ตลาดประกันวินาศภัยหรือประกันภัยที่ไม่ใช่ชีวิตของประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยก การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) บีบให้บริษัทประกันภัยต้องปรับโครงสร้างกรมธรรม์รถยนต์ใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกันภาคอสังหาริมทรัพย์และอัคคีภัยก็เผชิญกับสงครามราคาที่ค่อนข้างรุนแรง นับตั้งแต่ภาครัฐผ่อนคลายกฎเกณฑ์อัตราเบี้ยประกันขั้นต่ำ
ความซับซ้อนของกรมธรรม์รถ EV
การรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าไม่ง่ายเหมือนรถยนต์สันดาปภายใน มูลค่าของแบตเตอรี่ที่คิดเป็น 40-50% ของราคารถคือความท้าทายสำคัญ บริษัทประกันภัยหลายแห่งในไทยยังคงใช้ข้อมูลเดิมซึ่งอาจทำให้ขาดทุนเมื่อเกิดการเคลมแบบสูญสิ้น ตั้งแต่ต้นปี 2569 เห็นได้ชัดว่าบริษัท เช่น ทิพยประกันภัย และวิริยะประกันภัย เริ่มแยกความคุ้มครองระหว่างตัวถังรถกับแบตเตอรี่ออกจากกัน รวมถึงบังคับให้ใช้ศูนย์ซ่อมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเฉพาะสำหรับรถ EV เพื่อควบคุมต้นทุนการซ่อมที่พุ่งสูงขึ้น
ความผันผวนของอัตราเบี้ยและความเสี่ยงน้ำท่วม
น้ำท่วมยังคงเป็นความเสี่ยงคลาสสิกที่ครองอันดับการเคลมทรัพย์สินในไทย ในฤดูฝนปี 2568 หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้บริษัทประกันภัยเริ่มนำเทคโนโลยีการทำแผนที่ความเสี่ยง (Geographic Information System / GIS) ที่ทันสมัยมาใช้ในการกำหนดเบี้ยประกัน ลูกค้าที่อยู่ในเขตปลอดน้ำท่วมอาจได้รับส่วนลดสูงสุด 25% ขณะที่เขตเสี่ยงสูงจะถูกกำหนดวงเงินย่อยพิเศษ กลยุทธ์การแบ่งกลุ่มตามภูมิศาสตร์นี้กลายเป็นกุญแจสำคัญในการรักษากำไรท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดในกลุ่มธุรกิจ SME
บทบาทของอินชัวร์เทคในการจัดจำหน่าย
ช่องทางการขายแบบดิจิทัลช่วยลดต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้าได้ถึง 30% โบรกเกอร์ออนไลน์ท้องถิ่นอย่าง Roojai และอินชัวร์เทคจากต่างประเทศยังคงกัดเซาะส่วนแบ่งการตลาดของตัวแทนแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม บริษัทใหญ่ยังคงแข็งแกร่งด้วยเครือข่ายสาขาในต่างจังหวัด การผสานระหว่างตัวแทนที่เป็นมนุษย์กับเครื่องมือดิจิทัล (Phygital) กำลังเป็นแนวโน้มชี้ขาดว่าใครจะอยู่รอดในปี 2569
การเติบโตของตลาดรถ EV ในประเทศไทยส่งผลโดยตรงต่อนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันภัย คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์ของ Market Research Thailand ที่นี่
ประกันภัยไมโครสำหรับ SMEs
เพื่อขยายฐานตลาด ประกันภัยรายย่อย (Microinsurance) เริ่มถูกผลักดันอย่างจริงจัง ผลิตภัณฑ์ที่มีเบี้ยประกันรายวันเริ่มต้นเพียง 10 บาท ซึ่งคุ้มครองร้านค้าหรือแผงลอยขนาดเล็กจากอัคคีภัยและการโจรกรรม ถูกจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง วิธีนี้ถือว่ามีประสิทธิภาพในการเข้าถึงภาคนอกระบบซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่บริษัทประกันแบบดั้งเดิมมองข้ามมาโดยตลอด

Leave a Reply