ตัวเลขที่บอกว่า ‘การรอ’ ไม่ใช่กลยุทธ์อีกต่อไป
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทยสูงถึง 126,950 คัน เพิ่มขึ้น 88% และรถยนต์กลุ่ม xEV มีสัดส่วนรวม 55% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติการขาย แต่เป็นสัญญาณเตือนสำหรับ SME ไทยที่ยังผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ว่า ‘คำสั่งซื้อเดิม’ กำลังจะกลายเป็น ‘สินค้าล้าสมัย’ เร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด
ช่องว่างที่ SME ไทยต้องข้ามให้ได้
แม้การเปลี่ยนผ่านสู่ EV จะเปิดโอกาสใหม่ในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กำลัง แบตเตอรี่ และระบบควบคุม แต่ SME จำนวนไม่น้อยยังติดอยู่กับคำถามเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชี้ว่าโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ใหม่ควรทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตจริงในประเทศ การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยต้องสร้างประโยชน์เชื่อมโยงถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่มีมากกว่า 800,000 ตำแหน่ง
ทางออกที่จับต้องได้: EV Conversion และการทดสอบในประเทศ
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือโครงการอบรม “EV Conversion” ซึ่งสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดขึ้นโดยมีผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการคัดเลือก 23 แห่ง เข้าร่วม ครอบคลุมเจ้าของอู่ซ่อมรถ หัวหน้าช่าง และวิศวกร เพื่อพัฒนาศักยภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ในอีกด้านหนึ่ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้พัฒนาเทคนิค Hardware in the Loop (HIL) สำหรับทดสอบชุดบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และชุดควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า (MCU) โดยร่วมมือกับบริษัทฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ในการทดสอบผลิตภัณฑ์ 3 รุ่น และร่วมกับบริษัทเอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด อีก 1 รุ่น ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการส่งทดสอบไปต่างประเทศและลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการไทย

Leave a Reply