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมงานกับ TCL มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “ ขาย TCL มานานมาก ต้องบอกว่าแอร์ TCL พัฒนามาไกลจริง ๆ ครับ ทั้งเรื่องคุณภาพ ตัวสินค้า และเทคโนโลยี พอได้มาเห็นโรงงานและกระบวนการผลิตจริงก็ยิ่งเห็นว่าข้างหลังมีการพัฒนาและลงทุนอย่างต่อเนื่อง ” 

    ทริปครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่คณะผู้บริหาร TCLจากทั้งประเทศจีนและประเทศไทยได้ร่วมให้การต้อนรับพาร์ตเนอร์จากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุย กระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด ผ่านการประชุมสุดยอด พันธมิตรทางธุรกิจเครื่องปรับอากาศประจำปี 2026 ภายใต้แนวคิด “TCL THE PARADIGM SHIFT” TCL Thailand Air Conditioner Strategic Business Partners Summit 

    พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองตลาด หารือทิศทางและแผนของ TCL Electronics (Thailand) ทั้งแผนเพิ่มฐานการผลิตในประเทศไทย การสนับสนุนคู่ค้า การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ตลอดจนการยกระดับบริการหลังการขาย ระยะเวลารับประกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดไทยในระยะยาว

    สำหรับ TCL การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์ได้ สัมผัสศักยภาพของ World-Class Manufacturing ด้วยตนเอง แต่ยังสะท้อนความแข็งแกร่งด้านการผลิตระดับโลกของ TCL ตั้งแต่ Smart Factory ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 38 ล้านเครื่องต่อปี ไปจนถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Zero Carbon ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน แผนการเติบโตของ TCL ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความ เชื่อมั่น และความแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    https://www.tcl.com/th

    https://www.facebook.com/TCLThailand

    #TCLACTheParadigmShift2026

    #ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • VRITIMES เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ยกระดับการสื่อสารดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมไซเบอร์เซคเคียวริตี้

    VRITIMES เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ยกระดับการสื่อสารดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมไซเบอร์เซคเคียวริตี้

    VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าว PR เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล แบงค็อก สุขุมวิท นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลยกระดับ Brand Awareness, SEO และ AIO เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรด้านความปลอดภัยไซเบอร์

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — 26 สิงหาคม 2026 — VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ชั้นนำ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบนิเวศเทคโนโลยี ด้วยการเข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล แบงค็อก สุขุมวิท (Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit) งานประชุมระดับภูมิภาคที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำองค์กร และผู้ทรงอิทธิพลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากทั่วประเทศไทย

    การร่วมงานในครั้งนี้ VRITIMES ได้นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์เซคเคียวริตี้ สามารถส่งต่อข้อมูล นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 พิลลาร์หลักของการสื่อสารยุคใหม่:

    Brand Awareness: VRITIMES ช่วยกระจายข่าวสารและประกาศสำคัญไปยังเครือข่ายสำนักข่าวชั้นนำ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มตัดสินใจระดับองค์กร (B2B) ได้อย่างตรงจุด

    Search Engine Optimization (SEO): การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อพันธมิตรของ VRITIMES ช่วยสร้าง Backlinks เพิ่มค่า Domain Authority ของเว็บไซต์องค์กร และดันอันดับคำค้นหาสำคัญบน Google ให้ติดอันดับได้ดียิ่งขึ้น

    Artificial Intelligence Optimization (AIO): ปรับแต่งเนื้อหาและข้อมูลของแบรนด์ให้รองรับการค้นหาของระบบ AI ช่วยให้ Search Engine ยุคใหม่ เช่น ChatGPT, Google AI Overviews, Gemini และ Perplexity สามารถดึงข้อมูลความจริงและบริการขององค์กรไปอ้างอิงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

    ตลอดการจัดงาน บูธของ VRITIMES ได้รับความสนใจจากผู้บริหารด้าน IT, CISO, นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน PR ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งทดลองใช้งานแดชบอร์ดของ VRITIMES การเข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ VRITIMES (สำนักงานใหญ่ ณ กรุงโตเกียว) ในการเป็นเครื่องมือการสื่อสารดิจิทัลที่คุ้มค่า และวัดผลได้สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • กลยุทธ์ผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัลปี 2569: ใช้สตอรีเทลลิงขายงานหัตถกรรมท้องถิ่นให้ปังบนอีคอมเมิร์ซ

    กลยุทธ์ผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัลปี 2569: ใช้สตอรีเทลลิงขายงานหัตถกรรมท้องถิ่นให้ปังบนอีคอมเมิร์ซ

    ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากยังเชื่อว่าการขายของออนไลน์เป็นเรื่องของสินค้าแฟชั่นหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ความจริงในปี 2569 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วโลกกลับเปิดทางให้สินค้าหัตถกรรมและงานฝีมือท้องถิ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะผู้บริโภคยุคดิจิทัลต้องการสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร และสามารถติดตามที่มาที่ไปได้

    ทำไมสตอรีเทลลิงคือหัวใจของงานคราฟต์ออนไลน์

    สินค้าท้องถิ่นมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติ เพราะเบื้องหลังทุกชิ้นมีเรื่องราวของชุมชน ช่างฝีมือ และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน การเล่าเรื่องเหล่านี้ผ่านภาพ วิดีโอสั้น และข้อความที่จริงใจช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้ซื้อได้ดีกว่าการโฆษณาแบบตรงไปตรงมา รายงานจาก CEA ปี 2569 ชี้ว่าสินค้าหัตถกรรมไทยที่มีการเล่าเรื่องผ่านวิดีโอความยาวไม่เกิน 60 วินาที มียอดขายบนแพลตฟอร์ม TikTok Shop และ Instagram สูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ไม่มีคอนเทนต์เรื่องราวถึง 3.2 เท่า (อ้างอิงข้อมูลได้ที่ https://www.cea.or.th)

    เลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

    ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกแพลตฟอร์ม แต่ต้องเลือกช่องทางที่เหมาะกับสินค้าและลูกค้าเป้าหมายของตนเอง เช่น หากสินค้าเป็นผ้าทอมือหรูหรา ควรเน้นที่ Etsy และ Instagram ซึ่งเป็นแหล่งรวมผู้ซื้องานคราฟต์จากยุโรปและอเมริกา แต่ถ้าเป็นของใช้ในครัวเรือนจากไม้ไผ่หรือเซรามิก แพลตฟอร์มอย่าง Shopee International และ Amazon Handmade อาจตอบโจทย์กว่า เนื่องจากมีเครื่องมือจัดการขนส่งข้ามประเทศที่ครอบคลุม

    เทคนิคคอนเทนต์ที่ทำให้ลูกค้ากดสั่งซื้อ

    วิดีโอเบื้องหลังการผลิต เช่น การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การแกะสลักไม้ทีละชิ้น หรือการปั้นดินด้วยมือเปล่า มีพลังมากกว่าภาพสินค้าสำเร็จรูปหลายเท่า เพราะผู้ชมได้เห็นความตั้งใจและความละเอียดอ่อนของช่างฝีมือ นอกจากนี้ การใช้ฟีเจอร์ไลฟ์สดเพื่อพูดคุยและสาธิตขั้นตอนการทำยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและกระตุ้นยอดขายได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อผู้ขายสามารถตอบคำถามเรื่องวัตถุดิบและขนาดสินค้าได้อย่างมั่นใจ

    ระบบชำระเงินและขนส่ง: อุปสรรคที่ต้องวางแผนล่วงหน้า

    การขายไปต่างประเทศต้องเตรียมพร้อมเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีนำเข้าปลายทาง และระยะเวลาจัดส่ง ผู้ประกอบการไทยควรศึกษากฎระเบียบของแต่ละประเทศและใช้บริการตัวกลางจัดการโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าเสียหายหรือการถูกปฏิเสธที่ด่านศุลกากร ในปี 2569 หน่วยงานภาครัฐไทยมีโครงการสนับสนุนค่าขนส่งระหว่างประเทศสำหรับสินค้าหัตถกรรมที่ได้มาตรฐานรับรอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้เฉลี่ยร้อยละ 18

    ตัวอย่างจริง: ร้านเซรามิกพื้นบ้านจากลำปาง

    ร้านเซรามิกเล็ก ๆ ในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เริ่มต้นขายออนไลน์ด้วยงบประมาณเพียง 5,000 บาท แต่ใช้เวลาถ่ายวิดีโอขั้นตอนการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนและการเขียนลายด้วยมือแบบล้านนา จนมียอดผู้ติดตามบน Instagram เกิน 80,000 คน และส่งออกไปกว่า 15 ประเทศภายในเวลา 1 ปี ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากการลงทุนโฆษณาจำนวนมาก แต่มาจากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและจริงใจเกี่ยวกับคุณค่าของงานฝีมือไทย

  • สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว” ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย

    สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว” ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย

    https://www.tcl.com/th
    https://www.facebook.com/TCLThailand

    #TCLACTheParadigmShift2026
    #ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม

    ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับ TCL Electronics (Thailand) ภายใต้แนวคิด “The Paradigm Shift” ที่ล่าสุดพา 2 พรีเซ็นเตอร์คู่รัก ครอบครัวอบอุ่น “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์” และ “แมทธิว ดีน” บินลัดฟ้าสวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี ประเทศจีน เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการเข้าเยี่ยมชม 3 โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศยักษ์ใหญ่ของ TCL ณ นครกว่างโจว จงซาน และ เซินเจิ้น พร้อมเจาะลึก TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะ ต้นแบบที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบ อัตโนมัติมาใช้ในไลน์การผลิตเครื่องปรับอากาศแบบ 100% เต็มรูปแบบ ตอกย้ำความมั่นใจในมาตรฐานความพรีเมียม ระดับโลกที่การันตีด้วย ยอดขายพุ่งทะยานสู่อันดับ 1

    บรรยากาศการเยี่ยมชมโรงงานเต็มไปด้วยความประทับใจและ ความหวานของคู่รักพรีเซ็นเตอร์ โดยทั้งคู่ได้ร่วมเจาะลึกทุกขั้นตอน การผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการประกอบชิ้นส่วน การทดสอบประสิทธิภาพ จนถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งทุก กระบวนการถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประณีตสูงสุด

    เมื่อถามถึงความประทับใจและขั้นตอนการผลิตที่ทำให้ต้องร้องว้าวมากที่สุด ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ เผยความรู้สึกว่า “เดียกับพี่แมทธิวว้าวมากกับโรงงาน TCL ที่นี่ค่ะ เพิ่งเคยเห็นไลน์ การผลิตแอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้หุ่นยนต์และระบบ AI ควบคุมและผลิตแบบ 100% เต็มพื้นที่ โดยหลายพื้นที่ในโรงงานแทบไม่ใช้คนอยู่ในไลน์ผลิต เลย ทุกอย่างทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นระเบียบ นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เดียประทับใจสุด ๆ คือเรื่องระบบ QC ตรวจสอบ คุณภาพที่พิถีพิถันมีการตรวจเช็กซ้ำหลายขั้นตอนอย่างเข้มงวดก่อนที่ แอร์ 1 เครื่องจะถูกปล่อยออกมาวางจำหน่าย ทำให้เรามั่นใจจริง ๆ ว่าแอร์ TCL ที่เราเลือกใช้ในบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พรีเมียมเต็มร้อยค่ะ”

    ด้าน แมทธิว ดีน กล่าวเสริมว่า “การได้มาเห็นโรงงาน TCL Smart Factory ด้วยตัวเองในครั้งนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมยอดขาย เครื่องปรับอากาศ TCL ถึงได้พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 เพราะนอกจากเรื่อง เทคโนโลยี AI สุดล้ำแล้ว TCL ยังใส่ใจในการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ที่มีความทนทาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม บวกกับกระบวน การผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกครอบครัว ที่ใช้แอร์ TCL จะได้รับทั้งความเย็นสบาย ความคุ้มค่า และอากาศบริสุทธิ์ในทุก ๆ วันครับ”

    การเดินทางเยี่ยมชม TCL AC Intelligent Manufacturing Industrial Park ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็น การเปิดประสบการณ์ใหม่ ของพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำ ศักยภาพความเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของ TCL ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่าง ไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”

    ยกระดับการเข้าพักด้วยคลับเลานจ์ สระว่ายน้ำในสวน และเทปันยากิเนื้อโกเบ

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว (Okinawa Harborview Hotel) ประกาศเสร็จสิ้นการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ และพร้อมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วงฤดูร้อนปี 2026

    รายละเอียดเพิ่มเติม:https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/

    ในการปรับปรุงครั้งนี้ ห้องพักได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย พร้อมรองรับความต้องการของผู้เข้าพักระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

    คลับเลานจ์ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักห้องคลับรูมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ พร้อมนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของโอกินาว่าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ โดยนอกจากเนื้อโกเบแล้ว ยังมีเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าให้บริการอีกด้วย อาหารแต่ละจานเสิร์ฟบนภาชนะเซรามิกที่ผลิตด้วยงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว

    ขณะเดียวกัน สระว่ายน้ำในสวนซึ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังการปรับปรุง ได้รับการยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ต แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาฮะก็ตาม

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวจะสืบสานประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับที่สั่งสมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมนำเสนอภาพของ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย” และก้าวสู่ 50 ปีต่อไป

    ■ ห้องพัก

    ห้องพักได้รับการออกแบบใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีครามริวกิว” (Ryukyu Indigo) ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของโอกินาว่า เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น

    หนึ่งในห้องพักที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการเข้าพักระยะยาวคือ “Club Executive Twin” ซึ่งติดตั้งเครื่องซักและอบผ้าในเครื่องเดียว เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ

    ด้วยการผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับความสะดวกสบาย ห้องพักจึงเหมาะสำหรับการเข้าพักในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การท่องเที่ยวไปจนถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ

    ■ คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ

    คลับเลานจ์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ

    จากพื้นที่อันกว้างขวาง ผู้เข้าพักสามารถชมวิวเมืองนาฮะแบบเปิดกว้าง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน

    ตั้งแต่อาหารเช้า ช่วงน้ำชายามบ่าย มื้อค่ำ ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มในช่วงดึก โรงแรมได้จัดเตรียมเมนูสำหรับแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและจังหวะชีวิตอันผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า

    คลับเลานจ์เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ทำให้ผู้เข้าพักยังสามารถใช้เวลาผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศของโอกินาว่าได้แม้หลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน

    【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์ใช้บริการคลับเลานจ์:https://bit.ly/4579JeX

    ■ สระว่ายน้ำในสวน

    สระว่ายน้ำในสวนได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ

    ในช่วงกลางวัน ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายใต้ท้องฟ้าสีครามบนเก้าอี้เลานจ์ในน้ำหรือเก้าอี้พักผ่อนริมสระ ขณะที่ในช่วงกลางคืน แสงไฟอันงดงามจะส่องสะท้อนบนผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

    พูลบาร์ที่เปิดให้บริการใหม่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยเชฟและบาร์เทนเดอร์ของโรงแรม โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

    ผู้เข้าพักจึงสามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าได้อย่างเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งริมสระว่ายน้ำ

    ■ เทปันยากิ อิซุมิซากิ

    “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารภายใต้แนวคิด “การผสานอดีตและปัจจุบันของริวกิว”

    นอกจากเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ

    ผู้เข้าพักสามารถชมเชฟปรุงวัตถุดิบบนเตาเทปันยากิตรงหน้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสทั้งเสียง กลิ่น และบรรยากาศของการปรุงอาหาร เป็นประสบการณ์เทปันยากิที่เปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเต็มที่

    【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมมื้อค่ำสำหรับชิมเปรียบเทียบเนื้อวากิวขนดำจากจังหวัดโอกินาว่ากับเนื้อโกเบ:https://bit.ly/4xeGTFg

    ■ โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว เปิดให้บริการในปี 1975 เนื่องในโอกาสการจัดงานมหกรรมทางทะเลนานาชาติโอกินาว่า

    นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โรงแรมได้ทำหน้าที่ในฐานะหนึ่งในโรงแรมใจกลางเมืองชั้นนำของโอกินาว่า และให้การต้อนรับแขกจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญจากญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ

    ในปี 2025 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ โรงแรมได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคต่อไป

    พื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ห้องอาหาร คลับเลานจ์ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำในสวน และพื้นที่อื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวครั้งใหญ่ในโฉมใหม่

    ด้วยการผสานการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าเข้ากับพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความประณีตและทันสมัยยิ่งขึ้น โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยความสุขและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

    ที่อยู่:2-46 อิซุมิซากิ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า 900-0021 ประเทศญี่ปุ่น

    Website:https://oka-hvh.com/

    Facebook:https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/

    Instagram:https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/

    LINE:https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&openQrModal=true

    ■ ข้อมูลบริษัท Hotel Management Japan Co., Ltd.

    Hotel Management Japan Co., Ltd. บริหารโรงแรมทั้งหมด 27 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมจำนวนห้องพัก 9,051 ห้อง และมีพนักงาน 4,018 คน

    นอกจากแบรนด์ของบริษัทเอง ได้แก่ Oriental Hotels และ Hotel Oriental Express แล้ว บริษัทยังบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Hilton, Hyatt, Sheraton และ Hotel Nikko

    Website:https://www.oriental-hotels.com/en/

    YouTube:https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts

    X:https://twitter.com/Oriental_HR

    TikTok:https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts

    Instagram:https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts

    Facebook:https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069

    CLUB ORIENTAL:https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • บาทอ่อนพลิกเกม: หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรม-สายการบินไทยปี 2026 ได้อานิสงส์อย่างไร พร้อมข้อมูลนักท่องเที่ยว

    บาทอ่อนพลิกเกม: หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรม-สายการบินไทยปี 2026 ได้อานิสงส์อย่างไร พร้อมข้อมูลนักท่องเที่ยว

    ช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สิ่งแรกที่นักวิเคราะห์มักมองถึงคือภาคการท่องเที่ยวไทย เพราะค่าเงินบาทอ่อนทำให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกลง ประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้น ปี 2026 นี้แนวโน้มค่าเงินบาทที่ผันผวนและบางช่วงอ่อนค่าลงได้สร้างแรงหนุนให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    กลไกบาทอ่อนกระตุ้นการท่องเที่ยว

    อำนาจซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น

    เมื่อเงินบาทอ่อนลง นักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐ จีน และญี่ปุ่นจะใช้เงินสกุลของตนแลกเป็นบาทได้มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อวันในการท่องเที่ยวลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง เช่น สิงคโปร์หรือญี่ปุ่น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาพำนักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    รายได้ต่อหัวและค่าใช้จ่ายในประเทศสูงขึ้น

    นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นแล้ว พฤติกรรมการใช้จ่ายก็เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มใช้จ่ายกับที่พักระดับกลาง-บน อาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เนื่องจากรู้สึกว่าได้ความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินของตน โรงแรมและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวหลักจึงมีรายได้เติบโตโดดเด่น

    หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่โดดเด่นใน SET

    กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ต

    หุ้นโรงแรม เช่น MINT และ CENTEL มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสัดส่วนสูง อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อบาทอ่อน โดยเฉพาะโรงแรมในภูเก็ต สมุย และกรุงเทพฯ ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระยะไกล

    กลุ่มสายการบินและบริการสนามบิน

    บริษัทท่าอากาศยานไทย (AOT) ได้ประโยชน์จากปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สายการบิน เช่น AAV และ BA มีรายได้จากค่าโดยสารที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศมากขึ้นเมื่อแปลงเป็นบาท แม้มีต้นทุนน้ำมันเป็นดอลลาร์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

    ข้อมูลนักท่องเที่ยวปี 2026 จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ เดือนมกราคม 2026 ระบุจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมเกิน 3 ล้านคนภายในเดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เป้าหมายทั้งปีคาดการณ์ไว้ที่ 40 ล้านคน ผู้สนใจติดตามสถิติรายเดือนได้ที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา

    แม้บาทอ่อนจะหนุนภาคท่องเที่ยว แต่การอ่อนค่าอย่างรวดเร็วอาจเพิ่มต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบินและต้นทุนนำเข้าอาหารของโรงแรม นักลงทุนควรติดตามส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและราคาพลังงานโลกประกอบการตัดสินใจ รวมถึงเสถียรภาพการเมืองและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ

  • เครดิตบูโรกับทางรอดสินเชื่อ SME ไทยปี 2569: ข้อมูลเจ้าของกิจการและธุรกิจที่ธนาคารใช้ปลดล็อกวงเงิน

    เครดิตบูโรกับทางรอดสินเชื่อ SME ไทยปี 2569: ข้อมูลเจ้าของกิจการและธุรกิจที่ธนาคารใช้ปลดล็อกวงเงิน

    SME กว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย แต่การเข้าถึงสินเชื่อธนาคารยังคงเป็นอุปสรรคอันดับต้น ๆ ปี 2569 ฐานข้อมูลเครดิตบูโรไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองผู้กู้รายย่อยเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทชี้ขาดในการปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอีกด้วย โดยธนาคารใช้ข้อมูลทั้งจากนิติบุคคลและประวัติการเงินส่วนตัวของเจ้าของกิจการประกอบการพิจารณา

    ทำไม SME ต้องพึ่งพาเครดิตบูโรมากขึ้น

    ข้อมูลที่ธนาคารใช้ประเมินนิติบุคคล

    NCB จัดเก็บข้อมูลเครดิตของนิติบุคคลที่ขอสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินสมาชิก ทั้งวงเงินสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อนชำระ ประวัติการค้างชำระของบริษัท รวมถึงการค้ำประกันโดยกรรมการและผู้ถือหุ้น หากธุรกิจเคยผิดนัดชำระหนี้กับซัพพลายเออร์หรือผิดเงื่อนไขสินเชื่อการค้า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และส่งผลต่อการขอสินเชื่อครั้งต่อไป

    ทำไมประวัติส่วนตัวเจ้าของจึงมีผลต่อบริษัท

    สถาบันการเงินส่วนใหญ่ในไทยให้ความสำคัญกับคะแนนเครดิตส่วนบุคคลของเจ้าของหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่งบการเงินยังไม่โปร่งใสพอ ธนาคารจะใช้ข้อมูลเครดิตบูโรส่วนบุคคลของเจ้าของเป็นตัวแทนความเสี่ยงของบริษัท หากเจ้าของมีบัตรเครดิตค้างชำระหรือสินเชื่อบุคคลเป็น NPL โอกาสที่บริษัทจะถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ผลประกอบการของบริษัทจะกำไรดีก็ตาม

    ปัญหาที่พบบ่อยจากรายงานเครดิตของ SME

    ตัวอย่างในปี 2569 เจ้าของร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่มีรายได้เฉลี่ย 150,000 บาทต่อเดือน และต้องการสินเชื่อเพื่อขยายสาขาที่สอง แต่เมื่อธนาคารตรวจเครดิตบูโรกลับพบว่ากรรมการมีบัตรเครดิตส่วนตัวค้างชำระ 2 งวดเมื่อ 8 เดือนก่อน แม้ปัจจุบันจะปิดยอดแล้ว แต่ข้อมูลยังคงอยู่ในรายงานเครดิต ส่งผลให้คะแนนเครดิตลดลงเหลือ 580 และธนาคารปฏิเสธสินเชื่อวงเงิน 2 ล้านบาท ทั้งที่ร้านมีกำไรสุทธิต่อเดือนกว่า 50,000 บาท กรณีนี้ตอกย้ำว่าฐานข้อมูลเครดิตบูโรไม่มีเส้นแบ่งระหว่างการเงินส่วนบุคคลกับธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ขนาดเล็กที่เจ้าของคือตัวแทนความเสี่ยง ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ NCB: https://www.ncb.co.th/

    แนวทางเตรียมข้อมูลเครดิตให้ SME ได้เปรียบในปี 2569

    ผู้ประกอบการควรตรวจรายงานเครดิตของตนเองและนิติบุคคลก่อนยื่นขอสินเชื่ออย่างน้อย 3-6 เดือนล่วงหน้า เพื่อปิดยอดหนี้ที่ค้างชำระหรือลดภาระหนี้ส่วนบุคคลให้น้อยกว่า 40% ของรายได้ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการยื่นขอสินเชื่อหลายแห่งพร้อมกัน เพราะการสอบถามข้อมูลเครดิตที่ถี่เกินไปจะทำให้คะแนนลดลงและดูเหมือนว่าธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่อง การรักษาประวัติการชำระหนี้ตรงเวลาเป็นเวลา 12-24 เดือน จะช่วยฟื้นคะแนนและเพิ่มอำนาจต่อรองในการขอวงเงินสูงขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยต่ำลง

  • ฤดูหนาวของเฮาส์เทนบอชโฉมใหม่! “The Starlight Million” และ “European Holy Christmas”

    ฤดูหนาวของเฮาส์เทนบอชโฉมใหม่! “The Starlight Million” และ “European Holy Christmas”

    การแสดงไฟประดับอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับต่อเนื่องยาวนานถึง 13 ปี ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด แสงดาวระยิบระยับนับล้านดวงโอบล้อมทิวทัศน์เมืองยุโรป รังสรรค์ประสบการณ์ใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ

    ฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) รีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว The Starlight Million ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมอย่างสมบูรณ์ และนับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 16 ปีของการแสดงไฟประดับที่ได้รับรางวัลของรีสอร์ต โดยการแสดงไฟประดับดังกล่าวได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี

    ในวันเดียวกัน European Holy Christmas เทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่รีสอร์ตเคยจัดขึ้น จะเปิดฉากขึ้นเช่นกัน และด้วยการเปิดตัว The Starlight Million คริสต์มาสปีนี้จึงพร้อมมอบความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เคย

    ท่ามกลางแสงไฟอันตระการตาที่ส่องสว่างทั่วทั้งรีสอร์ต เฮาส์เทนบอชขอเชิญทุกท่านมาสัมผัส “Excitement Non-Stop!” และฤดูหนาวสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำไม่รู้ลืม

    ■เว็บไซต์พิเศษ: https://english.huistenbosch.co.jp/event/illumination/

    The Starlight Million คือประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่นำดวงดาวเปล่งประกายซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและคำอธิษฐาน มาผสานเข้ากับทัศนียภาพเมืองยุโรปภายในรีสอร์ตได้อย่างกลมกลืนและงดงาม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน ด้วยขนาดอันยิ่งใหญ่ ประสบการณ์นี้จึงก้าวไปไกลกว่าการเพียงชมไฟประดับ และเปลี่ยนให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์และเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว

    ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน European Holy Christmas จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ทั่วทั้งรีสอร์ตจะได้รับการตกแต่งในบรรยากาศแห่งคริสต์มาสอย่างตระการตายิ่งขึ้น พร้อมเครื่องประดับระยิบระยับที่ทอดยาวสุดสายตา รังสรรค์บรรยากาศคริสต์มาสอันน่าหลงใหล

    ผู้มาเยือนจะได้พบกับ Grand Chandelier Tree ต้นคริสต์มาสอันเป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งประดับด้วยคริสตัลและมีเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นในรูปแบบนี้ ส่องประกายระยิบระยับอย่างงดงาม เมื่อผสานกับประกายของ The Starlight Million และการตกแต่งเทศกาลทั่วทั้งรีสอร์ต จะยิ่งรังสรรค์โลกแห่งฤ

    ดูหนาวอันมหัศจรรย์ที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเท่านั้น

    ภายใต้คำมั่นสัญญา “Excitement Non-Stop!” เฮาส์เทนบอชยังคงนำเสนอกิจกรรมและความบันเทิงอันน่าประทับใจตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวนี้ การแสดงไฟประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีประจำฤดูกาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความตื่นเต้นและความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

    [ภาพรวมกิจกรรม]
    “The Starlight Million”
    ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน 2026 – 25 กุมภาพันธ์ 2027
    “European Holy Christmas”
    ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2026

    [เกี่ยวกับเฮาส์เทนบอช]
    เฮาส์เทนบอชคือรีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่เทียบเท่ากับโตเกียวโดมประมาณ 33 แห่ง
    ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมระดับโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านขนาดและคุณภาพ ไปจนถึงความบันเทิงตามฤดูกาลอันมีชีวิตชีวาที่เปลี่ยนบรรยากาศทั่วทั้งรีสอร์ตตลอดทั้งปี รวมถึงการแสดงไฟประดับที่ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี เฮาส์เทนบอชมอบ “Excitement Non-Stop!” ผ่านประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

    【สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน】
    Huis Ten Bosch PR Team
    อีเมล: htb-int@htb-j.com
    เว็บไซต์: https://english.huistenbosch.co.jp/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • VIETNAM WEDDING WEEK 2026 รวม 7 รันเวย์โชว์และศิลปิน เพื่อสร้างประสบการณ์รันเวย์ที่เต็มอิ่มและมีส่วนร่วม

    VIETNAM WEDDING WEEK 2026 รวม 7 รันเวย์โชว์และศิลปิน เพื่อสร้างประสบการณ์รันเวย์ที่เต็มอิ่มและมีส่วนร่วม

    นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu รวบรวม 7 รันเวย์โชว์ โดยแต่ละโชว์มีภาษาความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การผลิตดนตรีไปจนถึงการแสดงสดบนรันเวย์

    ไลน์อัปของ Bridal Fashion Show 2026 ประกอบด้วย DO LONG BRIDAL, LAM BRIDAL, MINH TUAN COUTURE, LE HOA BRIDAL, FALVAON by Luu Viet Anh, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ขณะที่นอกเหนือจากการนำเสนอแฟชั่นแล้ว 2PILLZ, NAOMI และ THƠM จะเข้ามาขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านดนตรีและการแสดงพิเศษ

    ภายใต้ธีม The Love City นั้น Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มงานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก ที่นี่ รันเวย์ แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และคู่รักที่กำลังเตรียมตัวสำหรับวันสำคัญจะมารวมกันภายในเส้นทางแห่งการค้นพบและประสบการณ์ร่วมกัน

    รันเวย์แต่ละโชว์ พื้นที่เชิงประสบการณ์ เวิร์กช็อป และแบรนด์แต่ละรายจะกลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ภายในเมืองแห่งความรัก ด้วยเหตุนี้ แฟชั่นจึงก้าวข้ามการเป็นเพียงดีไซน์ที่ชื่นชมได้ด้วยสายตา และกลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้ค้นพบสไตล์ของตนเอง พบกับแบรนด์และบุคคลที่ใช่ และค่อย ๆ เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงสำหรับวันแต่งงาน

    7 RUNWAYS – 7 CREATIVE LANGUAGES

    การรวมตัวของดีไซเนอร์และแบรนด์ทั้ง 7 นำเสนอภาพที่หลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัย ตลอดจนภาพของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวยุคใหม่

    DO LONG BRIDAL นำเสนอจิตวิญญาณที่เย้ายวน เฉียบคม และเต็มไปด้วยความเป็นละครบนรันเวย์ ซิลูเอตที่เน้นสรีระ โครงสร้างคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต สร้างภาพลักษณ์ของเจ้าสาวที่มั่นใจและโดดเด่น ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสง่างามของวันแต่งงานไว้

    LAM BRIDAL ภายใต้ทิศทางสร้างสรรค์ของ Designer Lâm Lâm ถ่ายทอดความงามของเจ้าสาวผ่านอารมณ์ เส้นสายที่ประณีต และรายละเอียดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมุ่งช่วยให้เจ้าสาวทุกคนค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่เหมาะสมและงดงามที่สุดสำหรับตนเอง

    MINH TUAN COUTURE นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และความงามที่มีความเป็นละครอย่างชัดเจนเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ภาษาการออกแบบที่หรูหราและเฉียบคมมองภาพเจ้าสาวในฐานะตัวละครเอกที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุดในชีวิตของเธอ

    LE HOA BRIDAL ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Not every presence needs a voice” — ดีไซน์ที่โดดเด่นมากพอจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ซิลูเอตที่พลิ้วไหว เนื้อผ้าที่สะท้อนแสง รายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต โครงสร้างคอร์เซ็ต และการตัดเย็บเฉพาะบุคคล หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพเจ้าสาวที่สง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอไว้

    FALVAON by Luu Viet Anh นำเสนอภาษาทางแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ โดยได้รับการสร้างสรรค์ในรูปแบบบันทึกแฟชั่นโดย Designer Luu Viet Anh FALVAON สำรวจวัสดุ ซิลูเอต และเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความทรงจำ และมิติที่หลากหลายของความเป็นผู้หญิง

    LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ยังคงขยายขอบเขตทางสุนทรียภาพของ Bridal Fashion Show ด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่มีต่อความงามของเจ้าสาว พร้อมนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่มองหาภาษาทางแฟชั่นซึ่งสะท้อนบุคลิกและเรื่องราวของตนเอง

    ควบคู่ไปกับดีไซน์สำหรับเจ้าสาว ADAM STORE นำแฟชั่นสำหรับเจ้าบ่าวเข้ามาเติมเต็มภาพรวมของ Bridal Fashion Show ขยายขอบเขตของรันเวย์จาก “bridal fashion” ไปสู่บทสนทนาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสไตล์ของตัวละครเอกทั้งสองในวันแต่งงาน

    7 รันเวย์ 7 อัตลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดมาบรรจบกันที่จุดเดียว นั่นคือการนำแฟชั่นจากรันเวย์เข้าใกล้งานแต่งงานจริงมากยิ่งขึ้น

    WHEN MUSIC BECOMES PART OF THE RUNWAY

    Bridal Fashion Show 2026 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพียงดีไซน์และการเคลื่อนไหวของเหล่านางแบบและนายแบบเท่านั้น ดนตรีและการแสดงสดยังกลายเป็นองค์ประกอบสร้างสรรค์อีกชั้นหนึ่งภายในประสบการณ์บนรันเวย์

    2PILLZ เข้าร่วม Bridal Fashion Show ในฐานะ Music Producer for the runway โดยมีส่วนโดยตรงในการสร้างบรรยากาศทางดนตรี จังหวะ และอารมณ์ของโชว์ พร้อมนำเสนอ special performance ภายในงาน

    ขณะเดียวกัน NAOMI และ THƠM จะปรากฏตัวพร้อม special performances on the runway นำดนตรีก้าวข้ามบทบาทขององค์ประกอบสนับสนุน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในการแสดงอย่างเต็มรูปแบบ

    การผสมผสานระหว่างดีไซเนอร์ นางแบบและนายแบบ ดนตรี และศิลปิน สะท้อนแนวทางของ Bridal Fashion Show 2026 ที่แต่ละโชว์ไม่ได้เป็นเพียงลำดับของลุคแฟชั่น แต่คือประสบการณ์ที่สร้างขึ้นจากจังหวะ อารมณ์ และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโชว์

    FROM RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY

    Bridal Fashion Show คือหนึ่งในเสาหลักของ Vietnam Wedding Week 2026 แต่เส้นทางของผู้เข้าชมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อไฟบนรันเวย์ดับลง

    ที่ The Love City คู่รักสามารถสำรวจชุดแต่งงาน ชุดสูท เครื่องประดับ ความงาม การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน และบริการอื่น ๆ อีกหลากหลาย พร้อมพบปะแบรนด์ต่าง ๆ โดยตรง ทดลองผลิตภัณฑ์ รับคำปรึกษา และเข้าถึงข้อเสนอพิเศษที่มีให้ตลอดงาน

    แนวทางนี้สะท้อนจิตวิญญาณของคำว่า “เข้าถึงได้” ของ Vietnam Wedding Week นั่นคือการเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นประสบการณ์ และเปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้การตัดสินใจจริงสำหรับวันสำคัญ

    ด้วย 7 รันเวย์โชว์ ภาษาทางแฟชั่นที่หลากหลาย และจุดตัดระหว่างดีไซน์ ดนตรี และการแสดงสด Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมงานแต่งงาน ที่ซึ่งแฟชั่นไม่ได้แยกตัวออกจากตลาด แต่กลายเป็นประตูที่เปิดให้คู่รักก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศที่กว้างขึ้นของการเตรียมงานแต่งงาน

    Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน ก้าวเข้าสู่ The Love City — พื้นที่ที่ทุกคนสามารถค้นพบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และทุกแรงบันดาลใจเกี่ยวกับงานแต่งงานสามารถขยับเข้าใกล้การเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงได้อีกหนึ่งก้าว

    EVENT INFORMATION

    Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City

    Date: 22–23 August 2026

    Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh City

    Positioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก

    Vietnam Wedding Week: เข้าชมฟรีเมื่อทำการลงทะเบียน

    Bridal Fashion Show: ต้องใช้บัตร/QR สำหรับเข้าชมแยกตามแต่ละโชว์

    Registration and updates: vietnamweddingweek.vn

    เกี่ยวกับพันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์

    Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์โดย Italian Atelier Asia-Pacific (IA) และ CjC Marketing Agency โดย Italian Atelier Asia-Pacific เป็นแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ขณะที่ CjC Marketing Agency เป็นเอเจนซีการตลาดที่ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์ ผ่านความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายมีส่วนช่วยขยายการเข้าถึงด้านการสื่อสารของงาน และเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES