เมื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลุกขึ้นสู้: อิทธิพลของกองทุนรวมไทยต่อการต่อต้านคอร์รัปชันในบริษัทจดทะเบียน

เมื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลุกขึ้นสู้: อิทธิพลของกองทุนรวมไทยต่อการต่อต้านคอร์รัปชันในบริษัทจดทะเบียน

การทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบาย (Policy Corruption) ที่แฝงตัวอยู่ในรูปแบบของการอนุมัติโครงการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน กลายเป็นสมรภูมิรบใหม่ของนักลงทุนสถาบันในตลาดหุ้นไทย เสียงของ “ผู้ถือหุ้นรายย่อย” ที่เคยถูกมองว่าไร้อำนาจ กำลังถูกขยายให้ดังขึ้นผ่านกองทุนรวมและกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่เริ่มใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างแข็งกร้าวมากขึ้นในปี 2026

จุดเปลี่ยนของ AGM ไทย

ภาพจำของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) ในไทยที่เงียบสงบและผ่านวาระรวดเดียว กำลังเปลี่ยนไป ในช่วงต้นปี 2026 เกิดเหตุการณ์ที่น่าจับตามองในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อกองทุนรวมชั้นนำของประเทศหลายแห่ง ร่วมกัน “โหวต No” หรือ “Abstain” ต่อวาระการต่อสัญญาสัมปทานให้กับบริษัทที่ปรึกษากฎหมายซึ่งเป็นญาติของกรรมการผู้จัดการของบริษัทจดทะเบียนด้านโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังของกลไก Good Corporate Governance ที่แท้จริง ตามรายงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) พบว่าในรอบปีที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนที่มีการติดตามการออกเสียง (Active Voting) เพิ่มขึ้นกว่า 40% นักลงทุนสถาบันไทยไม่ได้มองว่าการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเพียง “ต้นทุน” แต่พวกเขามองว่ามันคือ “การบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน” บริษัทใดที่มีประวัติการทุจริต มักมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและราคาหุ้นมีความผันผวนมากกว่ากลุ่มเพื่อน

ตัวชี้วัดใหม่: คะแนน CAC และ SET ESG Ratings

เพื่อสนับสนุนการทำงานของนักลงทุน แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) ได้ยกระดับมาตรฐานการรับรองสมาชิกใหม่ในปี 2026 บริษัทที่ไม่เพียงแค่ประกาศเจตนารมณ์ แต่ต้องมีการประเมินความเสี่ยงการติดสินบน (Bribery Risk Assessment) ในทุกระดับของห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยี Data Analytics

นอกจากนี้ คะแนนการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างและพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง บริษัทที่ได้คะแนนต่ำจะถูกตัดออกจาก Universe การลงทุนของกองทุนขนาดใหญ่ทันที นี่คือแรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริหารระดับสูงต้องหันมาใส่ใจธรรมาภิบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้

วัฒนธรรมการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing)

หัวใจของการจับโกงได้เร็วคือการมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่ปลอดภัย กองทุนนักลงทุนไทยเริ่มยื่นข้อเสนอต่อบริษัทจดทะเบียนให้มีการเปิดเผยจำนวนเรื่องร้องเรียนที่ได้รับผ่านระบบ Whistleblower ในรายงานประจำปี โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการเงิน ความโปร่งใสในจุดนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ปัญหาจะลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นข่าวฉาวหน้าหนึ่ง เช่น เหตุการณ์ที่เคยเกิดกับบริษัทในตลาด mai ในอดีต

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *