องค์กรไทยเร่ง certify ISO 22301 หลังความเสี่ยงดิจิทัลและภัยธรรมชาติทับซ้อนกัน
ในปี 2026 กระแสการรับรองมาตรฐาน ISO 22301:2019 ในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงองค์กรขนาดใหญ่ในภาคการผลิตอีกต่อไป แต่ขยายเข้าสู่ภาคการเงิน โทรคมนาคม และบริการภาครัฐอย่างชัดเจน การรับรองมาตรฐานนี้กลายเป็นสัญญาณที่ตลาดและผู้กำกับดูแลใช้ประเมินว่า องค์กรมีระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCMS) ที่สอบทานได้จริง ไม่ใช่เพียงแผนบนกระดาษ
กรณี ธอส. กับการรักษาความต่อเนื่องของบริการดิจิทัลปีที่ 7
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้รับการรับรอง ISO 22301:2019 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยขอบเขตการรับรองครอบคลุมบริการโอนเงินและชำระหนี้ผ่าน Mobile Application “GHB ALL GEN” การรับรองนี้สะท้อนว่าธนาคารสามารถรักษาความต่อเนื่องของบริการสำคัญ โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลที่ลูกค้าพึ่งพาในชีวิตประจำวัน สำหรับสถาบันการเงิน การมี BCMS ที่ผ่านการตรวจประเมินจากบุคคลที่สามอย่าง BSI ช่วยลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงินและคู่ค้า
Jastel Network และบทเรียนสำหรับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมและไอซีที ได้รับใบรับรอง ISO 22301 จาก BSI ประเทศไทย การรับรองนี้ครอบคลุมระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อ “รับมือและฟื้นฟู” การดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างเป็นระบบ ทันถ่วงที และมีประสิทธิภาพ ในธุรกิจที่ความพร้อมใช้งานของเครือข่ายคือหัวใจของบริการ การที่ผู้ให้บริการสามารถพิสูจน์ได้ว่ามี BCMS ตามมาตรฐานสากลจึงเป็นข้อได้เปรียบเชิงพาณิชย์โดยตรง
นัยเชิงกลยุทธ์: ISO 22301 ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงต่อเนื่อง
สิ่งที่องค์กรไทยควรตระหนักคือ การได้ใบรับรองเป็นเพียงการยืนยันว่าองค์กรมีระบบที่สอดคล้องกับข้อกำหนด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่การรักษาวงจร Plan–Do–Check–Act ให้มีชีวิต มีการซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุง Business Impact Analysis (BIA) ให้สะท้อนความเสี่ยงใหม่ๆ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ ความล้มเหลวของผู้ให้บริการคลาวด์ และภัยธรรมชาติที่ถี่ขึ้น การลงทุนใน BCM จึงเป็นการลงทุนใน “ความสามารถในการฟื้นตัว” ซึ่งเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่วัดผลได้ในระยะยาว

Leave a Reply