เงินก้อนสุดท้ายของชีวิต: สงครามปราบมิจฉาชีพ AI ที่ธนาคารต้องรบเคียงข้างผู้สูงวัย

เงินก้อนสุดท้ายของชีวิต: สงครามปราบมิจฉาชีพ AI ที่ธนาคารต้องรบเคียงข้างผู้สูงวัย

มิจฉาชีพทางการเงินไม่ได้มองผู้สูงอายุเป็นเหยื่อแบบสุ่มอีกต่อไป แต่กำลังเลือกเป้าหมายอย่างมีกลยุทธ์ ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ สสส. ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา คนไทยถูกหลอกลวงทางการเงินมูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านบาท โดยผู้สูงอายุมีความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 68,000 บาทต่อคดี สูงกว่ากลุ่มวัยทำงานถึง 35% และสัดส่วนคดีที่พุ่งเป้าผู้สูงอายุเพิ่มจาก 16% ในปี 2564 เป็น 23% ในปี 2567 เงินที่สูญเสียไปส่วนใหญ่คือเงินก้อนสุดท้ายที่มาจากน้ำพักน้ำแรงทั้งชีวิต สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยากขึ้นคือเทคโนโลยี ปัจจุบันมิจฉาชีพใช้ AI Voice Cloning โคลนเสียงจากคลิปวิดีโอเพียงไม่นาน แล้วแอบอ้างเป็นบุตรหลานหรือคนใกล้ชิดในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อเร่งให้โอนเงิน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังแยกแยะได้ยาก จุดอ่อนไม่ได้อยู่ที่ระบบความปลอดภัยของธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การตัดสินใจของมนุษย์ภายใต้ความกลัวและความเร่งรีบ

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัวซีรีส์ “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ซึ่งเป็นแคมเปญ Edutainment ที่เปลี่ยนเรื่องภัยการเงินที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ผ่านตัวละคร “ป้าเก๋า” เพื่อพลิกผู้สูงวัยจากกลุ่มเปราะบางสู่ด่านหน้าในการรู้เท่าทันกลโกง แนวทางนี้สะท้อนการลงทุนใน Financial Literacy ว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสียหายที่ได้ผลกว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพราะความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการที่ลูกค้าถูกหลอกให้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ไม่ใช่การถูกเจาะระบบ สำหรับภาคธนาคารโดยรวม นี่คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเป็นเพียงผู้ให้บริการธุรกรรม ไปสู่ผู้ดูแลความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนของลูกค้าในสังคมที่ผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นทุกปี การลงทุนในความรู้ทางการเงินจึงไม่ใช่กิจกรรม CSR แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของความไว้วางใจที่ธนาคารต้องสร้าง หากปล่อยให้ผู้สูงวัยสูญเสียเงินออมเพราะขาดภูมิคุ้มกันทางการเงิน ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่ที่ตัวลูกค้า แต่ลามไปถึงความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินทั้งระบบ ลิงก์ข้อมูลอ้างอิง: ไทยรัฐออนไลน์ — https://www.thansettakij.com/social-biz/658478

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *