สนามรบใหม่ของแพลตฟอร์มบัญชี
ตลาดซอฟต์แวร์บัญชีในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะแตะ 215 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และเพิ่มขึ้นเป็น 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 1.9% ต่อปี ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่หวือหวา แต่เบื้องหลังคือการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างแพลตฟอร์มท้องถิ่นและระดับโลกที่ต้องการครองใจ SME ไทยกว่า 3 ล้านราย
FlowAccount: เจ้าตลาดที่ไม่มีใครมองข้าม
FlowAccount เป็นแพลตฟอร์มบัญชีคลาวด์สัญชาติไทยที่มีฐานผู้ใช้งานกว่า 130,000 บริษัท และมีเครือข่ายสำนักงานบัญชีพันธมิตรกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากการเป็นแค่ซอฟต์แวร์บันทึกบัญชี แต่มาจากการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงนักบัญชี เจ้าของธุรกิจ และสถาบันการเงินเข้าด้วยกัน ในงาน Digital Accounting Conference 2026 ที่ FlowAccount จัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการถกเถียงในหัวข้อที่ว่า AI จะเป็นวิกฤติหรือโอกาสของนักบัญชีไทย ซึ่งสะท้อนว่าการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องฟีเจอร์ แต่รวมถึงการกำหนดทิศทางของวิชาชีพในอนาคต
PEAK: พันธมิตรธนาคารที่เปลี่ยนเกม
PEAK เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่สร้างความแตกต่างด้วยการจับมือกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งความร่วมมือกับ UOB ที่เปิดให้ SME ที่ใช้ระบบ PEAK ยื่นขอสินเชื่อได้โดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลแทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน และความร่วมมือกับ SCB ที่พัฒนาระบบเชื่อมต่อธนาคารโดยตรง ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนได้ถึง 12 เท่า
ความร่วมมือระหว่าง PEAK และ SCB ในเดือนมีนาคม 2026 เปิดตัวฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจรับเงินผ่าน QR Payment และข้อมูลถูกบันทึกเข้าสู่ระบบบัญชีอัตโนมัติ ลดขั้นตอนจาก 3 ขั้นตอนเหลือเพียง 1 ขั้นตอน ขณะที่การอัปโหลดไฟล์ Payroll เพื่อตัดจ่ายเงินเดือนช่วยลดงานได้ถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับการคีย์ทีละรายการ
Odoo: อาวุธของ SME ที่ต้องการครบวงจร
Odoo เป็น ERP ระดับโลกที่ปรับแต่งสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ ด้วยการรองรับภาษาไทยและ Thai Localization ที่ครบถ้วน รวมถึง VAT 30 รายงาน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย e-Tax Invoice & e-Receipt และการเชื่อมต่อกับ PromptPay และ Mobile Banking จุดแข็งของ Odoo คือการเป็นระบบเดียวที่ครอบคลุมทั้งบัญชี การขาย สต็อก และทรัพยากรบุคคล เหมาะสำหรับ SME ที่ต้องการขยายธุรกิจโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบหลายรอบ
ตลาดที่ยังมีช่องว่างให้เติม
แม้การแข่งขันจะร้อนแรง แต่ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้โปรแกรมบัญชีของสถานประกอบการขนาดเล็กในเขตปทุมธานีให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำงาน (ค่าเฉลี่ย 4.52) ลักษณะการใช้งาน (4.35) และความไม่ซับซ้อนของโปรแกรม ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างสำหรับผู้เล่นรายใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความเรียบง่ายและใช้งานง่ายได้ดีกว่าผู้เล่นรายเดิม

Leave a Reply