Blog

  • 4 ดีไซเนอร์ 4 โลกแห่งความสร้างสรรค์ เปิดวันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026

    4 ดีไซเนอร์ 4 โลกแห่งความสร้างสรรค์ เปิดวันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026

    นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – วันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026 เปิดฉาก “The Love City” ด้วย 4 การตีความแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อ Le Hoa Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture และ FALVAON by Luu Viet Anh พา 4 โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์มาสู่รันเวย์เดียวกัน ผ่านมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความงาม ตัวตน และความโรแมนติก

    เรื่องราวของวันแรกไม่ได้อยู่ที่การค้นหาสุนทรียภาพเพียงหนึ่งรูปแบบ แต่เกิดขึ้นจากความแตกต่างและการมาบรรจบกันของหลากหลายแนวคิด โครงสร้างพบกับความอ่อนโยน ความหรูหราแบบกูตูร์พบกับความโรแมนติกที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ขณะที่แฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยได้สนทนากับความทรงจำทางวัฒนธรรม

    ทั้ง 4 การนำเสนอร่วมกันกำหนดโทนความคิดสร้างสรรค์ให้กับ Bridal Fashion Show 2026 ตลอด 2 วัน พร้อมเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นให้ผู้ชมได้เห็นว่าแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนามกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด

    4 การเปิดตัว 4 มุมมองแรกของ “THE LOVE CITY”

    ในฐานะบทแรกของแฟชั่นครั้งสำคัญของ “The Love City” วันแรกได้ส่งสารออกมาอย่างชัดเจนว่า เจ้าสาวยุคใหม่ไม่ได้มีภาพจำเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป

    ตลอดทั้งโปรแกรม ดีไซเนอร์แต่ละคนเริ่มต้นการตีความแฟชั่นเจ้าสาวจากจุดที่แตกต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับโครงสร้างของเครื่องแต่งกาย บางคนเริ่มต้นจากอารมณ์ การปรากฏตัวบนเวที หรือการเล่าเรื่อง

    ภาพของเจ้าสาวจึงไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะอุดมคติที่ตายตัว แต่ในฐานะผู้หญิงที่มีบุคลิก ความปรารถนา และความสัมพันธ์กับแฟชั่นที่แตกต่างกัน

    เมื่อถูกวางไว้ภายใน Vietnam Wedding Week 2026 ความแตกต่างเหล่านี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของงาน ซึ่งสร้างขึ้นบนแนวคิดของการค้นพบ เช่นเดียวกับที่คู่รักได้รับเชิญให้เดินทางไปสำรวจจุดหมายต่าง ๆ ภายใน “The Love City” รันเวย์เองก็ชวนให้ผู้ชมออกสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย

    LE HOA BRIDAL – เมื่อโครงสร้าง รูปทรง และตัวตนของเจ้าสาวยุคใหม่มาบรรจบกัน

    Le Hoa Bridal นำเสนอแฟชั่นเจ้าสาวผ่านการให้ความสำคัญกับซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุ

    โครงสร้างของชุดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิค แต่กลายเป็นองค์ประกอบที่กำหนดการปรากฏตัวของผู้สวมใส่ รวมถึงวิธีที่ร่างกายเคลื่อนไหวและมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบตัว

    ผ่านงานคอร์เซ็ตและรายละเอียดเชิงประติมากรรม การออกแบบสำรวจความสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความเป็นผู้หญิง

    ผลลัพธ์คือภาพของแฟชั่นเจ้าสาวที่แสดงให้เห็นว่า ความประณีตไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับความเปราะบาง และความสง่างามสามารถถ่ายทอดออกมาได้ผ่านความชัดเจนของรูปทรง

    ภายในภาพรวมของ Day One, Le Hoa Bridal เปิดมุมมองแรกอย่างมั่นใจว่า เจ้าสาวยุคใหม่สามารถนิยามตัวเองผ่านการปรากฏตัวและโครงสร้างได้มากพอ ๆ กับความอ่อนโยนหรือการประดับตกแต่ง

    LAM BRIDAL – ถ่ายทอดความโรแมนติกผ่านความประณีต

    Lam Bridal พาอารมณ์ของรันเวย์ไปในอีกทิศทางหนึ่ง

    ภายใต้ภาษาการออกแบบที่เรียบง่ายและร่วมสมัยมากขึ้น ความโรแมนติกถูกนำเสนอผ่านความประณีต มากกว่าความฟุ่มเฟือยหรือการแสดงออกที่เกินพอดี

    ความสนใจจึงเคลื่อนไปสู่สัดส่วน ความเย้ายวนอย่างละเอียดอ่อน และความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่

    แทนที่จะปล่อยให้เครื่องแต่งกายโดดเด่นจนกลบตัวตนของผู้หญิง การออกแบบกลับเปิดพื้นที่ให้บุคลิกของผู้สวมใส่ยังคงปรากฏออกมาอย่างชัดเจน

    แนวทางที่เงียบสงบมากขึ้นนี้สร้างความแตกต่างที่สำคัญให้กับรันเวย์ และสะท้อนว่าแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยสามารถสร้างความประทับใจได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างเดียว

    บางครั้ง ความใกล้ชิดและความเป็นส่วนตัวก็สามารถสื่อสารอารมณ์ได้มากพอ ๆ กับความดราม่าบนเวที

    MINH TUAN COUTURE – เมื่อเจ้าสาวก้าวขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก

    เมื่อ Minh Tuan Couture ปรากฏบนรันเวย์ บรรยากาศก็เคลื่อนเข้าสู่โลกของความหรูหราในแบบกูตูร์

    งานฝีมือ ความอลังการ และพลังในการดึงดูดทุกสายตาถูกนำขึ้นมาเป็นองค์ประกอบหลัก สร้างภาพของเจ้าสาวที่ออกแบบมาเพื่อช่วงเวลาสำคัญที่ยากจะลืมเลือน

    วันแต่งงานเป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสที่เหตุการณ์สำคัญในชีวิตของคนคนหนึ่ง กลายเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกับผู้คนรอบตัว

    Minh Tuan Couture ถ่ายทอดความพิเศษของช่วงเวลานั้นออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมวางเจ้าสาวไว้ในฐานะตัวละครหลักของเรื่องราว

    ผ่านรายละเอียดการออกแบบที่ประณีตและการนำเสนอที่มีพลังแบบการแสดง คอลเลกชันนี้นำบรรยากาศของพรมแดงมาสู่โลกของงานแต่ง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความหมายทางอารมณ์ของช่วงเวลาสำคัญในชีวิตไว้

    FALVAON BY LUU VIET ANH – เรื่องราวของเจ้าสาวที่หยั่งรากอยู่ในความทรงจำทางวัฒนธรรม

    บทสุดท้ายของความคิดสร้างสรรค์ใน Day One มาจาก FALVAON by Luu Viet Anh ซึ่งนำการเล่าเรื่องและความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเกี่ยวกับแฟชั่นเจ้าสาว

    คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้แรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนามเรื่อง Tấm Cám โดยนำองค์ประกอบและการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมมาวางเคียงคู่กับภาษาการออกแบบร่วมสมัย

    รายละเอียดทางวัฒนธรรมไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องแต่งกายย้อนยุคหรือคอสตูม แต่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบทางความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำมาตีความและแปลงเป็นรูปแบบใหม่

    ผลลัพธ์คืออีกหนึ่งมิติของภาพเจ้าสาวยุคใหม่ ผู้หญิงที่อาจไม่ได้มองหาเพียงความงามและงานฝีมือเท่านั้น แต่ยังต้องการเรื่องราวและความรู้สึกเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง

    4 ภาษาการออกแบบ กับภาพของเจ้าสาวยุคใหม่ที่เปิดกว้างมากขึ้น

    เมื่อนำทั้ง 4 โชว์มาวางเคียงข้างกัน ภาพของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยก็ขยายกว้างขึ้นอย่างชัดเจน

    มีทั้งความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ความโรแมนติกอันประณีต ความตื่นตาตื่นใจแบบกูตูร์ และการเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม

    ไม่มีแนวทางใดจำเป็นต้องลดทอนหรือแทนที่อีกแนวทางหนึ่ง ตรงกันข้าม การอยู่ร่วมกันของความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกของแฟชั่นเจ้าสาวกำลังเปิดกว้างขึ้น

    เจ้าสาวแต่ละคนสามารถมองหาสิ่งที่แตกต่างกันจากโอกาสเดียวกัน และแฟชั่นก็กำลังตอบสนองต่อความหลากหลายนั้นด้วยภาษาการออกแบบที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

    นี่คือหนึ่งในสารสำคัญที่สุดของ Day One: เจ้าสาวยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบหรือรูปแบบเดียว

    DAY ONE กำหนดโทนความคิดสร้างสรรค์ให้กับ “THE LOVE CITY”

    Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยมีแนวคิดในการสร้างพื้นที่ที่รวบรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานเข้าไว้ด้วยกัน

    วันแรกของ Bridal Fashion Show ก็สะท้อนจิตวิญญาณเดียวกันผ่านโลกของแฟชั่น

    ดีไซเนอร์ทั้ง 4 คนเดินทางมาพร้อมภาษาทางภาพและแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุด ทุกคนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแห่งการค้นพบเดียวกันภายใน “The Love City”

    โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุนงานในฐานะ Promotional Partners วันแรกของงานยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเชื่อม Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับกลุ่มผู้ชมในแวดวงครีเอทีฟ สื่อ และอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น

    ดังนั้น วันเปิดงานจึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอ 4 คอลเลกชันเท่านั้น แต่ยังช่วยวางแนวคิดหลักของงานทั้งหมดเอาไว้ด้วยว่า งานแต่งในยุคปัจจุบันกำลังมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และแฟชั่นที่อยู่รายล้อมช่วงเวลานั้นก็ควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเรื่องราวที่แตกต่างหลากหลายเช่นเดียวกัน

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Vietnam Wedding Week 2026 ปิดฉาก “The Love City” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ประสบการณ์ และทุกองค์ประกอบของโลกแห่งงานแต่งไว้ในที่เดียว

    Vietnam Wedding Week 2026 ปิดฉาก “The Love City” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ประสบการณ์ และทุกองค์ประกอบของโลกแห่งงานแต่งไว้ในที่เดียว

    นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – หลังจัดงานตลอด 2 วันที่ White Palace Hoang Van Thu งาน Vietnam Wedding Week 2026 ได้ปิดฉาก “The Love City” อย่างเป็นทางการ พร้อมรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์เกี่ยวกับงานแต่ง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ ศิลปิน และคู่รักไว้ในพื้นที่เดียวกัน

    Vietnam Wedding Week 2026 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยมุ่งนำเสนอแพลตฟอร์มด้านงานแต่งที่ครบวงจรและตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจในวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คู่รักได้ค้นหา สัมผัส พูดคุย เปรียบเทียบ และค่อย ๆ เข้าใกล้การตัดสินใจที่เหมาะกับหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต

    หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งตลอด 2 วัน มีดีไซเนอร์และแบรนด์ 7 รายร่วมถ่ายทอด 7 มุมมองที่แตกต่างของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย ขณะที่ดนตรีและการแสดงสดเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศบนรันเวย์ จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของ “The Love City”

    THE LOVE CITY – เมืองที่ออกแบบขึ้นเพื่อทุกช่วงของการเดินทางสู่วันแต่งงาน

    “The Love City” ได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวะชีวิตของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นการเดินทางแห่งการค้นพบ โดยแต่ละโซนเปรียบเสมือนจุดหมายที่เชื่อมโยงกับความต้องการ คำถาม และแต่ละขั้นตอนของการเตรียมงานแต่ง

    ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์จากแบรนด์ พื้นที่ให้คำปรึกษา เวิร์กช็อป ไปจนถึงกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้เพียงเดินชมงานนิทรรศการ แต่ได้ก้าวเข้าไปสำรวจระบบนิเวศของงานแต่งที่เชื่อมโยงถึงกัน

    ชุดแต่งงานและสูทสำหรับเจ้าบ่าวถูกนำเสนอเคียงคู่กับบริการด้านความงาม เครื่องประดับ การถ่ายภาพ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง เวดดิ้งแพลนนิ่ง อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนวันแต่งงาน ไปจนถึงชีวิตหลังวันสำคัญ

    คุณค่าที่จับต้องได้ของรูปแบบงานนี้คือ คู่รักไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งที่แยกออกจากกัน แต่สามารถเห็นผลิตภัณฑ์จริง พูดคุย ซักถาม รับคำแนะนำ เปรียบเทียบทางเลือก และพบกับผู้คนหรือแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังบริการต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว

    แรงบันดาลใจจึงไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ชัดเจนและมีข้อมูลมากขึ้น

    7 รันเวย์ 7 มุมมองใหม่ของแฟชั่นงานแต่งยุคปัจจุบัน

    Bridal Fashion Show 2026 เปรียบเสมือนหัวใจด้านความคิดสร้างสรรค์ของ “The Love City” เมื่อ Le Hoa Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, FALVAON by Luu Viet Anh, DO LONG BRIDAL, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ต่างนำเสนอจุดยืนและมุมมองเฉพาะตัวผ่านรันเวย์เดียวกัน

    ตลอดทั้งโปรแกรม ผู้ชมได้สัมผัสกับภาษาการออกแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่โครงสร้างของชุดที่โดดเด่น ความโรแมนติกอันประณีต ความหรูหราในแบบกูตูร์ การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ซิลูเอตเจ้าสาวที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ไปจนถึงแฟชั่นบุรุษร่วมสมัย และการตีความความโรแมนติกในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

    แทนที่จะนำเสนอภาพจำเพียงแบบเดียวว่าคู่บ่าวสาว “ควร” มีหน้าตาอย่างไร รันเวย์ทั้ง 7 โชว์กลับช่วยเปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ที่หลากหลายมากขึ้น

    สำหรับผู้เข้าร่วมงาน ความหลากหลายนี้ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Vietnam Wedding Week นั่นคือ คู่รักทุกคู่ต่างมีเรื่องราวของตัวเอง และแฟชั่นงานแต่งในยุคปัจจุบันก็เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับความแตกต่างเหล่านั้น

    เมื่อแฟชั่น ดนตรี และการแสดง มาพบกันบนเวทีเดียว

    ประสบการณ์บนรันเวย์ได้รับการต่อยอดผ่านดนตรีและการแสดงสด โดย 2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ที่ช่วยสร้างเส้นทางทางอารมณ์ให้กับตลอดทั้งโปรแกรมแฟชั่น

    เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม THƠM ได้เข้ามาเติมอีกหนึ่งมิติให้กับประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการแสดงสด ขณะที่ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI ยังคงสานต่อบรรยากาศและพลังของการแสดงบนเวที

    แฟชั่น เสียง ดนตรี การเคลื่อนไหว และแสง ถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างให้กับแต่ละโชว์

    ผลลัพธ์คือรันเวย์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงการนำเสนอคอลเลกชันต่อเนื่องกันเท่านั้น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สดที่ใหญ่ขึ้นของ “The Love City”

    จากแรงบันดาลใจ สู่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้จริง

    หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Vietnam Wedding Week 2026 คือ การเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบก้าวลงจากรันเวย์

    หลังจากได้ค้นพบคอลเลกชันที่น่าสนใจ หรือได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นโชว์ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเดินหน้าสำรวจระบบนิเวศของงานแต่งที่อยู่รอบตัวได้ต่อ

    พื้นที่ของแบรนด์และการให้คำปรึกษาช่วยเปลี่ยนแนวคิดกว้าง ๆ ให้กลายเป็นคำถามที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น สไตล์แบบไหนเหมาะกับเรา บริการใดตอบโจทย์ความต้องการของคู่รัก ควรพูดคุยกับใครเป็นลำดับต่อไป หรือมีเรื่องใดที่ต้องตัดสินใจก่อนถึงวันแต่งงาน

    ขณะเดียวกัน เวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์ยังช่วยเพิ่มอีกหนึ่งมิติที่นำไปใช้ได้จริง ด้วยการนำความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางภายในงาน

    ด้วยเหตุนี้ ระยะห่างระหว่างการได้เห็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ กับการนำไปสู่การตัดสินใจจริง จึงลดลง

    YEAH1 และ LIVEN TECHNOLOGY เชื่อมทุกองค์ประกอบของการเดินทางเข้าด้วยกัน

    โครงสร้างของ “The Love City” สะท้อนวิสัยทัศน์ของความร่วมมือเบื้องหลัง Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย YEAH1 และ LIVEN Technology เพื่อนำองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานมาเชื่อมโยงไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน

    แฟชั่นยังคงเป็นหนึ่งในแรงดึงดูดหลักของงาน แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นประตูสู่ประสบการณ์อื่น ๆ

    แฟชั่นโชว์หนึ่งโชว์อาจนำไปสู่การลองชุด การเข้ารับคำปรึกษา การพูดคุยกับผู้ให้บริการ หรือการค้นพบภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าคู่รักต้องการให้งานแต่งของตัวเองมีหน้าตาและความรู้สึกแบบใด

    แนวทางนี้ทำให้ Vietnam Wedding Week มีบทบาทที่มากกว่างานจัดแสดงในรูปแบบดั้งเดิม และกลายเป็นพื้นที่นัดพบที่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ ความเชี่ยวชาญ และความต้องการของผู้บริโภค สามารถมาบรรจบและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ในพื้นที่เดียว

    จุดนัดพบใหม่ของแฟชั่นเวียดนามและอุตสาหกรรมงานแต่ง

    สำหรับคู่รัก “The Love City” คือพื้นที่ที่สามารถเดินเข้ามาพร้อมคำถาม และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนขึ้น

    สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ งานนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจของผู้คนที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตคู่

    สำหรับวงการแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม โปรแกรมรันเวย์ทั้ง 7 โชว์ได้สร้างอีกหนึ่งเวทีให้กับภาษาการออกแบบที่หลากหลาย ได้พบกับสาธารณชน และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของงานแต่งในยุคปัจจุบัน

    กูตูร์สามารถอยู่เคียงข้างแฟชั่นบุรุษ การอ้างอิงถึงวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกับความมินิมอลร่วมสมัย ขณะที่ความตื่นตาตื่นใจและความใกล้ชิดเป็นส่วนตัวก็สามารถมีพื้นที่อยู่ร่วมกันได้เช่นกัน

    โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังได้ขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อไปสู่เครือข่ายในแวดวงครีเอทีฟและอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น

    แม้ “The Love City” จะปิดฉากลงแล้ว แต่แนวคิดสำคัญเบื้องหลังงานยังคงชัดเจนว่า งานเกี่ยวกับการแต่งงานสามารถเป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจ

    เมื่อแฟชั่น ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และทางเลือกที่นำไปใช้ได้จริง ถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับคู่รักในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • สตาร์ทอัพหุ่นยนต์ไทยยานยนต์, ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ออโตเมชัน, สิทธิประโยชน์ BOI หุ่นยนต์, หัวจับหุ่นยนต์ไทย

    สตาร์ทอัพหุ่นยนต์ไทยยานยนต์, ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ออโตเมชัน, สิทธิประโยชน์ BOI หุ่นยนต์, หัวจับหุ่นยนต์ไทย

    ไทยได้ชื่อว่าเป็น “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” ผลิตยานยนต์เกือบ 2 ล้านคันต่อปีให้กับแบรนด์ระดับโลก แต่แขนหุ่นยนต์ในสายการผลิตเหล่านั้นกลับเป็นของต่างชาติเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้น ในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) กลุ่มสตาร์ทอัพหุ่นยนต์กำลังสร้างซัพพลายเชนท้องถิ่นสำหรับชิ้นส่วนออโตเมชันสั่งทำพิเศษ ด้วยความเร็วและความยืดหยุ่นที่ผู้ผลิตจากต่างประเทศเทียบไม่ได้

    หัวจับสั่งทำพิเศษและการสร้างต้นแบบรวดเร็ว

    โรงงานรถยนต์จำเป็นต้องเปลี่ยนหัวจับ ฟิกซ์เจอร์ และจิ๊กใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนโมเดล การสั่งซื้อจากญี่ปุ่นหรือเยอรมนีใช้เวลาหลายเดือนและราคาแพง สตาร์ทอัพไทยให้บริการออกแบบ พิมพ์โลหะ 3 มิติ และติดตั้งภายในไม่กี่สัปดาห์ ความรวดเร็วนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับค่ายรถที่อัปเดตรุ่นถี่ ความสามารถในการดัดแปลงหัวจับหุ่นยนต์หน้างานกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันโดยเฉพาะในช่วงทดลองผลิตและก่อนการผลิตจริง

    ระบบวิชันที่เรียนรู้จากสายการผลิตไทย

    การควบคุมคุณภาพเป็นอีกจุดที่วัตกรรมท้องถิ่นโดดเด่น อัลกอริทึมแมชชีนวิชันที่เทรนด้วยข้อมูลเฉพาะของโรงงานไทยสามารถตรวจจับตำหนิขนาดเล็กบนตัวถัง รอยเชื่อม หรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้แม่นยำสูง ต่างจากซอฟต์แวร์นำเข้าทั่วไป ระบบเหล่านี้ถูกปรับให้เข้ากับแสง วัสดุ และพิกัดความเผื่อของโรงงานท้องถิ่น ส่งผลให้ระบบตรวจสอบของไทยบางรายมีประสิทธิภาพเหนือของนำเข้าในการทดสอบจริง ลดผลบวกลวงและเวลาในการตรวจซ้ำ

    สิทธิประโยชน์ BOI หนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

    คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ออกมาตรการภาษีสำหรับผู้ผลิตที่ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติซึ่งพัฒนาในประเทศ จากข้อมูลอัปเดตส่งเสริมการลงทุนปี 2026 คำขอที่เชื่อมโยงกับผู้ขายหุ่นยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดูรายละเอียดนโยบายได้ที่ boi.go.th สิทธิประโยชน์นี้ลดช่องว่างต้นทุนระหว่างระบบท้องถิ่นกับต่างชาติ ทำให้สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสชนะสัญญาจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่

    สร้างระบบนิเวศครบวงจรใน EEC

    EEC ไม่ได้เป็นเพียงเขตอุตสาหกรรม แต่กำลังเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมหุ่นยนต์ มีมหาวิทยาลัยเทคนิค อินคิวเบเตอร์ และศูนย์ทดสอบอยู่ใกล้โรงงานรถยนต์ ความใกล้ชิดนี้ช่วยให้สตาร์ทอัพร่วมพัฒนาโซลูชันกับวิศวกรในสายการผลิตจริง และย่นระยะเวลาจากต้นแบบสู่การใช้งานจริง สตาร์ทอัพสามารถทดสอบหัวจับใหม่ในวันจันทร์และนำไปใช้ในสายการผลิตจริงได้ภายในวันศุกร์

    ความท้าทายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

    การก้าวจากโรงงานเล็กสู่การเป็นซัพพลายเออร์ Tier-1 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ใช่เรื่องง่าย สตาร์ทอัพต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพและความเชื่อถือได้ที่เข้มงวด บางรายจับมือกับผู้ประกอบระบบจากญี่ปุ่นหรือเยอรมนีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลก พันธมิตรเหล่านี้มักเริ่มจากชิ้นส่วนเดียวแล้วขยายเป็นการประกอบเซลล์ทำงานเต็มรูปแบบเมื่อความไว้วางใจเพิ่มขึ้น

  • การจัดการภาวะชะงักงันของซัพพลายเชนในเซ็นทรัล รีเทล: นวัตกรรมการคลังสินค้าอัตโนมัติและการสำรองสินค้าเชิงรุก

    การจัดการภาวะชะงักงันของซัพพลายเชนในเซ็นทรัล รีเทล: นวัตกรรมการคลังสินค้าอัตโนมัติและการสำรองสินค้าเชิงรุก

    เมื่อโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งระหว่างประเทศ บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก (Proactive Risk Management) คือสิ่งที่แยกผู้นำตลาดออกจากผู้ตาม วิกฤตสินค้าขาดสต็อกและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานทำให้ CRC ต้องพลิกโฉมระบบปฏิบัติการทั้งหมด

    การประยุกต์ใช้ AI ในการพยากรณ์อุปสงค์
    กลยุทธ์สำคัญที่ CRC ใช้คือการลงทุนในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Warehouse) และปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลการขายแบบเรียลไทม์ เมื่อเกิดสัญญาณความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ระบบจะสั่งการให้ศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคทำการจัดสรรสินค้าล่วงหน้า 24 ชั่วโมง วิธีนี้ช่วยลดปัญหาสินค้าหมดสต็อก (Out-of-Stock) ในหน้าร้านได้ถึงร้อยละ 35

    กลยุทธ์ Multi-Sourcing และ Local Heroes
    การพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศเดียวถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรง CRC ปรับเปลี่ยนนโยบายจัดซื้อมาเป็นแบบหลายแหล่ง (Multi-Sourcing) โดยหันไปสนับสนุนผู้ผลิตท้องถิ่น (Local Heroes) ในประเทศไทยมากขึ้น การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นเกราะป้องกันภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งเมื่อเกิดวิกฤต

    ข้อมูลอัปเดต: รายงานจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประจำปี 2026 ระบุว่าธุรกิจค้าปลีกที่ปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลซัพพลายเชนมีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 2 เท่า ข้อมูลนี้ตอกย้ำความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยีแม้ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fti.or.th

    การบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ (SRM)
    ในช่วงวิกฤต การจ่ายเงินชำระหนี้ตรงเวลาและการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่คู่ค้ารายย่อยกลายเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด CRC ใช้แนวทาง Collaborative Planning, Forecasting and Replenishment (CPFR) เพื่อแชร์ข้อมูลยอดขายให้ซัพพลายเออร์เห็นล่วงหน้า ทำให้โรงงานผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียวัตถุดิบและสต็อกส่วนเกิน

  • เบื้องหลังยักษ์ใหญ่ 38 ล้านเครื่องต่อปี TCL เผยโฉม Smart Factory โรงงาน AI ผลิตตลอด 24/7 ตอกย้ำคุณภาพระดับโลกที่ลูกค้ามั่นใจ

    เบื้องหลังยักษ์ใหญ่ 38 ล้านเครื่องต่อปี TCL เผยโฉม Smart Factory โรงงาน AI ผลิตตลอด 24/7 ตอกย้ำคุณภาพระดับโลกที่ลูกค้ามั่นใจ

    TCL Electronics (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ เครื่องปรับอากาศระดับโลก เปิดประสบการณ์สุด Exclusive ยกทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั้งสายเทคโนโลยีและ ไลฟ์สไตล์ นำโดย Extreme IT ตัวพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีของไทย พร้อมตัวแทนจำหน่ายลูกค้าคนสำคัญจากประเทศไทยบินลัดฟ้า สู่ประเทศจีน เพื่อเยี่ยมชมเบื้องหลังการผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL อย่างใกล้ชิด ผ่านโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศทั้ง 3 แห่งใน กว่างโจว เซินเจิ้น และจงซาน พร้อมสัมผัสมาตรฐานการผลิตระดับ World-Class ผ่าน TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะที่นำ AI และระบบอัตโนมัติ มาใช้ครอบคลุมกระบวนการผลิต 100% สามารถเดินสายการผลิต ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเครื่องปรับอากาศออกจาก สายการผลิต 1 เครื่องในทุก 7 วินาที และรองรับกำลังการผลิตรวมกว่า 38 ล้านเครื่องต่อปี

    นอกจากศักยภาพด้านกำลังการผลิตแล้ว TCL ยังให้ความสำคัญ กับการพัฒนาสู่การเป็นโรงงาน Carbon Neutral Factory ที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิออกจากกระบวนการผลิต “เท่ากับศูนย์” รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบ จัดการของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบเพื่อลดปริมาณของ เสียและนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สะท้อนแนวคิด ของโรงงานระดับ World-Class ที่ไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    บรรยากาศตลอดการเยี่ยมชมโรงงานทั้ง 3 แห่งเต็มไปด้วยความ ตื่นตาตื่นใจโดยกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ได้สัมผัสถึงเบื้องหลังการผลิตจริง ตั้งแต่ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ พร้อมเก็บภาพบรรยากาศและสรรสร้างคอนเทนต์ตลอดเส้นทางขณะที่ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายได้เห็นพัฒนาการของผลิตภัณฑ์ TCL ตั้งแต่ต้นทาง และสัมผัสด้วยตัวเองถึงมาตรฐานที่อยู่เบื้องหลังเครื่องปรับอากาศแต่ละ เครื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมงานกับ TCL มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “ ขาย TCL มานานมาก ต้องบอกว่าแอร์ TCL พัฒนามาไกลจริง ๆ ครับ ทั้งเรื่องคุณภาพ ตัวสินค้า และเทคโนโลยี พอได้มาเห็นโรงงานและกระบวนการผลิตจริงก็ยิ่งเห็นว่าข้างหลังมีการพัฒนาและลงทุนอย่างต่อเนื่อง ” 

    ทริปครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่คณะผู้บริหาร TCLจากทั้งประเทศจีนและประเทศไทยได้ร่วมให้การต้อนรับพาร์ตเนอร์จากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุย กระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด ผ่านการประชุมสุดยอด พันธมิตรทางธุรกิจเครื่องปรับอากาศประจำปี 2026 ภายใต้แนวคิด “TCL THE PARADIGM SHIFT” TCL Thailand Air Conditioner Strategic Business Partners Summit 

    พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองตลาด หารือทิศทางและแผนของ TCL Electronics (Thailand) ทั้งแผนเพิ่มฐานการผลิตในประเทศไทย การสนับสนุนคู่ค้า การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ตลอดจนการยกระดับบริการหลังการขาย ระยะเวลารับประกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดไทยในระยะยาว

    สำหรับ TCL การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์ได้ สัมผัสศักยภาพของ World-Class Manufacturing ด้วยตนเอง แต่ยังสะท้อนความแข็งแกร่งด้านการผลิตระดับโลกของ TCL ตั้งแต่ Smart Factory ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 38 ล้านเครื่องต่อปี ไปจนถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Zero Carbon ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน แผนการเติบโตของ TCL ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความ เชื่อมั่น และความแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    https://www.tcl.com/th

    https://www.facebook.com/TCLThailand

    #TCLACTheParadigmShift2026

    #ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • VRITIMES เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ยกระดับการสื่อสารดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมไซเบอร์เซคเคียวริตี้

    VRITIMES เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ยกระดับการสื่อสารดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมไซเบอร์เซคเคียวริตี้

    VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าว PR เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล แบงค็อก สุขุมวิท นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลยกระดับ Brand Awareness, SEO และ AIO เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรด้านความปลอดภัยไซเบอร์

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — 26 สิงหาคม 2026 — VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ชั้นนำ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบนิเวศเทคโนโลยี ด้วยการเข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล แบงค็อก สุขุมวิท (Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit) งานประชุมระดับภูมิภาคที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำองค์กร และผู้ทรงอิทธิพลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากทั่วประเทศไทย

    การร่วมงานในครั้งนี้ VRITIMES ได้นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์เซคเคียวริตี้ สามารถส่งต่อข้อมูล นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 พิลลาร์หลักของการสื่อสารยุคใหม่:

    Brand Awareness: VRITIMES ช่วยกระจายข่าวสารและประกาศสำคัญไปยังเครือข่ายสำนักข่าวชั้นนำ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มตัดสินใจระดับองค์กร (B2B) ได้อย่างตรงจุด

    Search Engine Optimization (SEO): การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อพันธมิตรของ VRITIMES ช่วยสร้าง Backlinks เพิ่มค่า Domain Authority ของเว็บไซต์องค์กร และดันอันดับคำค้นหาสำคัญบน Google ให้ติดอันดับได้ดียิ่งขึ้น

    Artificial Intelligence Optimization (AIO): ปรับแต่งเนื้อหาและข้อมูลของแบรนด์ให้รองรับการค้นหาของระบบ AI ช่วยให้ Search Engine ยุคใหม่ เช่น ChatGPT, Google AI Overviews, Gemini และ Perplexity สามารถดึงข้อมูลความจริงและบริการขององค์กรไปอ้างอิงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

    ตลอดการจัดงาน บูธของ VRITIMES ได้รับความสนใจจากผู้บริหารด้าน IT, CISO, นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน PR ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งทดลองใช้งานแดชบอร์ดของ VRITIMES การเข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ VRITIMES (สำนักงานใหญ่ ณ กรุงโตเกียว) ในการเป็นเครื่องมือการสื่อสารดิจิทัลที่คุ้มค่า และวัดผลได้สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • กลยุทธ์ผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัลปี 2569: ใช้สตอรีเทลลิงขายงานหัตถกรรมท้องถิ่นให้ปังบนอีคอมเมิร์ซ

    กลยุทธ์ผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัลปี 2569: ใช้สตอรีเทลลิงขายงานหัตถกรรมท้องถิ่นให้ปังบนอีคอมเมิร์ซ

    ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากยังเชื่อว่าการขายของออนไลน์เป็นเรื่องของสินค้าแฟชั่นหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ความจริงในปี 2569 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วโลกกลับเปิดทางให้สินค้าหัตถกรรมและงานฝีมือท้องถิ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะผู้บริโภคยุคดิจิทัลต้องการสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร และสามารถติดตามที่มาที่ไปได้

    ทำไมสตอรีเทลลิงคือหัวใจของงานคราฟต์ออนไลน์

    สินค้าท้องถิ่นมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติ เพราะเบื้องหลังทุกชิ้นมีเรื่องราวของชุมชน ช่างฝีมือ และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน การเล่าเรื่องเหล่านี้ผ่านภาพ วิดีโอสั้น และข้อความที่จริงใจช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้ซื้อได้ดีกว่าการโฆษณาแบบตรงไปตรงมา รายงานจาก CEA ปี 2569 ชี้ว่าสินค้าหัตถกรรมไทยที่มีการเล่าเรื่องผ่านวิดีโอความยาวไม่เกิน 60 วินาที มียอดขายบนแพลตฟอร์ม TikTok Shop และ Instagram สูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ไม่มีคอนเทนต์เรื่องราวถึง 3.2 เท่า (อ้างอิงข้อมูลได้ที่ https://www.cea.or.th)

    เลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

    ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกแพลตฟอร์ม แต่ต้องเลือกช่องทางที่เหมาะกับสินค้าและลูกค้าเป้าหมายของตนเอง เช่น หากสินค้าเป็นผ้าทอมือหรูหรา ควรเน้นที่ Etsy และ Instagram ซึ่งเป็นแหล่งรวมผู้ซื้องานคราฟต์จากยุโรปและอเมริกา แต่ถ้าเป็นของใช้ในครัวเรือนจากไม้ไผ่หรือเซรามิก แพลตฟอร์มอย่าง Shopee International และ Amazon Handmade อาจตอบโจทย์กว่า เนื่องจากมีเครื่องมือจัดการขนส่งข้ามประเทศที่ครอบคลุม

    เทคนิคคอนเทนต์ที่ทำให้ลูกค้ากดสั่งซื้อ

    วิดีโอเบื้องหลังการผลิต เช่น การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การแกะสลักไม้ทีละชิ้น หรือการปั้นดินด้วยมือเปล่า มีพลังมากกว่าภาพสินค้าสำเร็จรูปหลายเท่า เพราะผู้ชมได้เห็นความตั้งใจและความละเอียดอ่อนของช่างฝีมือ นอกจากนี้ การใช้ฟีเจอร์ไลฟ์สดเพื่อพูดคุยและสาธิตขั้นตอนการทำยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและกระตุ้นยอดขายได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อผู้ขายสามารถตอบคำถามเรื่องวัตถุดิบและขนาดสินค้าได้อย่างมั่นใจ

    ระบบชำระเงินและขนส่ง: อุปสรรคที่ต้องวางแผนล่วงหน้า

    การขายไปต่างประเทศต้องเตรียมพร้อมเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีนำเข้าปลายทาง และระยะเวลาจัดส่ง ผู้ประกอบการไทยควรศึกษากฎระเบียบของแต่ละประเทศและใช้บริการตัวกลางจัดการโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าเสียหายหรือการถูกปฏิเสธที่ด่านศุลกากร ในปี 2569 หน่วยงานภาครัฐไทยมีโครงการสนับสนุนค่าขนส่งระหว่างประเทศสำหรับสินค้าหัตถกรรมที่ได้มาตรฐานรับรอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้เฉลี่ยร้อยละ 18

    ตัวอย่างจริง: ร้านเซรามิกพื้นบ้านจากลำปาง

    ร้านเซรามิกเล็ก ๆ ในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เริ่มต้นขายออนไลน์ด้วยงบประมาณเพียง 5,000 บาท แต่ใช้เวลาถ่ายวิดีโอขั้นตอนการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนและการเขียนลายด้วยมือแบบล้านนา จนมียอดผู้ติดตามบน Instagram เกิน 80,000 คน และส่งออกไปกว่า 15 ประเทศภายในเวลา 1 ปี ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากการลงทุนโฆษณาจำนวนมาก แต่มาจากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและจริงใจเกี่ยวกับคุณค่าของงานฝีมือไทย

  • สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว” ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย

    สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว” ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย

    https://www.tcl.com/th
    https://www.facebook.com/TCLThailand

    #TCLACTheParadigmShift2026
    #ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม

    ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับ TCL Electronics (Thailand) ภายใต้แนวคิด “The Paradigm Shift” ที่ล่าสุดพา 2 พรีเซ็นเตอร์คู่รัก ครอบครัวอบอุ่น “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์” และ “แมทธิว ดีน” บินลัดฟ้าสวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี ประเทศจีน เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการเข้าเยี่ยมชม 3 โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศยักษ์ใหญ่ของ TCL ณ นครกว่างโจว จงซาน และ เซินเจิ้น พร้อมเจาะลึก TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะ ต้นแบบที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบ อัตโนมัติมาใช้ในไลน์การผลิตเครื่องปรับอากาศแบบ 100% เต็มรูปแบบ ตอกย้ำความมั่นใจในมาตรฐานความพรีเมียม ระดับโลกที่การันตีด้วย ยอดขายพุ่งทะยานสู่อันดับ 1

    บรรยากาศการเยี่ยมชมโรงงานเต็มไปด้วยความประทับใจและ ความหวานของคู่รักพรีเซ็นเตอร์ โดยทั้งคู่ได้ร่วมเจาะลึกทุกขั้นตอน การผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการประกอบชิ้นส่วน การทดสอบประสิทธิภาพ จนถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งทุก กระบวนการถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประณีตสูงสุด

    เมื่อถามถึงความประทับใจและขั้นตอนการผลิตที่ทำให้ต้องร้องว้าวมากที่สุด ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ เผยความรู้สึกว่า “เดียกับพี่แมทธิวว้าวมากกับโรงงาน TCL ที่นี่ค่ะ เพิ่งเคยเห็นไลน์ การผลิตแอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้หุ่นยนต์และระบบ AI ควบคุมและผลิตแบบ 100% เต็มพื้นที่ โดยหลายพื้นที่ในโรงงานแทบไม่ใช้คนอยู่ในไลน์ผลิต เลย ทุกอย่างทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นระเบียบ นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เดียประทับใจสุด ๆ คือเรื่องระบบ QC ตรวจสอบ คุณภาพที่พิถีพิถันมีการตรวจเช็กซ้ำหลายขั้นตอนอย่างเข้มงวดก่อนที่ แอร์ 1 เครื่องจะถูกปล่อยออกมาวางจำหน่าย ทำให้เรามั่นใจจริง ๆ ว่าแอร์ TCL ที่เราเลือกใช้ในบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พรีเมียมเต็มร้อยค่ะ”

    ด้าน แมทธิว ดีน กล่าวเสริมว่า “การได้มาเห็นโรงงาน TCL Smart Factory ด้วยตัวเองในครั้งนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมยอดขาย เครื่องปรับอากาศ TCL ถึงได้พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 เพราะนอกจากเรื่อง เทคโนโลยี AI สุดล้ำแล้ว TCL ยังใส่ใจในการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ที่มีความทนทาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม บวกกับกระบวน การผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกครอบครัว ที่ใช้แอร์ TCL จะได้รับทั้งความเย็นสบาย ความคุ้มค่า และอากาศบริสุทธิ์ในทุก ๆ วันครับ”

    การเดินทางเยี่ยมชม TCL AC Intelligent Manufacturing Industrial Park ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็น การเปิดประสบการณ์ใหม่ ของพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำ ศักยภาพความเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของ TCL ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่าง ไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”

    ยกระดับการเข้าพักด้วยคลับเลานจ์ สระว่ายน้ำในสวน และเทปันยากิเนื้อโกเบ

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว (Okinawa Harborview Hotel) ประกาศเสร็จสิ้นการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ และพร้อมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วงฤดูร้อนปี 2026

    รายละเอียดเพิ่มเติม:https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/

    ในการปรับปรุงครั้งนี้ ห้องพักได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย พร้อมรองรับความต้องการของผู้เข้าพักระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

    คลับเลานจ์ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักห้องคลับรูมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ พร้อมนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของโอกินาว่าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ โดยนอกจากเนื้อโกเบแล้ว ยังมีเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าให้บริการอีกด้วย อาหารแต่ละจานเสิร์ฟบนภาชนะเซรามิกที่ผลิตด้วยงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว

    ขณะเดียวกัน สระว่ายน้ำในสวนซึ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังการปรับปรุง ได้รับการยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ต แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาฮะก็ตาม

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวจะสืบสานประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับที่สั่งสมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมนำเสนอภาพของ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย” และก้าวสู่ 50 ปีต่อไป

    ■ ห้องพัก

    ห้องพักได้รับการออกแบบใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีครามริวกิว” (Ryukyu Indigo) ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของโอกินาว่า เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น

    หนึ่งในห้องพักที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการเข้าพักระยะยาวคือ “Club Executive Twin” ซึ่งติดตั้งเครื่องซักและอบผ้าในเครื่องเดียว เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ

    ด้วยการผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับความสะดวกสบาย ห้องพักจึงเหมาะสำหรับการเข้าพักในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การท่องเที่ยวไปจนถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ

    ■ คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ

    คลับเลานจ์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ

    จากพื้นที่อันกว้างขวาง ผู้เข้าพักสามารถชมวิวเมืองนาฮะแบบเปิดกว้าง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน

    ตั้งแต่อาหารเช้า ช่วงน้ำชายามบ่าย มื้อค่ำ ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มในช่วงดึก โรงแรมได้จัดเตรียมเมนูสำหรับแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและจังหวะชีวิตอันผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า

    คลับเลานจ์เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ทำให้ผู้เข้าพักยังสามารถใช้เวลาผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศของโอกินาว่าได้แม้หลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน

    【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์ใช้บริการคลับเลานจ์:https://bit.ly/4579JeX

    ■ สระว่ายน้ำในสวน

    สระว่ายน้ำในสวนได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ

    ในช่วงกลางวัน ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายใต้ท้องฟ้าสีครามบนเก้าอี้เลานจ์ในน้ำหรือเก้าอี้พักผ่อนริมสระ ขณะที่ในช่วงกลางคืน แสงไฟอันงดงามจะส่องสะท้อนบนผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

    พูลบาร์ที่เปิดให้บริการใหม่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยเชฟและบาร์เทนเดอร์ของโรงแรม โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

    ผู้เข้าพักจึงสามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าได้อย่างเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งริมสระว่ายน้ำ

    ■ เทปันยากิ อิซุมิซากิ

    “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารภายใต้แนวคิด “การผสานอดีตและปัจจุบันของริวกิว”

    นอกจากเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ

    ผู้เข้าพักสามารถชมเชฟปรุงวัตถุดิบบนเตาเทปันยากิตรงหน้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสทั้งเสียง กลิ่น และบรรยากาศของการปรุงอาหาร เป็นประสบการณ์เทปันยากิที่เปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเต็มที่

    【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมมื้อค่ำสำหรับชิมเปรียบเทียบเนื้อวากิวขนดำจากจังหวัดโอกินาว่ากับเนื้อโกเบ:https://bit.ly/4xeGTFg

    ■ โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว เปิดให้บริการในปี 1975 เนื่องในโอกาสการจัดงานมหกรรมทางทะเลนานาชาติโอกินาว่า

    นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โรงแรมได้ทำหน้าที่ในฐานะหนึ่งในโรงแรมใจกลางเมืองชั้นนำของโอกินาว่า และให้การต้อนรับแขกจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญจากญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ

    ในปี 2025 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ โรงแรมได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคต่อไป

    พื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ห้องอาหาร คลับเลานจ์ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำในสวน และพื้นที่อื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวครั้งใหญ่ในโฉมใหม่

    ด้วยการผสานการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าเข้ากับพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความประณีตและทันสมัยยิ่งขึ้น โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยความสุขและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

    ที่อยู่:2-46 อิซุมิซากิ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า 900-0021 ประเทศญี่ปุ่น

    Website:https://oka-hvh.com/

    Facebook:https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/

    Instagram:https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/

    LINE:https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&openQrModal=true

    ■ ข้อมูลบริษัท Hotel Management Japan Co., Ltd.

    Hotel Management Japan Co., Ltd. บริหารโรงแรมทั้งหมด 27 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมจำนวนห้องพัก 9,051 ห้อง และมีพนักงาน 4,018 คน

    นอกจากแบรนด์ของบริษัทเอง ได้แก่ Oriental Hotels และ Hotel Oriental Express แล้ว บริษัทยังบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Hilton, Hyatt, Sheraton และ Hotel Nikko

    Website:https://www.oriental-hotels.com/en/

    YouTube:https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts

    X:https://twitter.com/Oriental_HR

    TikTok:https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts

    Instagram:https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts

    Facebook:https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069

    CLUB ORIENTAL:https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • บาทอ่อนพลิกเกม: หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรม-สายการบินไทยปี 2026 ได้อานิสงส์อย่างไร พร้อมข้อมูลนักท่องเที่ยว

    บาทอ่อนพลิกเกม: หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรม-สายการบินไทยปี 2026 ได้อานิสงส์อย่างไร พร้อมข้อมูลนักท่องเที่ยว

    ช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สิ่งแรกที่นักวิเคราะห์มักมองถึงคือภาคการท่องเที่ยวไทย เพราะค่าเงินบาทอ่อนทำให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกลง ประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้น ปี 2026 นี้แนวโน้มค่าเงินบาทที่ผันผวนและบางช่วงอ่อนค่าลงได้สร้างแรงหนุนให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    กลไกบาทอ่อนกระตุ้นการท่องเที่ยว

    อำนาจซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น

    เมื่อเงินบาทอ่อนลง นักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐ จีน และญี่ปุ่นจะใช้เงินสกุลของตนแลกเป็นบาทได้มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อวันในการท่องเที่ยวลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง เช่น สิงคโปร์หรือญี่ปุ่น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาพำนักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    รายได้ต่อหัวและค่าใช้จ่ายในประเทศสูงขึ้น

    นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นแล้ว พฤติกรรมการใช้จ่ายก็เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มใช้จ่ายกับที่พักระดับกลาง-บน อาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เนื่องจากรู้สึกว่าได้ความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินของตน โรงแรมและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวหลักจึงมีรายได้เติบโตโดดเด่น

    หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่โดดเด่นใน SET

    กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ต

    หุ้นโรงแรม เช่น MINT และ CENTEL มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสัดส่วนสูง อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อบาทอ่อน โดยเฉพาะโรงแรมในภูเก็ต สมุย และกรุงเทพฯ ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระยะไกล

    กลุ่มสายการบินและบริการสนามบิน

    บริษัทท่าอากาศยานไทย (AOT) ได้ประโยชน์จากปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สายการบิน เช่น AAV และ BA มีรายได้จากค่าโดยสารที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศมากขึ้นเมื่อแปลงเป็นบาท แม้มีต้นทุนน้ำมันเป็นดอลลาร์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

    ข้อมูลนักท่องเที่ยวปี 2026 จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ เดือนมกราคม 2026 ระบุจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมเกิน 3 ล้านคนภายในเดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เป้าหมายทั้งปีคาดการณ์ไว้ที่ 40 ล้านคน ผู้สนใจติดตามสถิติรายเดือนได้ที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา

    แม้บาทอ่อนจะหนุนภาคท่องเที่ยว แต่การอ่อนค่าอย่างรวดเร็วอาจเพิ่มต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบินและต้นทุนนำเข้าอาหารของโรงแรม นักลงทุนควรติดตามส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและราคาพลังงานโลกประกอบการตัดสินใจ รวมถึงเสถียรภาพการเมืองและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ