Blog

  • IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai

    IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai

    ผสานการเรียนการสอนในห้องเรียน
    การอ่านทบทวนด้วยตนเอง และระบบประเมินผลไว้ในเครื่องเดียว พร้อมผู้ช่วย AI ที่ปรับการเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละบุคคล

    กรุงเทพฯ, 6 ตุลาคม 2569 — IMAGO Technologies ประกาศเปิดตัว
    PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อม 2 โหมดการทำงาน
    ผสานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ส่วนบุคคล EdPrep.ai
    เข้ากับชุดเครื่องมือการสอนในชั้นเรียน ระบบประเมินผลดิจิทัล
    และระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ไว้อย่างครบวงจรในอุปกรณ์เดียว

    PaperSmart ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนยุคใหม่
    โดยรวบรวมทุกกิจกรรมการเรียนรู้ไว้บนหน้าจอเดียว ผู้เรียนสามารถอ่านตำรา
    ทบทวนบทเรียน จดบันทึกด้วยลายมือ และฝึกทำแบบฝึกหัดได้อย่างเป็นขั้นตอน
    ขณะที่สถาบันการศึกษาสามารถดูแลและบริหารจัดการอุปกรณ์ของนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบบริหารจัดการส่วนกลาง

     

    ติวเตอร์ AI ส่วนบุคคล
    ยกระดับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง
     

    หัวใจสำคัญของ PaperSmart คือ EdPrep.ai แพลตฟอร์ม AI เพื่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
    ที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง มองเห็นโครงสร้างความคิด
    แก้ไขจุดที่มักเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
    และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบได้อย่างมีทิศทาง  เพราะความท้าทายสำคัญของนักเรียนในปัจจุบันไม่ใช่การค้นหาข้อมูล
    แต่คือการไม่รู้ว่าควรเรียนรู้อะไรต่อไป ไม่เข้าใจสาเหตุที่ตอบคำถามผิด
    และไม่สามารถเปลี่ยนคำแนะนำให้กลายเป็นพัฒนาการที่จับต้องได้

    EdPrep.ai จึงทำหน้าที่เสมือน “สมองที่สอง” (Second Brain) คอยช่วยอธิบายเนื้อหา
    แนะนำแบบฝึกหัด และกระตุ้นกระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอนผ่านผู้ช่วย AI บนหน้าจอ โดยทำงานร่วมกับระบบ Smart Learning Memory ที่ประมวลผลประวัติการเรียน
    ผลการสอบ และพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
    เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งและประเด็นที่ควรได้รับการเสริมทักษะเพิ่มเติมได้อย่างแม่นยำและเป็นระบบในทุกครั้งที่เปิดใช้งาน

    EdPrep.ai รองรับการเตรียมสอบวัดระดับมาตรฐานสากล อาทิ IGCSE, IELTS, TOEFL และ SAT พร้อมแบบฝึกหัดที่ครอบคลุมทั้งข้อสอบปรนัย
    การคำนวณ การเขียนเรียงความ (Essay) และการสอบพูด  ในด้านผู้สอน
    เครื่องมือนี้ยังช่วยเชื่อมโยงการเรียนการสอนในห้องเรียนเข้ากับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเวลาเรียนของนักเรียนได้อย่างไร้รอยต่อ

    “เราตั้งใจนำ PaperSmart และ EdPrep.ai เข้าสู่ตลาดเพื่อยกระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา
    นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ทั่วไป
    แต่เป็นการผสานฮาร์ดแวร์เฉพาะทางเข้ากับซอฟต์แวร์ AI ที่สามารถปรับตัวตามผู้เรียน
    เพื่อยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนไปอีกขั้น”  Rob Hughes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (Chief Revenue Officer) ของ IMAGO Technologies กล่าว

     

    ปรับเปลี่ยนได้ 2 โหมด
    ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน
     

    ผู้ใช้สามารถสลับรูปแบบการแสดงผลของ PaperSmart ได้ทันทีเพียงแตะหน้าจอสองครั้ง
    (Double Tap) โดยมี 2 โหมดให้เลือกใช้งาน ได้แก่

    * Standard Mode: หน้าจอสีสันสดใส คมชัดสมจริง
    เหมาะสำหรับสื่อการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ วิดีโอ และงานกราฟิก

    * Paper Mode: หน้าจอโทนสบายตาที่จำลองประสบการณ์การอ่านบนกระดาษ
    เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือเป็นเวลานานและการเขียนจดบันทึก

    การสลับโหมดทำได้อย่างราบรื่นโดยไม่รบกวนงานที่กำลังดำเนินอยู่
    ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน หน้าเอกสาร หรือบันทึกที่เขียนค้างไว้
    ทุกอย่างยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมให้ผู้ใช้ทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดใหม่

    PaperSmart ยังมาพร้อม  IMAGO Collab กระดานทำงานอัจฉริยะ
    เชื่อมต่อการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน   IMAGO Collab ซึ่งติดตั้งมาในตัวเครื่อง
    ได้รวมฟังก์ชันไวท์บอร์ดอัจฉริยะและสมุดบันทึกดิจิทัลไว้ด้วยกัน
    ช่วยให้ครูและนักเรียนสามารถเขียน วาดภาพ จดบันทึกข้อความ
    และทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ พร้อมเทมเพลตสำเร็จรูปและรองรับการเชื่อมต่อกับ Google Workspace

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Meeting Mind สำหรับบันทึกเสียงการบรรยาย
    การประชุม หรือการอภิปรายกลุ่มแบบออฟไลน์
    พร้อมระบบถอดเสียงและสรุปเนื้อหาโดยอัตโนมัติ
    ช่วยเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นเอกสารสรุปบทเรียนและรายการสิ่งที่ต้องดำเนินการได้ทันที

     

    เครื่องมือบริหารจัดการอุปกรณ์และควบคุมการสอบสำหรับสถาบันการศึกษา

    ทีม IT ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถลงทะเบียน
    กำหนดนโยบาย และดูแลความปลอดภัยของ PaperSmart
    ทุกเครื่องจากระยะไกลผ่านระบบ Mobile Device Management

    มีโหมด Proctor Mode สำหรับการสอบดิจิทัล
    ช่วยจำกัดการเข้าถึงแอปพลิเคชันและฟังก์ชันที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบ
    เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างสภาพแวดล้อมการสอบที่มีความน่าเชื่อถือ

     

    การจัดจำหน่ายและโปรโมชันเปิดตัว

    IMAGO Technologies เปิดรับลงทะเบียนสำหรับสถาบันการศึกษาและองค์กรที่สนใจนำ
    PaperSmart ไปใช้งาน พร้อมมอบสิทธิพิเศษในช่วงเปิดตัว
    ทั้งราคาพิเศษสำหรับการสั่งซื้อในระดับองค์กร และแพ็กเกจจัดชุดสุดคุ้ม

    ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่
    imago.us/paper-smart-tablet/

     

    เกี่ยวกับ IMAGO Technologies 

    IMAGO Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันห้องเรียนอัจฉริยะแบบครบวงจร (Unified Smart Classroom) และพื้นที่ทำงานร่วมกัน
    โดยมุ่งสนับสนุนสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจทั่วโลกให้สามารถจัดการเรียนการสอน
    การเรียนรู้ และการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ  IMAGO มุ่งมั่นลดช่องว่างระหว่างประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ SaaS อัจฉริยะ
    และระบบบริหารจัดการส่วนกลางระดับสถาบัน
    เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม
    ได้ที่  imago.us

     

    ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชล

    IMAGO Technologies 
    อีเมล: hello@imago.us 
    เว็บไซต์: imago.us

    ติดตาม IMAGO Technologies ได้ทาง LinkedIn, Facebook, Instagram และ YouTube

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • พลวัตการเติบโตของ Thai ESG Fund – วิเคราะห์ผลการดำเนินงานและประมาณการตลาดทุนไทย 2026

    พลวัตการเติบโตของ Thai ESG Fund – วิเคราะห์ผลการดำเนินงานและประมาณการตลาดทุนไทย 2026

    ยุคใหม่ของการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ

    อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในภูมิทัศน์การลงทุนอย่างยั่งยืน กองทุน Thai ESG (Thailand ESG Fund) ได้เกินความคาดหมายเริ่มต้น ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือระดมทุน แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปการกำกับดูแลกิจการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การเติบโตแบบทวีคูณที่บันทึกไว้ตลอดปี 2025 จนถึงครึ่งแรกของปี 2026 ส่งสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนไทยมีความ成熟มากขึ้นในการพิจารณาปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในการตัดสินใจลงทุน

    ผลการดำเนินงานเชิงปริมาณ: ข้อมูลและตัวเลขล่าสุด

    การเติบโตของ NAV และจำนวนผลิตภัณฑ์

    ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ระบบนิเวศของกองทุน Thai ESG ประกอบด้วย 77 ผลิตภัณฑ์ที่บริหารโดยบริษัทจัดการสินทรัพย์ 19 แห่ง โดยมี NAV รวม 104,107 ล้านบาท—เติบโต 252% จากตำแหน่งสิ้นปี 2024 ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนความชอบของนักลงทุน แต่ยังแสดงถึงการตอบสนองเชิงบวกของตลาดต่อมาตรการจูงใจทางการคลังและการปรับปรุงกรอบกฎระเบียบ

    ผลการดำเนินงานของดัชนี SETESG

    ดัชนี SETESG ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานหลักสำหรับผลการดำเนินงานการลงทุนอย่างยั่งยืน บันทึกผลตอบแทนรวม 23.40% สำหรับระยะเวลาหนึ่งปีจนถึงเดือนพฤษภาคม 2026 แม้ว่าในอดีตดัชนีนี้จะไม่สามารถเอาชนะ SET TRI ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกช่วงเวลา แต่โมเมนตัมการฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิดแสดงให้เห็นว่าบริษัทที่มีแนวปฏิบัติ ESG ที่เหนือกว่ามีแนวโน้มที่จะยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกของตลาดมากกว่า

    ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต: ระหว่างกฎระเบียบและความชอบของนักลงทุน

    บทบาทของมาตรการจูงใจทางภาษีในการกระตุ้นการมีส่วนร่วม

    นโยบายลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาทต่อปี โดยมีระยะเวลาถือครอง 5 ปี ได้เปลี่ยนการคำนวณการลงทุนสำหรับนักลงทุนรายย่อยไทย ด้วยอัตราภาษีส่วนเพิ่มสูงสุดถึง 35% มาตรการจูงใจนี้ให้การประหยัดภาษีที่มีนัยสำคัญซึ่งเพิ่มผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนอย่างมีประสิทธิผล

    การกระจายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องมือ

    บริษัทจัดการสินทรัพย์ยังคงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ที่เหมาะกับโปรไฟล์ความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่กองทุนดัชนี SET50 ไปจนถึงกองทุนผสม กลุ่มผลิตภัณฑ์ Thai ESG Fund ในปัจจุบันครอบคลุมกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์ Thai ESGX ที่ให้ความยืดหยุ่นในการจัดสรรสินทรัพย์มากขึ้น

    ความท้าทายและโอกาสท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก

    ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและสภาพคล่อง

    แม้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมต้องเผชิญความท้าทายเกี่ยวกับการกระจุกตัวของพอร์ตโฟลิโอในบางภาคส่วน บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ ESG ที่เข้มงวดยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ผู้จัดการการลงทุนต้องสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพ ESG และการกระจายความเสี่ยง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเนื่องจากมีเพียงสองบริษัทจดทะเบียนไทยในปัจจุบันที่ผ่านเกณฑ์เข้มงวดสำหรับโปรแกรม Corporate Value-Up ของ ก.ล.ต.

    โอกาสขยายสู่ตลาดภูมิภาค

    การรวมตัวของตลาดทุนอาเซียนเปิดโอกาสให้กองทุน Thai ESG ลงทุนในสินทรัพย์อย่างยั่งยืนข้ามประเทศ กรอบกฎระเบียบของ ก.ล.ต. ไทยที่อนุญาตให้ลงทุนในกองทุนต่างประเทศที่มีเกณฑ์ ESG บางประการให้พื้นที่การเติบโตเพิ่มเติม

  • HydroNeo และ Algaeba: การปฏิวัติ IoT และ AI ในการเลี้ยงกุ้งของไทย

    HydroNeo และ Algaeba: การปฏิวัติ IoT และ AI ในการเลี้ยงกุ้งของไทย

    เมื่อเกษตรกรกุ้งเปลี่ยนสู่ข้อมูลเรียลไทม์

    ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่อุตสาหกรรมนี้เผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง อัตราการตายของกุ้งสูงถึง 30-80% จากการจัดการคุณภาพน้ำล้มเหลว การระบาดของโรค และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่ในไทยดำเนินการโดยเกษตรกรรายย่อยที่ต้องพึ่งพาวิธีดั้งเดิม การสังเกตด้วยตาและการประมาณการด้วยมือ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดและไม่สม่ำเสมอ

    HydroNeo สตาร์ทอัพฐานในประเทศไทย นำเสนอระบบ Smart Farm Management System บนพื้นฐาน Internet of Things (IoT) ที่ช่วยให้เกษตรกรกุ้งติดตามพารามิเตอร์คุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ รวมถึงออกซิเจนละลาย pH และอุณหภูมิ ระบบนี้ไม่เพียงแจ้งเตือนล่วงหน้าต่อสภาวะอันตราย แต่ยังทำให้การทำงานเป็นอัตโนมัติ เช่น การเติมอากาศและการให้อาหาร ซึ่งลดต้นทุนค่าไฟได้ถึง 30% และย่นรอบเก็บเกี่ยวได้ถึง 10 วัน

    ผลกระทบที่วัดได้สำหรับเกษตรกรรายย่อย

    การศึกษาของกระทรวงเกษตรไทยในปี 2023 พบว่าเกษตรกรที่ใช้ HydroNeo เพิ่มผลิตภาพได้ 13% ผ่านอัตราการรอดชีวิตที่ดีขึ้นและการเจริญเติบโตที่แข็งแรง ด้วยการสนับสนุนจาก GSMA Innovation Fund HydroNeo ขยายแอปพลิเคชันเกษตรดิจิทัลด้วยฟีเจอร์ติดตามขนาดกุ้ง ดัชนีราคา ตรวจจับโรค และสมุดบันทึกเกษตรกร

    ที่สำคัญกว่านั้น แอปพลิเคชันนี้ยังใช้ได้กับเกษตรกรที่ไม่ได้ใช้ฮาร์ดแวร์ IoT ของ HydroNeo ทำให้การเข้าถึงกว้างขึ้น เกษตรกรกุ้งกว่า 1,000 รายในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ของไทยได้รับประโยชน์โดยตรง โดย 79% รายงานว่าฟีเจอร์สมุดบันทึกเกษตรช่วยเพิ่มความสามารถในการติดตามกิจกรรมและเฝ้าระวังสภาพบ่อ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.hydroneo.com/

    SeaThru: การให้อาหารแม่นยำด้วย AI จาก Algaeba

    ขณะที่ HydroNeo เน้นการจัดการคุณภาพน้ำ Algaeba สตาร์ทอัพจากนนทบุรี พัฒนา SeaThru CURRENT และ SeaThru VISION ซึ่งเป็นระบบให้อาหารแม่นยำด้วย AI ที่เปลี่ยนวิธีปฏิบัติแบบดั้งเดิมให้เป็นการตัดสินใจบนฐานข้อมูล SeaThru VISION เป็นระบบตรวจสอบถาดอัตโนมัติที่ยกถาดเป็นระยะ จับภาพอาหารและกุ้ง ตรวจจับอาหารเหลือ และปรับตรรกะเครื่องให้อาหาร โดยไม่ต้องมีมนุษย์แทรกแซง

    ผลลัพธ์ชัดเจน: ลดต้นทุนอาหารได้ถึง 17% (ประหยัดได้ถึง 40,000 บาทต่อเดือนต่อบ่อ) กุ้งโตเร็วขึ้นถึง 15% และปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนอาหาร (FCR) 17% เทคโนโลยีนี้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2021 และในเดือนตุลาคม 2025 ได้รับอนุญาตเทคโนโลยีจาก NECTEC หน่วยงานวิจัยแห่งชาติไทย

    อนาคตการเลี้ยงกุ้งที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

    การรวมกันของ HydroNeo และ Algaeba สะท้อนภูมิทัศน์ใหม่ของการเลี้ยงกุ้งไทย: อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคลไปสู่ระบบมาตรฐาน วัดผลได้ และทำซ้ำได้ ความท้าทายข้างหน้าคือการขยายการยอมรับให้ทั่วถึง โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีข้อจำกัดด้านทุน แต่เมื่อเทคโนโลยีมีราคาจับต้องได้มากขึ้นและระบบนิเวศสตาร์ทอัพเติบโต วิสัยทัศน์การเลี้ยงกุ้งแม่นยำในไทยก็ใกล้ความจริงมากขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.algaeba.com/

  • ทอท. ทุ่ม 3 แสนล้านบาท ยกระดับ 6 สนามบินรองรับ 160 ล้านผู้โดยสาร สู่การเป็นศูนย์กลางการบินโลก

    ทอท. ทุ่ม 3 แสนล้านบาท ยกระดับ 6 สนามบินรองรับ 160 ล้านผู้โดยสาร สู่การเป็นศูนย์กลางการบินโลก

    ความทะเยอทะยานของไทยในเวทีการบินโลก

    ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยังคงเดินหน้าแผนแม่บทระยะยาวที่จะขยายขีดความสามารถของสนามบินทั้ง 6 แห่ง ภายใต้ความรับผิดชอบ ให้รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 160 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577

    การขยายสนามบินสุวรรณภูมิ: โครงการ East Expansion

    ทอท. กำลังเร่งรัดการก่อสร้างโครงการ East Expansion ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ใช้งาน 81,000 ตารางเมตร เพื่อยกระดับขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคนต่อปีภายในปี 2574 นอกจากนี้ยังมีโครงการ South Terminal มูลค่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และเปิดดำเนินการเฟสแรกในปี 2576

    ดอนเมือง เฟส 3: สนามบินหลักอีกแห่งของกรุงเทพฯ

    สำหรับสนามบินดอนเมือง ทอท. มีแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ (Terminal 3) พร้อมปรับปรุงอาคาร 1 และ 2 อย่างครอบคลุม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับระบบรางของกรุงเทพฯ ภายในปี 2577 โดยมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถเป็น 40-50 ล้านคนต่อปี

    การผสานเทคโนโลยี AI สู่การเป็นสนามบินอัจฉริยะ

    ทอท. กำลังดำเนินการปฏิรูปดิจิทัลครั้งใหญ่ ด้วยการติดตั้งระบบ AI เช่น เครื่องตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติมากกว่า 200 เครื่อง และเครื่องสแกนกระเป๋าสัมภาระแบบ 3D CT เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลารอคอย แต่ยังยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

    ข้อมูลเชิงประจักษ์: ปริมาณการจราจรทางอากาศที่เติบโต

    ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – พฤษภาคม 2569) สนามบินทั้ง 6 แห่งของทอท. ได้รองรับเที่ยวบินทั้งสิ้น 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารพุ่งขึ้นร้อยละ 2.76 สู่ระดับ 90.98 ล้านคน ตัวเลขนี้สะท้อนถึงอุปสงค์การเดินทางทางอากาศที่ยังคง resilient แม้จะเผชิญกับอุปสรรคด้านราคาน้ำมัน

    ข้อมูลอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

    รายละเอียดแผนแม่บทการขยายสนามบินของทอท. รวมถึงโครงการ Suvarnabhumi South Terminal และ Don Mueang Phase 3 สามารถดูได้ที่ Nation Thailand

    การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมสนามบิน

    ทอท. ยังมีแผนปรับค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปรับขึ้นนี้จะช่วยให้ทอท. มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการขยายสนามบินในระยะยาว

    แนวโน้มในอนาคต

    การขยายโครงสร้างพื้นฐานของทอท. ไม่เพียงแต่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุน หากแผนทั้งหมดสำเร็จ ไทยจะกลายเป็นประตูการบินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027

    ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027

    ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สัมผัสความงดงามของน้ำแข็งลอย 7 จุดชมวิวและประสบการณ์ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมเดินทางร่วมกับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ท่ามกลางการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายในฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว

    บริษัท Club Tourism Co., Ltd. บริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่น ประกาศว่า ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอย ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จาก “Tour Grand Prix 2026” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น

    ทัวร์ดังกล่าวได้รับการออกแบบในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางร่วมกันในกำหนดการเดียวกัน พร้อมสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านการรองรับหลายภาษา และได้รับการประเมินในระดับสูงในฐานะผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถเยี่ยมชมพื้นที่ชิเรโตโกะและอาบาชิริ ซึ่งเข้าถึงได้ยากสำหรับการเดินทางด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    จากการได้รับรางวัลครั้งนี้ Club Tourism เริ่มเปิดจำหน่ายทัวร์สำหรับตลาดต่างประเทศสำหรับฤดูหนาวปี 2027 โดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเผยแพร่เสน่ห์ของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ทัวร์นี้รวบรวมไฮไลต์สำคัญของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวไว้ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมพาเดินทางสัมผัส 7 จุดชมวิวและประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำแข็งลอย โดยเดินทางผ่านพื้นที่โดโตะ (Eastern Hokkaido) ซึ่งรวมถึงชิเรโตโกะ หนึ่งในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO

    นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดในฤดูหนาวที่ยากจะสัมผัสได้จากการเดินทางด้วยตนเอง เช่น การโดยสารเรือตัดน้ำแข็งชมธรรมชาติ “โอโรระ” และกิจกรรมสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด

    URL หน้าทัวร์:
    https://tour.club-t.com/zh-CHT/tour/detail?p_from=800000&p_baitai=979&p_baitai_web=XX001&argument=UCwNomcJ&dmai=a6a8bd5b8afb02&utm_source=owned&utm_medium=pr&utm_campaign=00_owned_pr_10005&utm_content=10005&p_course_no2=22724

    ● 7 ประสบการณ์สัมผัสน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด

    ① ชมทัศนียภาพพาโนรามาของน้ำแข็งลอยจากภูเขาเท็นโตะ
    ② สัมผัสน้ำแข็งลอยที่เมืองชาริ
    ③ ชมวิวจากห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรมชิเรโตโกะ ไดอิจิ
    ④ น้ำตกโอชิงโกะชิน
    ⑤ สถานีคิตะฮามะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้น้ำแข็งลอยมากที่สุด
    ⑥ สถานีริมทางอะบาชิริ
    ⑦ โดยสารเรือตัดน้ำแข็ง “โอโรระ” เพื่อสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด

    ● ที่พักชั้นเลิศและอาหารรสเลิศ

    ที่พักคือ “โรงแรมชิเรโตโกะ ไดอิจิ” รีสอร์ตโฮเทลชั้นนำในพื้นที่ชิเรโตโกะ พร้อมเพลิดเพลินกับออนเซ็นและอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฮอกไกโด

    ● การจองที่สะดวกง่ายดาย

    นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถจองทัวร์ได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่รองรับหลายภาษา

    ● ช่วงเวลาออกเดินทาง

    มีกำหนดออกเดินทางเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม 2027 โดยสามารถตรวจสอบวันออกเดินทางและราคาทัวร์ได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

    [เบื้องหลังการได้รับรางวัลและคุณค่าของ “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ”]

    “Tour Grand Prix” เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น ซึ่งได้รับการวางแผนและดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น

    ทัวร์ของ Club Tourism ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จากความโดดเด่นในฐานะทัวร์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นเข้าร่วมการเดินทางในเส้นทางเดียวกัน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาวให้มีความปลอดภัยและสะดวกสบาย พร้อมมีส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    จุดสำคัญที่ได้รับการประเมินมีดังนี้

    ● ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางในฮอกไกโดตามกำหนดการเดียวกัน พร้อมสัมผัสการแลกเปลี่ยนที่ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการต้อนรับแบบญี่ปุ่น

    ● ส่งเสริมความปลอดภัยในการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว

    ช่วยลดความเสี่ยงจากการขับรถเช่าบนถนนที่มีหิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว ผ่านแพ็กเกจทัวร์ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทางและคนขับรถมืออาชีพ

    ● การส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ด้วยรูปแบบทัวร์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมการเดินทางเดียวกัน ทำให้สามารถส่งเสริมนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนที่พักและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับมารยาทในการท่องเที่ยวโดยเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทาง

    [แนวทางการดำเนินงานในอนาคต (ความคิดเห็นจากผู้บริหาร)]

    บริษัทมองว่ารางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่นกับนักเดินทางจากทั่วโลก

    Club Tourism จะเดินหน้าสื่อสารเสน่ห์ของฮอกไกโดและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นผ่านเว็บไซต์ที่รองรับหลายภาษา พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางคุณภาพสูงแก่ลูกค้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    [เกี่ยวกับ Club Tourism Co., Ltd.]

    Club Tourism Co., Ltd. เป็นหนึ่งในบริษัทนำเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น โดยวางแผนและดำเนินการทัวร์หลากหลายรูปแบบตามธีม รวมถึงทัวร์พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง

    บริษัทนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการหลายภาษา

    ภาษาจีน (ตัวเต็ม)
    https://www.club-t.com/zh-CHT/

    ภาษาอังกฤษ
    https://www.club-t.com/en/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • ยุทธศาสตร์ Thai SELECT กับ Soft Power อาหารไทย 1,419 ร้านใน 70 ประเทศ และเป้าหมายเศรษฐกิจ 700 พันล้านบาท

    ยุทธศาสตร์ Thai SELECT กับ Soft Power อาหารไทย 1,419 ร้านใน 70 ประเทศ และเป้าหมายเศรษฐกิจ 700 พันล้านบาท

    Thai SELECT กับยุทธศาสตร์ Soft Power ที่ขับเคลื่อนร้านอาหารไทยสู่ 70 ประเทศ เครือข่าย Thai SELECT ที่กว้างขึ้นและความหมายใหม่ของอาหารไทยระดับโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ กำลังเดินหน้าภารกิจระดับโลกเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านโครงการพัฒนาเครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ Thai SELECT อย่างครอบคลุม ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2569 ระบุว่ามีร้านอาหารไทยที่ได้รับตรา Thai SELECT จำนวน 1,419 แห่ง ใน 70 ประเทศทั่วโลก ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนความนิยมอาหารไทยในเวทีสากล แต่ยังเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ทรงพลัง

    Orchid Honor Star มาตรฐานใหม่ที่ยกระดับคุณภาพ หลังการ rebranding ครั้งสำคัญที่แนะนำ “Orchid Honor Star” พร้อมเกณฑ์การประเมินใหม่ Thai SELECT กลายเป็นมาตรฐานสากลที่รับประกันรสชาติที่แท้จริง วัตถุดิบพรีเมียม วิธีการปรุงแบบดั้งเดิม และการบริการคุณภาพสูง นางสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดี DITP ระบุว่า Thai SELECT คือเข็มทิศสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในต่างประเทศสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

    โครงการปี 2026 กับการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลก โครงการในปี 2569 มุ่งเน้นการเสริมสร้างเครือข่ายผ่านการแบ่งปันความรู้ การพัฒนาทักษะ และการอัปเดตเทรนด์ตลาด โดยมีผู้ประกอบการ Thai SELECT 15 รายจากอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และอาเซียน เข้าร่วมโปรแกรมที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ ไฮไลต์ทางพาณิชย์ที่สำคัญคือการบูรณาการกับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ซึ่งผู้ประกอบการนานาชาติได้จับคู่ธุรกิจกับผู้ผลิตอาหารไทยที่ได้รับการรับรอง

    ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจาก Soft Power ด้านอาหาร รัฐบาลไทยกำลังวางตำแหน่งมรดกทางอาหารเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก โดยคาดว่าจะผลักดันตลาดร้านอาหารในประเทศไปสู่มูลค่า 700 พันล้านบาทภายในปี 2569 ยุทธศาสตร์นี้เชื่อมโยงวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับพาณิชย์สมัยใหม่ เพื่อให้ความนิยมอาหารไทยในระดับโลกแปลงเป็นรายได้ของชุมชนท้องถิ่นและการสร้างงานอย่างเป็นรูปธรรม

    ความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ โครงการ “เที่ยว กิน Thai SELECT ปี 3” ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2569 มีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองกว่า 450 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โครงการนี้ผสานอุตสาหกรรมอาหารเข้ากับภาคการท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่เกษตรกรผู้จัดหาวัตถุดิบไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย

  • กลยุทธ์ลงทุนข้ามพรมแดน: ทำไม Gen Z ไทยเลือก DR และหุ้นโลก

    กลยุทธ์ลงทุนข้ามพรมแดน: ทำไม Gen Z ไทยเลือก DR และหุ้นโลก

    การเปลี่ยนความนิยมจากหุ้นในประเทศสู่หุ้นโลก

    คนรุ่นใหม่ไทยแสดงความสนใจลงทุนข้ามพรมแดนมากขึ้นอย่างชัดเจน ต่างจากรุ่นก่อนที่มักเน้นหุ้นในประเทศ Gen Z และมิลเลนเนียลไทยสนใจหุ้นเทคโนโลยีโลกที่พวกเขารู้จักและใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงเปิดเผยว่าคนอายุต่ำกว่า 30 ปีแทบไม่สนใจเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหุ้นไทย เพราะพฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นนี้เติบโตมาพร้อมตลาดคริปโทและหุ้นสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าใน 2-3 ปีที่ผ่านมา

    Depositary Receipt คือสะพานสู่การลงทุนโลก

    เครื่องมือ Depositary Receipt (DR) กลายเป็นทางออกหลักสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการลงทุนในหุ้นโลกโดยไม่ต้องเผชิญอุปสรรคด้านเอกสาร DR ทำให้ นักลงทุนไทยถือหุ้นบริษัทต่างประเทศผ่านบัญชีโบรกเกอร์ในประเทศที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ โอนเงินข้ามประเทศ หรือเผชิญความยุ่งยากด้านภาษี นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์มิลเลนเนียลและ Gen Z ที่ต้องการ exposure ต่อบริษัทอย่าง NVIDIA, Apple และ Google ด้วยเงินทุนที่จับต้องได้

    การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด DR ในไทย

    ตลาด DR ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มี 408 ซีรีส์จาก 9 ผู้ออกผลิตภัณฑ์ ณ กลางปี 2026 และคาดว่าจะแตะ 500 ซีรีส์ภายในสิ้นปี มูลค่าซื้อขาย DR ครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 155 พันล้านบาท และคาดว่าจะแตะ 336 พันล้านบาทภายในสิ้นปี มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท หรือราว 3% ของมูลค่าซื้อขายรวมของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ SET

    ผลกระทบต่อตลาดทุนในประเทศ

    ปรากฏการณ์นี้สร้างทั้งความท้าทายและโอกาสต่อตลาดทุนไทย ด้านหนึ่ง เงินทุนไหลออกไปยังผลิตภัณฑ์ DR อาจลดสภาพคล่องของหุ้นในประเทศ อีกด้านหนึ่ง DR ทำหน้าที่เป็นประตูให้นักลงทุนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศตลาดทุน ซึ่งสุดท้ายอาจผลักดันให้พวกเขาสำรวจหุ้นในประเทศเมื่อ valuation และผลตอบแทนน่าสนใจขึ้น

  • UOB Money 101 พลิกโฉมการสอนการเงินวัยรุ่นไทย 8,200 ชีวิตใน 72 โรงเรียนทั่วประเทศ

    UOB Money 101 พลิกโฉมการสอนการเงินวัยรุ่นไทย 8,200 ชีวิตใน 72 โรงเรียนทั่วประเทศ

    ปัญหาพื้นฐานที่ต้องแก้ให้ถูกจุด

    ผลการประเมิน PISA ชี้ว่า�students ไทยมากกว่าครึ่งมีผลสัมฤทธิ์ด้านคณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับพื้นฐานขั้นต่ำ โดยผลลัพธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่ผลสำรวจของ ธปท. ยืนยันว่าทักษะการเงินของเยาวชนยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติ นี่คือโจทย์ที่ธนาคารพาณิชย์ต้องเข้ามามีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน

    UOB Money 101: Teen Edition หลักสูตรที่ออกแบบสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ

    ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้พัฒนาหลักสูตร “UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน” ซึ่งเป็นหลักสูตรการเงินออนไลน์ที่ประกอบด้วย 6 บทเรียน ครอบคลุมแนวคิดเรื่องจิตวิทยาการเงิน การหารายได้ การเก็บออม การลงทุน การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการตั้งเป้าหมายทางการเงิน

    ผลลัพธ์ที่วัดได้จริง

    ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้เข้าถึงนักเรียนกว่า 8,200 คน ใน 72 โรงเรียน ครอบคลุม 33 จังหวัดทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการนำไปใช้จริงผ่านกิจกรรมที่นำโดยเพื่อน (peer-led engagement) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินที่มีข้อมูลและมีวินัยมากขึ้น

    การขยายผลสู่ห้องเรียนดิจิทัล

    ในปี 2569 ธนาคารได้ขยายโครงการ UOB My Digital Space (MDS) ให้ครอบคลุม 10 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนห้องเรียนดิจิทัลและสอดแทรกหลักสูตรการเงินออนไลน์เข้ากับการเรียนการสอนปกติ โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู เพื่อให้เทคโนโลยีถูกบูรณาการเข้ากับการสอนในห้องเรียนอย่างมีความหมาย

    มุมมองจากผู้นำองค์กร

    นางดรณรัตน์ โอฬารหาญกิจ Country Head of Brand, Media and Communications ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามุ่งเสริมสร้างรากฐานการเรียนรู้ ความรับผิดชอบทางการเงิน และทักษะนวัตกรรม เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีความมั่นใจในการบริหารชีวิตของตนเอง เมื่อคนรุ่นถัดไปมีความพร้อมมากขึ้น ชุมชนก็จะก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

  • Ultima Markets ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเติบโต การเชื่อมโยง และความสำเร็จร่วมกันทั่วเอเชียแปซิฟิก

    Ultima Markets ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเติบโต การเชื่อมโยง และความสำเร็จร่วมกันทั่วเอเชียแปซิฟิก

    ภายใต้แนวคิด “10 Years of Trust. Focused on Tomorrow” Ultima Markets ร่วมเฉลิมฉลองกับชุมชนในหลากหลายภูมิภาค พร้อมยึดมั่นในรากฐานของแบรนด์ และเดินหน้าสนับสนุนให้เทรดเดอร์พร้อมรับโอกาสในอนาคต

    Ultima Markets โบรกเกอร์ CFD แบบ Multi-Asset ระดับโลก ได้ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยกิจกรรมโรดโชว์แห่งการเฉลิมฉลองใน 6 เมืองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขอบคุณพันธมิตร ลูกค้า และชุมชนต่าง ๆ ที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

    ภายใต้แนวคิดประจำวาระครบรอบ “10 Years of Trust. Focused on Tomorrow” แคมเปญครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ultima Markets ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนเทรดเดอร์ผ่านการให้ความรู้ นวัตกรรม และสภาพแวดล้อมการเทรดที่น่าเชื่อถือ

    กิจกรรมเฉลิมฉลองในครั้งนี้ได้เชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านธุรกิจ การศึกษา และกิจกรรมทางสังคม

    ตั้งแต่งานเลี้ยงอาหารกลางวันในบรรยากาศหรูหราที่ออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยอย่างมีความหมายและสร้างความสัมพันธ์ ไปจนถึงงานกาล่าระดับพรีเมียมที่ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและมรดกร่วมกัน โดยแต่ละกิจกรรมสะท้อนเรื่องราวที่แตกต่างกันตลอดเส้นทาง 10 ปีของ Ultima Markets

    ไฮไลต์ของงานยังรวมถึงการแสดงภายใต้ธีมที่ถ่ายทอดเส้นทางของเทรดเดอร์ ตั้งแต่การเผชิญความท้าทาย ความแข็งแกร่งในการก้าวผ่านอุปสรรค ไปจนถึงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ ควบคู่กับกิจกรรมชุมชนที่เต็มไปด้วยดนตรี เกม ของรางวัล และความบันเทิง

    งานช่วงค่ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฮอลลีวูดช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความโดดเด่นและการยกย่อง ขณะที่สัมมนาด้านตลาดโดยเฉพาะมุ่งเน้นการแบ่งปันข้อมูลเชิงปฏิบัติ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการเสริมศักยภาพให้แก่เทรดเดอร์

    นอกจากนี้ การล่องเรือในอ่าวยามค่ำคืนยังสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้นสำหรับการสร้างเครือข่ายและร่วมเฉลิมฉลองท่ามกลางทิวทัศน์ของเมือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางร่วมกันสู่ทศวรรษต่อไป

    เส้นทางแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบยังขยายไปสู่ชุมชนในวงกว้างผ่านกิจกรรม CSR ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ultima Markets ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ก้าวไกลกว่าตลาดการเงิน

    ภายในโปรแกรมฉลองครบรอบยังมีกิจกรรม “Ultimate 10 Challenge” ซึ่งพันธมิตรได้รับทองคำแท่งที่ออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    นอกเหนือจากกิจกรรมอย่างเป็นทางการแล้ว ประสบการณ์ร่วมกับชุมชนยังสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำในมิติส่วนตัวอีกด้วย

    ในการแข่งขันไตรกีฬาที่ Ultima Markets ให้การสนับสนุนในเวียดนาม นักกีฬาหญิงที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์สามารถคว้าอันดับหนึ่งได้สำเร็จ ขณะที่เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานบริเวณเส้นชัยก็ได้เติมเต็มอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขและความประทับใจให้กับการเฉลิมฉลองครั้งนี้

    “ที่ Ultima Markets ผู้คนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทุกกลยุทธ์การเติบโตที่เราดำเนินการ” Johnny Li, Head of APAC Marketing ของ Ultima Markets กล่าว

    “เมื่อเรามองไปข้างหน้าสู่ทศวรรษต่อไป เราจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม และมอบสภาพแวดล้อมการเทรดที่ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือให้แก่เทรดเดอร์ทุกคน”

    เกี่ยวกับ Ultima Markets

    Ultima Markets เป็นโบรกเกอร์ Multi-Asset ระดับโลกที่ได้รับรางวัลมากมาย ให้บริการซื้อขาย CFD ครอบคลุม Forex สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และตราสารประเภทอื่น ๆ โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

    บริษัทได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA แห่งสหราชอาณาจักร, FSC แห่งมอริเชียส และ FSCA แห่งแอฟริกาใต้ พร้อมมีสำนักงานตั้งอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • The Bangkok Photographer เสร็จสิ้นภารกิจถ่ายภาพในฐานะพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok

    The Bangkok Photographer เสร็จสิ้นภารกิจถ่ายภาพในฐานะพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok

    The Bangkok Photographer ธุรกิจถ่ายภาพมืออาชีพในกรุงเทพฯ ได้รับหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ (Official Photography Partner) ของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมจัสมิน ซิตี้ กรุงเทพฯ โดยงานนี้รวบรวมผู้บริหารด้านการตลาด ผู้นำทางธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองเกี่ยวกับ AI การตลาดดิจิทัล ประสบการณ์ลูกค้า และอนาคตของธุรกิจ

    The Bangkok Photographer รับหน้าที่บันทึกภาพตลอดงาน ครอบคลุมการบรรยายจากวิทยากร การเสวนา กิจกรรมของผู้จัดแสดง และบรรยากาศการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดทั้งช่วงเวลาสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างภาพถ่ายคุณภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ในการสื่อสาร การตลาด และการประชาสัมพันธ์ได้อย่างต่อเนื่อง

    The Bangkok Photographer ดำเนินธุรกิจโดย Martin และ Pear Rudman ให้บริการถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กร ภาพบุคคลผู้บริหาร การสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ และการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ ทั้งใน The Bangkok Photographer’s Studio และนอกสถานที่ทั่วกรุงเทพฯ

    ธุรกิจถ่ายภาพมืออาชีพในกรุงเทพฯ ถ่ายทอดภาพการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ การเสวนาของผู้บริหาร และบรรยากาศการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจภายในงานประชุมด้านการตลาดระดับนานาชาติ

    กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – กันยายน 2569 – The Bangkok Photographer ได้รับหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ (Official Photography Partner) ของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมจัสมิน ซิตี้ กรุงเทพฯ โดยงานดังกล่าวได้รวบรวมผู้บริหารด้านการตลาด ผู้นำทางธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประสบการณ์ลูกค้า การตลาดดิจิทัล และทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

    ในฐานะพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ The Bangkok Photographer ได้ให้บริการถ่ายภาพตลอดการประชุม ครอบคลุมการบรรยายจากวิทยากร การเสวนา การมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงาน กิจกรรมของผู้จัดแสดงสินค้าและบริการ ตลอดจนบรรยากาศการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

    การถ่ายภาพในครั้งนี้มุ่งเน้นทั้งการบันทึกช่วงเวลาสำคัญบนเวทีและการถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานประชุมทางธุรกิจมีคุณค่า ตั้งแต่ภาพบุคคลของวิทยากรและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ร่วมเสวนา ไปจนถึงภาพบรรยากาศการสนทนาของผู้เข้าร่วมงาน ภาพถ่ายที่ได้จึงสามารถนำไปใช้ประกอบการสื่อสาร การตลาด และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมในอนาคตของผู้จัดงานได้อย่างหลากหลาย

    “การถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กรไม่ใช่เพียงการบันทึกว่าใครขึ้นพูดบนเวที แต่ยังเป็นการถ่ายทอดพลังของงาน ผู้คนที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดต่าง ๆ และช่วงเวลาที่ช่วยเล่าเรื่องราวของงานได้อย่างครบถ้วน เป้าหมายของเราคือการสร้างภาพถ่ายที่ผู้จัดงานและธุรกิจต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้งานจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม” Martin Rudman ผู้ร่วมเป็นเจ้าของและช่างภาพหลักของ The Bangkok Photographer กล่าว

    ภายในงานมีวิทยากรและผู้นำทางธุรกิจจากองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเทคโนโลยี การตลาด การโรงแรมและการบริการ สุขภาพ การเงิน และธุรกิจอื่น ๆ โดยกำหนดการประกอบด้วยการบรรยาย การเสวนา กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และพื้นที่จัดแสดงของพันธมิตรผู้ร่วมงาน

    การเป็นพันธมิตรด้านการถ่ายภาพในครั้งนี้สะท้อนถึงการมุ่งเน้นของ The Bangkok Photographer ในการให้บริการถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กร ภาพบุคคลผู้บริหาร การสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ และการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ

    The Bangkok Photographer เป็นธุรกิจที่ Martin และ Pear Rudman ร่วมกันเป็นเจ้าของ โดยให้บริการถ่ายภาพแก่บุคคลทั่วไป ธุรกิจ และองค์กรต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และวัตถุประสงค์ด้านการสื่อสาร ธุรกิจยังมี The Bangkok Photographer’s Studio และให้บริการถ่ายภาพทั้งภายในสตูดิโอและนอกสถานที่

    เกี่ยวกับ The Bangkok Photographer

    The Bangkok Photographer เป็นธุรกิจถ่ายภาพมืออาชีพที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ให้บริการถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กร ภาพบุคคลสำหรับการทำงานและธุรกิจ การสร้างภาพลักษณ์ส่วนบุคคลและแบรนด์ การถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ แฟชั่นและภาพถ่ายแนวเอดิทอเรียล ตลอดจนการถ่ายภาพอาหารและสินค้า ด้วยการผสมผสานการกำกับภาพอย่างสร้างสรรค์ เทคนิคการจัดแสงระดับมืออาชีพ และการให้บริการที่ใส่ใจความต้องการของลูกค้า ธุรกิจจึงสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายสำหรับแบรนด์ ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และองค์กรต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละโครงการ

    ติดต่อสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนและธุรกิจ

    The Bangkok PhotographerMartin Rudmanอีเมล: Martin@the-bangkok-photographer.comโทรศัพท์: +66 97 248 1607Instagram: @THE_BANGKOK_PHOTOGRAPHERเว็บไซต์: [ใส่ URL เว็บไซต์ปัจจุบัน]

    https://thebangkokphotographer.mypixieset.com/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES