การลงทุนที่ยั่งยืนได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนในตลาดโลก และตลาดการเงินของประเทศไทยก็ไม่ยกเว้น การตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ได้ทำให้นักลงทุนมองหาบริษัทที่สอดคล้องกับค่านิยมของพวกเขาและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน แนวโน้มนี้กำลังปรับเปลี่ยนตลาดหุ้นในประเทศไทย โดยมีทั้งบริษัทและนักลงทุนที่ยอมรับหลักการของการลงทุน ESG มากขึ้น
การเกิดขึ้นของเกณฑ์ ESG ในตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทย (SET) ได้รับรู้ถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนที่ยั่งยืนและได้เปิดตัวดัชนี ESG ในปี 2019 ซึ่งเป็นดัชนีที่เน้นบริษัทที่มีการปฏิบัติตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ดัชนีนี้สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถค้นหาบริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างมูลค่าระยะยาว โดยการนำเกณฑ์ ESG มาใช้ การเปิดตัวของดัชนี ESG ได้กระตุ้นให้บริษัทไทยหลายแห่งนำแนวทาง ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
บริษัทในประเทศไทยโดยเฉพาะในหลายอุตสาหกรรมเช่น พลังงาน การผลิต และการเกษตรกำลังผสมผสานความยั่งยืนเข้าไปในกลยุทธ์ทางธุรกิจ แนวโน้มการใช้ ESG เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนนี้เป็นการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่รับผิดชอบ ดังนั้น บริษัทที่มีการยอมรับ ESG ในประเทศไทยจึงได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศและต่างประเทศในด้านการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนความเสมอภาคทางสังคม
การเน้นด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิทัศน์การลงทุนของประเทศไทย
สิ่งแวดล้อมเป็นแง่มุมสำคัญของการลงทุน ESG และบริษัทไทยกำลังก้าวหน้าอย่างมากในด้านนี้ รัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ส่งเสริมพลังงานทดแทน และปรับปรุงการจัดการขยะ เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายเหล่านี้ บริษัทไทยจำนวนมากจึงเริ่มนำวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้พลังงานทดแทน การลดการปล่อยคาร์บอน และการปรับปรุงการจัดการขยะ
ตัวอย่างเช่น บริษัทในภาคพลังงานกำลังเปลี่ยนไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทในอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังสำรวจวิธีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเช่น การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการลดของเสีย ความพยายามเหล่านี้ดึงดูดนักลงทุนที่มุ่งหวังจะสนับสนุนธุรกิจที่พัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบที่ยั่งยืน
ปัจจัยด้านสังคมและการกำกับดูแลในธุรกิจไทย
นอกจากความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ปัจจัยด้านสังคมและการกำกับดูแลยังได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นในประเทศไทย นักลงทุนมองหาบริษัทที่มีการปฏิบัติที่มีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิแรงงานและการสนับสนุนชุมชน นอกจากนี้ การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลที่ดี เช่น การโปร่งใสทางการเงินและการรักษากฎหมายก็เป็นเรื่องที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างยิ่ง
ในประเทศไทยหลายบริษัทกำลังปรับปรุงโครงสร้างการกำกับดูแลองค์กรด้วยการส่งเสริมความหลากหลายในคณะกรรมการ ส่งเสริมสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการทุจริต การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยสร้างความไว้วางใจในหมู่นักลงทุนและส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีจริยธรรมมากขึ้น
การสนับสนุนของรัฐบาลในการลงทุนที่ยั่งยืนในประเทศไทย
รัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนที่ยั่งยืนผ่านนโยบายและมาตรการที่ส่งเสริมการลงทุนที่เน้น ESG คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ได้แนะนำระเบียบข้อบังคับที่กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ ESG ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้จัดเตรียมสิ่งจูงใจด้านภาษีและเงินอุดหนุนสำหรับบริษัทที่ลงทุนในพลังงานทดแทนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมบริษัทให้หันมาใช้วิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนสนับสนุนธุรกิจที่มีคุณสมบัติที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
สรุป
การลงทุนที่ยั่งยืนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย โดยการเน้นที่ปัจจัยด้าน ESG กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดหุ้นในประเทศ บริษัทต่างๆ กำลังนำแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ปรับปรุงมาตรฐานทางสังคม และเสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การสนับสนุนจากรัฐบาลและการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับมูลค่าของปัจจัย ESG ในหมู่นักลงทุนกำลังช่วยกำหนดอนาคตของตลาดการเงินในประเทศไทย ประเทศไทยพร้อมที่จะกลายเป็นผู้นำในการลงทุนที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้




