Category: Press Release

  • LINE SCALE UP สนับสนุน Venture Spark Cohort 2: เปิดโอกาสเข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย ร่วมกับ A2D Ventures, depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

    LINE SCALE UP สนับสนุน Venture Spark Cohort 2: เปิดโอกาสเข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย ร่วมกับ A2D Ventures, depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

    Venture Spark Startup Accelerator แบบไม่จำกัดอุตสาหกรรม (sector-agnostic accelerator) ที่ก่อตั้งโดย A2D Ventures ประกาศเปิดตัว Cohort 2 อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือครั้งสำคัญจาก LINE SCALE UP พร้อมการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมของไทย ได้แก่ depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 31 มีนาคม, 2026 – Venture Spark Startup Accelerator แบบไม่จำกัดอุตสาหกรรม (sector-agnostic accelerator) ที่ก่อตั้งโดย A2D Ventures ประกาศเปิดตัว Cohort 2 อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือครั้งสำคัญจาก LINE SCALE UP พร้อมการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมของไทย ได้แก่ depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand) ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ สตาร์ทอัพและ SMEs ที่มีศักยภาพสูงในประเทศไทยเติบโตได้เร็วขึ้นผ่านการเตรียมความพร้อมด้านการระดมทุน การเข้าถึงเครือข่ายนักลงทุน การทดลองโครงการร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ

    หลังจาก Cohort 1 สามารถช่วยผลักดันผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพให้เข้าถึงเครือข่ายระดับนานาชาติได้สำเร็จ Cohort 2 จะยกระดับการสนับสนุนให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยผสานศักยภาพของแพลตฟอร์ม LINE เข้ากับเครือข่ายภาคธุรกิจและภาครัฐ เพื่อช่วยสตาร์ทอัพแก้ปัญหาสำคัญในการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการนำเสนอธุรกิจ การสร้างพันธมิตรเชิงธุรกิจ และการเข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้าง

    Ankit Upadhyay ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Venture Spark กล่าวว่า“เราได้มอบข้อได้เปรียบที่แท้จริงให้กับผู้ก่อตั้งใน Cohort 2 Venture Spark นำที่ปรึกษาระดับแนวหน้ามาช่วยปรับและยกระดับ Pitch ของคุณใหม่ทั้งหมด รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเพื่อช่วยให้คุณสามารถนำเสนอได้อย่างมั่นใจและทรงพลัง แต่ Pitch ที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่พอหากยังเข้าถึงผู้ใช้งานไม่ได้ ด้วยการร่วมมือกับ LINE SCALE UP เราไม่ได้แค่เตรียมสตาร์ทอัพให้พร้อมสำหรับนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมธุรกิจของพวกเขาเข้าสู่ชีวิตประจำวันและหน้าต่างแชตของคนไทยหลายล้านคน”

    Sirunya Buntornvorapun ผู้อำนวยการฝ่าย Corporate Strategy & Incubation ของ LINE Thailand กล่าวว่า“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Venture Spark เพื่อช่วยให้ผู้ก่อตั้งที่มีความทะเยอทะยานสามารถเติบโตได้รวดเร็วและมั่นใจมากขึ้น ประเทศไทยมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูง แต่การเข้าถึงช่องทางการกระจายผลิตภัณฑ์ในวงกว้างยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ผ่านระบบนิเวศของ LINE สตาร์ทอัพจะสามารถเข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 56 ล้านคน และสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ไร้รอยต่อบนแพลตฟอร์มที่ผู้คนใช้งานทุกวัน ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผู้ก่อตั้งของ Venture Spark เข้ากับเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถด้านการกระจายผู้ใช้ของ LINE เรากำลังเร่งเส้นทางจาก product-market fit ไปสู่การขยายธุรกิจในระดับประเทศ”

    “Unfair Advantage”: สิ่งที่ผู้ก่อตั้งจะได้รับ

    สตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกจะได้เข้าถึงทั้ง เครือข่ายที่ปรึกษาระดับโลก และ ช่องทางการเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมหาศาลผ่านเทคโนโลยีของ LINE พร้อมการสนับสนุนจากพันธมิตรอย่าง depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

    จากโปรแกรม Venture Spark

    Massive Investor Accessโปรแกรมจะปิดท้ายด้วย Demo Day ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพนำเสนอธุรกิจต่อเครือข่ายนักลงทุนกว่า 400+ ราย จากทั่วโลก ทั้ง Venture Capital, Angel Investors และ Corporate Partners

    The Pitch Clinicทำงานร่วมกับที่ปรึกษาระดับโลกเพื่อปรับโมเดลธุรกิจ ทดสอบกลยุทธ์ และยกระดับ Pitch Deck ให้ได้มาตรฐานระดับสากล

    Expert Public Speaking Coachingพัฒนาทักษะการนำเสนอและการเจรจาธุรกิจผ่านการโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร เพื่อให้คุณสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ได้อย่างมั่นใจ

    World-Class Mentorshipเรียนรู้แบบตัวต่อตัวจากผู้ก่อตั้งที่เคยประสบความสำเร็จในการ Exit บริษัท รวมถึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่เคยผ่านความท้าทายในการขยายธุรกิจมาแล้ว

    จากระบบนิเวศของ LINE SCALE UP

    เข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงฐานผู้ใช้ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อเร่งการเติบโตและการใช้งานผลิตภัณฑ์ในวงกว้าง

    Deep Tech & API Integrationคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโปรดักต์บนแพลตฟอร์ม LINE ผ่าน LINE APIs, LINE MINI App และ LINE Official Accounts

    Mastering Chat Commerceแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการใช้เครื่องมือด้าน Commerce และ Digital Tools ของ LINE เพื่อเพิ่มการได้มาของลูกค้าและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    สนับสนุนโดยผู้นำด้านนวัตกรรมของไทย: depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

    นอกจาก LINE SCALE UP ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์การกระจายผู้ใช้งานในระดับประเทศแล้ว โครงสร้างหลักของ Venture Spark ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand) ซึ่งร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทย

    พันธมิตรสำคัญที่ขับเคลื่อน Cohort 2

    InnoSpace (Thailand)องค์กรร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย โดยได้สนับสนุนสตาร์ทอัพมากกว่า 21 บริษัท โดยเน้นสตาร์ทอัพ Deep Tech ระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพเติบโตเป็นผู้เล่นระดับโลก ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำ เช่น PTTOR, SET, BDMS, C.P. Group และ ThaiBev พร้อมให้คำปรึกษา การทดสอบผลิตภัณฑ์ และโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

    ExpresSo NB (PTT Group)หน่วยงานด้านนวัตกรรมและ Corporate Venture ของ PTT Group ที่เชื่อมต่อสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพใน Cohort 2 โดยเฉพาะในด้าน Deep Tech, Energy และ Enterprise SaaS จะมีโอกาสทดลองโครงการนำร่อง (PoC) ร่วมกับองค์กร และขยายโซลูชัน B2B ผ่านเครือข่ายของ PTT

    depa (Digital Economy Promotion Agency)หน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยช่วยสตาร์ทอัพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเข้าถึงกองทุนสนับสนุนจากภาครัฐ โครงการ Smart City และโอกาสในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานในภาครัฐ

    ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วม Cohort 2 ได้รับ “Unfair Advantage” อย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่การพัฒนา Pitch Deck แต่ยังรวมถึงโอกาสในการเชื่อมต่อเทคโนโลยีระยะเริ่มต้นกับโครงการนำร่องขององค์กรขนาดใหญ่ การขยายธุรกิจด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ และเครือข่ายนักลงทุนระดับโลกกว่า 400 ราย

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    Venture Spark Cohort 2 เปิดรับสตาร์ทอัพเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง เช่น Fintech, HealthTech, SaaS, Deep Tech รวมถึงแบรนด์ Smart Commerce ที่กำลังสร้างธุรกิจจากประเทศไทยสู่ตลาดโลก

    โปรแกรมเปิดรับทั้งผู้ก่อตั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (expat / digital nomads) ที่มี MVP พร้อมขยายธุรกิจ หรืออยู่ในช่วง Pre-Seed ถึง Seed Stage

    ขณะนี้ เปิดรับสมัครแล้วสตาร์ทอัพที่สนใจสามารถสมัครและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

    https://venturespark.asia

  • TOMY ประกาศจัดการแข่งขัน BEYBLADE ระดับโลก 2 รายการครั้งยิ่งใหญ่ เชื่อมโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความเป็นจริงเข้าด้วยกัน

    TOMY ประกาศจัดการแข่งขัน BEYBLADE ระดับโลก 2 รายการครั้งยิ่งใหญ่ เชื่อมโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความเป็นจริงเข้าด้วยกัน

    ・พฤษภาคม 2569: เปิดฉากศึกชิงแชมป์โลก BEYBLADE ครั้งแรกบน Roblox
    ・ธันวาคม 2569: จัดการแข่งขันระดับพรีเมียร์ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

    บริษัท โทมี่ จำกัด (TOMY) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตคัตสึชิกะ กรุงโตเกียว มีความยินดีประกาศเปิดเผยข้อมูลล่าสุด พร้อมวิดีโอการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
    (การแข่งขันบน Roblox: youtube.com/watch?v=9unq5CcpsOY / การแข่งขันในประเทศไทย: youtu.be/Gweb97N7p-Y)
    สำหรับการแข่งขันของ “BEYBLADE X” ที่จะจัดขึ้นทั้งใน
    การแข่งขันดังกล่าวเป็นการแข่งขันลูกข่าง “เบโกมะ” รุ่นใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นทั้งในรูปแบบเสมือนจริงบนแพลตฟอร์ม Roblox และในรูปแบบออฟไลน์ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์การแข่งขันที่ทันสมัยและเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกอย่างครอบคลุม

    ศึกครั้งแรกในโลกเสมือนจริง

    “BEYBLADE
    X-BATTLES WORLD CHAMPIONSHIP 2026 ON ROBLOX”

    การแข่งขัน BEYBLADE
    ชิงแชมป์โลกในรูปแบบเสมือนจริงครั้งแรก จะจัดขึ้นระหว่าง
    15 – 25 พฤษภาคม 2569

    เกมอย่างเป็นทางการบน
    Roblox
    “BEYBLADE X-BATTLES”
    มียอดผู้เข้าชมสะสมทั่วโลก ทะลุ 100 ล้านครั้ง ภายในเวลาเพียงประมาณ 11
    เดือนหลังเปิดตัว (มีนาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569)

    การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญดังกล่าว
    พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เล่นทั่วโลกได้เชื่อมต่อและแข่งขันกันแบบเรียลไทม์

     

    การแข่งขันระดับโลกในโลกแห่งความเป็นจริง

    “BEYBLADE
    X GP FINAL 2026 in BANGKOK”

    การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของรายการระดับโลก
    “BEYBLADE X GP” (Grand Prix)
    จะจัดขึ้นใน

    กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

    เดือนธันวาคม 2569

    “BEYBLADE X GP” เป็นการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่จัดขึ้นทั่วโลก
    โดยจะมีการแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละประเทศและภูมิภาค ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
    (GP FINAL) เพื่อค้นหาสุดยอด Blader ระดับโลก

    สำหรับฤดูกาลแรก
    คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจาก 19 ภูมิภาค ครอบคลุมอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย

    กรุงเทพมหานครได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดรอบชิงชนะเลิศ
    เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของ BEYBLADE X และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     

    ความคิดเห็นจากผู้บริหาร

    Masahiko
    Yamazaki

    Head of Global
    Beyblade Business, TOMY

    “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่
    BEYBLADE ซึ่งถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1999
    ยังคงได้รับความนิยมและขยายตัวไปทั่วโลก
    ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนจริง

    การแข่งขันบน Roblox
    ในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ ที่จะเชื่อมโยงผู้เล่นจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน

    นอกจากนี้
    เรายังภูมิใจที่ได้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก
    ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของแฟน BEYBLADE ในระดับโลก

    ภายใต้แนวคิด
    “The Power of Spin – Bringing the World Together”
    เรามุ่งมั่นที่จะผลักดัน BEYBLADE ให้เป็นวัฒนธรรมความบันเทิงระดับโลก
    ที่ทุกคนสามารถสนุกได้โดยไม่จำกัดเพศ ภาษา หรือพรมแดน”

     

    Junichiro
    Tsuji

    Head
    of Developer Relations, Roblox Japan

    “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่
    Roblox ได้รับเลือกเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการขยายประสบการณ์ BEYBLADE สู่โลกดิจิทัล

    BEYBLADE
    ได้สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ มาอย่างยาวนาน
    และการนำเข้าสู่โลกเสมือนจริงถือเป็นก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้น

    การจัดการแข่งขันระดับโลกภายใน
    ‘BEYBLADE X-BATTLES’ ซึ่งมียอดผู้เข้าชมมากกว่า 100 ล้านครั้ง
    เป็นสัญลักษณ์ของยุคใหม่ที่โลกดิจิทัลและโลกจริงผสานเข้าด้วยกัน

    ด้วยผู้ใช้งาน Roblox มากกว่า 144 ล้านคนต่อวัน
    เราเชื่อว่า BEYBLADE จะสามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลก ข้ามทุกข้อจำกัด
    และสร้างประสบการณ์ร่วมกันในระดับสากล”

    เกี่ยวกับ “BEYBLADE X-BATTLES” บน
    Roblox

    “BEYBLADE X-BATTLES” เป็นเกมอย่างเป็นทางการของ
    BEYBLADE X บน Roblox
    ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อ แข่งขัน และสนุกกับประสบการณ์
    BEYBLADE ได้แบบเรียลไทม์ในโลกเสมือนจริง

    ภายในเกมจะมีการจัดการแข่งขันระดับโลก
    “BEYBLADE X-BATTLES WORLD CHAMPIONSHIP 2026 ON ROBLOX”

    ผู้เข้าร่วมสามารถรับ

    BEYBLADE ดิจิทัลพิเศษไอเทม UGC ฟรีจากกิจกรรม

     รายละเอียดกิจกรรม (Roblox)

    ระยะเวลา: 15 – 25 พฤษภาคม 2569

    แพลตฟอร์ม: Roblox

    ชื่อโลก: BEYBLADE X-BATTLES

    ลิงก์: www.roblox.com/games/85070202669030/

    คุณสมบัติ: เลเวล 5 ขึ้นไป

    ค่าใช้จ่าย: เล่นฟรี (มีบางรายการเสียเงิน)

    อุปกรณ์: iOS / Android / PC / Mac

    พันธมิตรพัฒนา: Roblabo Corporation

     

    เกี่ยวกับงาน BEYBLADE X GP FINAL 2026 ที่กรุงเทพฯ

    การแข่งขัน “BEYBLADE X GP” เป็นทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่จัดการแข่งขันรอบคัดเลือกในประเทศและภูมิภาคต่าง
    ๆ ทั่วโลก ก่อนจะสิ้นสุดด้วยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “GP FINAL” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักเบย์เบลดระดับโลก

     

    ภาพรวมกิจกรรม: “BEYBLADE X GP FINAL 2026” ณ กรุงเทพมหานคร

    กำหนดการ:วันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2569 (ตามกำหนดการ)สถานที่จัดงาน: ICONSIAMคุณสมบัติผู้เข้าร่วม:ผู้ชนะจากการแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละภูมิภาค แบ่งเป็นรุ่นปกติ (อายุ 6–12 ปี)รุ่นทั่วไป (อายุ 6 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ใหญ่)

     

    เกี่ยวกับเบย์เบลด
    (
    BEYBLADE)

    เบย์เบลด (BEYBLADE)” เป็นของเล่นลูกข่างต่อสู้ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลูกข่างญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า
    “เบโกมะ” (beigoma) ปัจจุบันมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 560 ล้านชิ้น ในกว่า 80 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2568) โดยในแต่ละซีรีส์สามารถสร้างกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ
    รวมถึงประเทศญี่ปุ่น

    สำหรับ “BEYBLADE X” ซึ่งเป็นซีรีส์รุ่นที่ 4 ได้เริ่มวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 และถือเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของแบรนด์
    ทั้งในด้านประสิทธิภาพของตัวสินค้าและประสบการณ์การเล่นที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ
    BEYBLADE X:
    (
    ญี่ปุ่น) beyblade.takaratomy.co.jp/
    (
    เอเชีย) www.takaratomyasia.com/beybladex/indexเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท:
    www.takaratomy.co.jp/english/

    เกี่ยวกับลิขสิทธิ์: © Homura
    Kawamoto, Hikaru Muno, Posuka Demizu, BBX Project, TV TOKYO © TOMY

    เกี่ยวกับ Roblox และ “BEYBLADE X-BATTLES”
    Roblox
    เป็นแพลตฟอร์มเสมือนจริงระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์
    เชื่อมต่อ และสำรวจประสบการณ์ต่าง ๆ

    ร่วมกัน
    โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ขยายการให้บริการครอบคลุมกว่า 180 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และมีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 144 ล้านคนต่อวัน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568)

    นับตั้งแต่การเปิดตัว
    BEYBLADE PARK” บน Roblox ในเดือนตุลาคม 2566 แบรนด์ BEYBLADE ได้ขยายประสบการณ์สู่รูปแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
    ผ่านกิจกรรมและคอนเทนต์แบบโต้ตอบที่หลากหลายบนแพลตฟอร์ม

    สำหรับ “BEYBLADE X-BATTLES” ซึ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคม
    2568 ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในฐานะประสบการณ์แบบอินเทอร์แอกทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานจากทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อและร่วมสนุกกับ
    BEYBLADE ได้พร้อมกัน
    โดยภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดเข้าชมสะสมมากกว่า
    100 ล้านครั้ง
    สะท้อนถึงการเติบโตสู่การเป็นพื้นที่ความบันเทิงระดับโลกที่ผู้เล่นจากทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

  • HEYONE ประกาศอย่างเป็นทางการเข้าร่วมงาน TTE Thailand Toy Expo ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากตลาดไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สี่

    HEYONE ประกาศอย่างเป็นทางการเข้าร่วมงาน TTE Thailand Toy Expo ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากตลาดไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สี่

    ระหว่างวันที่ 2–5 เมษายน 2026 งาน TTE (Thailand Toy Expo) จะจัดขึ้นที่ศูนย์การค้า CentralWorld กรุงเทพมหานคร โดยแบรนด์อาร์ตทอยชื่อดัง HEYONE ได้ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านโซเชียลมีเดียถึงการเข้าร่วมงาน พร้อมเผยว่าจะมีการเปิดตัวสินค้ารุ่นลิมิเต็ดสำหรับงานนี้หลายรายการ ในฐานะแบรนด์อาร์ตทอยจากจีนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดไทย HEYONE ได้เข้าร่วมงานนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่สี่และสร้างผลงานที่โดดเด่นมาโดยตลอด

    ในฐานะงานอาร์ตทอยระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีทั้งขนาดและอิทธิพล TTE ถือเป็นเวทีหลักของอุตสาหกรรมอาร์ตทอยในภูมิภาคสำหรับการเปิดตัวสินค้า การจัดแสดง และการแลกเปลี่ยนความร่วมมือ โดยงานในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 30,000 คน และมีแบรนด์จากกว่า 14 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วมมากกว่า 300 แบรนด์ ในฐานะแบรนด์ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในงาน TTE HEYONE มองว่างานนี้เป็นสะพานสำคัญในการเชื่อมต่อกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังคงสร้างกระแสความนิยมในงานด้วยการเปิดตัวสินค้ารุ่นลิมิเต็ดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

    ในงาน TTE ครั้งที่ผ่านมา HEYONE ได้นำ IP ดาวเด่นอย่าง OZAI และ MIMI มาจัดแสดง พร้อมเปิดตัวสินค้าลิมิเต็ดหลายรายการ หนึ่งในไฮไลต์คือประติมากรรมขนาดใหญ่ “OZAI Wind-Up Bear” ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ IP ของผู้จัดงาน “NONGTOY” ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจสำคัญของงานและดึงดูดแฟน ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก อีกหนึ่งสินค้าดาวเด่น “MIMI Ice Age Baby Elephant” ผสานองค์ประกอบช้างซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลในวัฒนธรรมไทยเข้ากับลวดลายไทยแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว จนได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคในท้องถิ่น ตลอดสี่วันของงาน บริเวณบูธมีแฟน ๆ ต่อแถวอย่างยาวเหยียด และสินค้าลิมิเต็ดก็ขายหมดอย่างรวดเร็วหลังเปิดจำหน่าย แสดงให้เห็นถึงพลังการดึงดูดของแบรนด์ HEYONE ในตลาดไทยอย่างชัดเจน

    มีรายงานว่าในงานปีนี้ HEYONE จะนำเสนอธีม “Future Curio Shop in Thailand” ซึ่งต่อยอดจากซีรีส์บลายด์บ็อกซ์ใหม่ OZAI · Future Curio Shop พร้อมสร้างป๊อปอัปคอนเซ็ปต์สไตล์ Future Retro เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษในการ “จำหน่ายของแปลกจากโลกอนาคต” ให้กับแฟน ๆ ชาวไทยและนักสะสมอาร์ตทอยจากทั่วโลกภายในงาน TTE ครั้งนี้

    ในฐานะหนึ่งในซีรีส์บลายด์บ็อกซ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานครั้งนี้ OZAI · Future Curio Shop ผสมผสานเสน่ห์ความน่ารักแบบเยียวยาใจของ OZAI เข้ากับบรรยากาศร้านค้าแห่งอนาคตที่อบอุ่นและผ่อนคลาย นอกจากนี้ HEYONE ยังเตรียมเปิดตัวสินค้าลิมิเต็ดอีกหลายรายการ ได้แก่ OZAI · Heart in Balance, MIMI · Siam Wish Wealth และ MIMI · Melody Journey Of Elephant โดย MIMI · Siam Wish Wealth ถ่ายทอดความสง่างามของ “แมวสยาม” ซึ่งเป็นแมวประจำชาติของไทย ผสานเข้ากับความมีชีวิตชีวาของ MIMI และกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน MIMI · Melody Journey Of Elephant ยังคงสานต่อแนวคิดสร้างสรรค์จากซีรีส์ Ice Age Baby Elephant ด้วยการนำสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลของไทยอย่าง “ช้าง” กลับมาอีกครั้ง เพื่อถ่ายทอดจังหวะชีวิตที่หลากหลายและความกลมกลืนอย่างมีความหมาย สินค้าลิมิเต็ดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไทยทั้งสองรายการได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็วหลังมีการปล่อยทีเซอร์บนโซเชียลมีเดีย โดยแฟน ๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์อย่างคึกคัก เช่น “MIMI Siam Wish Wealth ดูสง่างามมาก รุ่นนี้ต้องซื้อ!” และ “ดีไซน์ของ MIMI เข้ากับสไตล์ไทยได้อย่างลงตัว ทุกครั้งมีเซอร์ไพรส์ใหม่เสมอ!”

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา HEYONE ได้เดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากการเข้าร่วมงาน TTE ติดต่อกันสี่ปีแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมแบรนด์หลากหลายรูปแบบในไทยอีกด้วย เมื่อเดือนธันวาคม 2024 OZAI ได้เปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดสไตล์ไทย พร้อมจัดงานแฟลชป๊อปอัป “Orange Ocean in Thailand” ที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และในเดือนกันยายน 2025 HEYONE ได้เปิดตัวป๊อปอัปสโตร์ระดับโลกแห่งแรก “Heyday Playland” ที่แลนด์มาร์กชื่อดัง ICONSIAM กรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน

    ด้วยพลังการออกแบบที่โดดเด่นและความสามารถในการสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์ HEYONE กำลังได้รับความรักจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ สร้างสายสัมพันธ์ของแบรนด์ที่ก้าวข้ามวัฒนธรรม “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของการขยายธุรกิจในต่างประเทศของ HEYONE ผ่านการเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องและการดำเนินกิจกรรมออฟไลน์ในพื้นที่ เราได้สร้างความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับแฟน ๆ ชาวไทย งาน TTE ครั้งนี้ เราจะกลับมาพร้อมความตั้งใจเต็มเปี่ยม เพื่อนำเสนอสินค้าลิมิเต็ดใหม่ ๆ ให้กับแฟน ๆ ชาวไทยและแฟน ๆ ทั่วโลกอีกครั้ง และตั้งตารอการพบกันอย่างยิ่ง” ผู้รับผิดชอบฝ่ายการตลาดของ HEYONE กล่าว

    HEYONE ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 และได้สร้างระบบ IP ต้นฉบับที่แข็งแกร่ง โดยมี OZAI, MIMI และ R3NA เป็นตัวแทนหลัก การออกแบบของแบรนด์ผสมผสานศิลปะความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการแสดงออกทางอารมณ์ จนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคในจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทั่วโลก ปัจจุบันแบรนด์กำลังก้าวขึ้นเป็นพลังใหม่ที่มีอิทธิพลและศักยภาพในการเติบโตสูงในวงการอาร์ตทอยระดับโลก สำหรับงาน TTE ครั้งนี้ HEYONE จะถ่ายทอดพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบใด ยังคงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

     

  • การปรับตัวของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เร่งความต้องการบุคลากรด้าน ESG และผู้นำเชิงกลยุทธ์

    การปรับตัวของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เร่งความต้องการบุคลากรด้าน ESG และผู้นำเชิงกลยุทธ์

    ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภายใต้โครงการต่างๆ เช่น Thailand 4.0 องค์กรต่างๆ กำลังเผชิญกับความกดดันที่เพิ่มขึ้นในการสรรหาผู้นำระดับบริหารที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว

    ในสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลง การที่ผู้นำมีความคิดเห็นไม่ตรงกับทิศทางองค์กรอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรง หากไม่มีผู้นำที่เหมาะสม องค์กรอาจประสบปัญหาในการดำเนินงาน เกิดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง และพลาดโอกาสในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

    เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ 

    MVC Resources บริษัทสรรหาผู้บริหารระดับสูงที่มีฐานในประเทศมาเลเซีย (MVC Resources, a Malaysia-based executive search firm) กำลังสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการระบุตัวผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง บูรณาการหลักการ ESG และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน

    การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่การผลิตขั้นสูง นวัตกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมที่เน้นความยั่งยืนนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าประเทศกำลังก้าวไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากทิศทางนโยบายและการยกระดับอุตสาหกรรม ข้อมูลระดับภูมิภาคจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ยังเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการสร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน

    ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) บ่งชี้ว่าบุคลากรจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับการเพิ่มทักษะ (Reskilling) ในปีต่อๆ ไป สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างความสามารถแบบดั้งเดิมและความต้องการของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืนมากขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงนี้ยังได้รับการยืนยันจากมุมมองของดีลอยท์ (Deloitte) ซึ่งระบุว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ ส่งผลให้องค์กรต่างๆ แสวงหาผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงความคิดริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงเข้ากับความยั่งยืนและการสร้างมูลค่าในระยะยาว

    จากประสบการณ์ในตลาดแรงงานที่มีความคล่องตัวและมีการแข่งขันสูงของมาเลเซีย MVC Resources ได้นำแนวทางที่มีโครงสร้างมาใช้ในการสรรหาผู้บริหารและการจ้างงานผู้นำ โดยมุ่งเน้นที่ผู้สมัครที่สามารถเชื่อมต่อช่องว่างด้านความสามารถ นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และส่งมอบผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้

    “การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยนำมาซึ่งโอกาสที่สำคัญ แต่ยังต้องการผู้นำและทีมงานที่สามารถรับมือกับความซับซ้อนและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้” ตัวแทนจาก MVC Resources กล่าว “ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับบุคลากรในทุกระดับที่ทำงานร่วมกันเพื่อจัดตำแหน่งกลยุทธ์ การทำงานร่วมกัน และวิสัยทัศน์ในระยะยาว”

    แม้ว่าการดำเนินงานหลักของ MVC Resources จะอยู่ในมาเลเซีย แต่บริษัทได้ให้การสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการจ้างงานผู้นำระดับภูมิภาคและข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในบทบาทที่ต้องการแนวคิดที่ก้าวหน้าและความสามารถในการปรับตัว

    ในขณะที่ประเทศไทยยังคงดำเนินต่อไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน ความต้องการผู้นำระดับบริหารที่พร้อมสำหรับอนาคตคาดว่าจะเติบโตขึ้น หากไม่มีผู้นำที่เข้มแข็ง องค์กรอาจเสี่ยงที่จะล้าหลังในความพยายามเปลี่ยนแปลงและสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

    MVC Resources ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนองค์กรต่างๆ โดยการเชื่อมโยงพวกเขากับผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยความสามารถในการนำทัพในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เน้นการเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืนในปัจจุบัน

    เมื่อองค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านนี้ หลายแห่งจึงหันมาใช้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการสรรหาผู้บริหารเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จในระยะยาวได้

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • การปรับตัวของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เร่งความต้องการบุคลากรด้าน ESG และผู้นำเชิงกลยุทธ์

    การปรับตัวของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เร่งความต้องการบุคลากรด้าน ESG และผู้นำเชิงกลยุทธ์

    ทำไมธุรกิจส่วนใหญ่ถึงยังติดกับดักการขาดแคลนบุลคลากรระดับสูง?
    ปัญหาใหญ่ที่หลายองค์กรกำลังเผชิญคือการไม่ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของ “Headhunter” และ “Executive Search” ในการเฟ้นหาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง (High-potential talent) หลายบริษัทมักใช้วิธีการรับสมัครแบบเดิมๆ ซึ่งอาจไม่เข้าถึงกลุ่มผู้บริหารที่ไม่ได้กำลังหางานแต่พร้อมจะเคลื่อนย้ายหากมีโอกาสที่เหมาะสม การขาดความเข้าใจในจุดนี้ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาสในการได้ผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าได้จริง

    กรุงเทพฯ, 23 มีนาคม 2569 — ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภายใต้โครงการต่างๆ เช่น Thailand 4.0 องค์กรต่างๆ กำลังเผชิญกับความกดดันที่เพิ่มขึ้นในการสรรหาผู้นำระดับบริหารที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว

    ในสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลง การที่ผู้นำมีความคิดเห็นไม่ตรงกับทิศทางองค์กรอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรง หากไม่มีผู้นำที่เหมาะสม องค์กรอาจประสบปัญหาในการดำเนินงาน เกิดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง และพลาดโอกาสในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

    เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ 

    MVC Resources บริษัทสรรหาผู้บริหารระดับสูงที่มีฐานในประเทศมาเลเซีย (MVC Resources, a Malaysia-based executive search firm) กำลังสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการระบุตัวผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง บูรณาการหลักการ ESG และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน

    การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่การผลิตขั้นสูง นวัตกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมที่เน้นความยั่งยืนนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าประเทศกำลังก้าวไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากทิศทางนโยบายและการยกระดับอุตสาหกรรม ข้อมูลระดับภูมิภาคจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ยังเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการสร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน

    ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) บ่งชี้ว่าบุคลากรจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับการเพิ่มทักษะ (Reskilling) ในปีต่อๆ ไป สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างความสามารถแบบดั้งเดิมและความต้องการของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืนมากขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงนี้ยังได้รับการยืนยันจากมุมมองของดีลอยท์ (Deloitte) ซึ่งระบุว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ ส่งผลให้องค์กรต่างๆ แสวงหาผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงความคิดริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงเข้ากับความยั่งยืนและการสร้างมูลค่าในระยะยาว

    จากประสบการณ์ในตลาดแรงงานที่มีความคล่องตัวและมีการแข่งขันสูงของมาเลเซีย MVC Resources ได้นำแนวทางที่มีโครงสร้างมาใช้ในการสรรหาผู้บริหารและการจ้างงานผู้นำ โดยมุ่งเน้นที่ผู้สมัครที่สามารถเชื่อมต่อช่องว่างด้านความสามารถ นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และส่งมอบผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้

    “การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยนำมาซึ่งโอกาสที่สำคัญ แต่ยังต้องการผู้นำและทีมงานที่สามารถรับมือกับความซับซ้อนและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้” ตัวแทนจาก MVC Resources กล่าว “ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับบุคลากรในทุกระดับที่ทำงานร่วมกันเพื่อจัดตำแหน่งกลยุทธ์ การทำงานร่วมกัน และวิสัยทัศน์ในระยะยาว”

    แม้ว่าการดำเนินงานหลักของ MVC Resources จะอยู่ในมาเลเซีย แต่บริษัทได้ให้การสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการจ้างงานผู้นำระดับภูมิภาคและข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในบทบาทที่ต้องการแนวคิดที่ก้าวหน้าและความสามารถในการปรับตัว

    ในขณะที่ประเทศไทยยังคงดำเนินต่อไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน ความต้องการผู้นำระดับบริหารที่พร้อมสำหรับอนาคตคาดว่าจะเติบโตขึ้น หากไม่มีผู้นำที่เข้มแข็ง องค์กรอาจเสี่ยงที่จะล้าหลังในความพยายามเปลี่ยนแปลงและสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

    MVC Resources ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนองค์กรต่างๆ โดยการเชื่อมโยงพวกเขากับผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยความสามารถในการนำทัพในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เน้นการเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืนในปัจจุบัน

    เมื่อองค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านนี้ หลายแห่งจึงหันมาใช้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการสรรหาผู้บริหารเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จในระยะยาวได้

  • Lawzana Flow: AI-powered case management for every firm size

    Lawzana Flow: AI-powered case management for every firm size

    Lawzana.com today announced Lawzana Flow, an AI legal case management platform built for law firms of all sizes. The platform puts case tracking, client intake, and AI document review in one place. No enterprise minimums. No expensive setup. Pricing that scales with your firm.

    The legal tech market has split into two camps. On one side: expensive enterprise tools like Harvey and Legora, which cost $30,000 or more and require serious IT infrastructure. On the other: fragmented practice management software that barely touches AI. Lawzana Flow is built for everyone. Those tools ignore solo practitioners, boutique practices, and growing firms that need real AI without a six-figure contract.

    How it works

    Lawzana Flow does three things:

    Case management. The system tracks matters, learns your patterns, surfaces high-priority cases, and flags potential conflicts before they become problems. Deadlines are managed automatically.

    Client intake and conflict screening. Intake forms adapt to your practice area. New clients are screened against your existing database in seconds, not hours.

    Document review and AI legal drafting. AI handles drafting, document assembly, research summaries, and memos. One place for everything, no switching between tools for each task.

    Most competitors add AI onto existing software as an afterthought. Lawzana Flow was designed the other way around: operations first, AI throughout.

    Why this matters

    Seven in ten law firms haven’t adopted AI tools yet. That’s not because they don’t want to. It’s because everything on the market was priced for BigLaw. Lawzana Flow was built for everyone else.

    “The AI revolution in law was being sold exclusively to the wealthiest 200 firms,” said Aurélien Bard, co-founder of Lawzana.com. “We built Lawzana Flow for 200,000 other law firms. The practices that manage complex cases, bill clients, and scale operations without massive budgets. AI shouldn’t be a luxury. It should be standard.”

    Early results from pilot firms

    Pilot firms reported faster intake, fewer data entry errors, and quicker turnaround from first client contact to open case. The areas with the most impact: intake automation and document drafting, which are two of the biggest time drains at any firm regardless of size.

    Availability and pricing

    Lawzana Flow is available today at lawzana.com/flow. Pricing starts at $79/user/month. No setup fees, no seat minimums, no per-matter charges. There’s a free 14-day trial with full access.

    The platform works for solo practitioners and firms with multiple offices. Zapier integration and connections to major document management systems are available now, with more integrations coming later in 2026.

    What sets Lawzana Flow apart

    It’s not bolted on. Most legal tech adds AI through acquisitions or third-party plugins. Lawzana Flow was built from day one as an integrated system, not a patchwork.

    No enterprise contracts. No minimum team size. No “contact sales for pricing” pages. You see the price, you sign up, you start.

    Built by people who’ve worked in legal tech for years. Lawzana’s founding team has spent four years building Lawzana.com into a legal marketing platform that connects thousands of law firms with clients across 50+ countries. They know where the pain is.

    Compliance is handled. SOC 2 Type II infrastructure, end-to-end encryption, role-based access, and full audit logs. Attorney-client privilege and state bar regulations are built into how the platform handles data.

    Coming next

    Two things on Lawzana’s near-term roadmap:

    Integrations with additional legal and practice management platforms

    Pre-built workflows and intake forms for 20+ practice areas, including PI, family law, criminal, corporate, and immigration

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Fusic Selected for Digital Transformation Project by Singapore Takada Industries : Strengthening Global Business Expansion in the ASEAN Region

    Fusic Selected for Digital Transformation Project by Singapore Takada Industries : Strengthening Global Business Expansion in the ASEAN Region

    Fusic Co., Ltd. announced that it has been selected for a digital transformation project by Singapore Takada Industries Pte. Ltd. (“STK”), a Singapore-based engineering company and a member of the TAKADA CORPORATION Group.

    Through this project, Fusic will support STK in modernizing its internal operations by leveraging digital technologies such as cloud computing and generative AI.

    About STK

    Founded in 1971 in Singapore, STK provides engineering design, construction, and maintenance services for a wide range of industrial facilities, including oil and gas facilities, petrochemical and chemical plants, pharmaceutical facilities, power plants, and semiconductor manufacturing plants.

    Over more than 50 years of operations, the company has delivered numerous projects across Singapore and Asia, establishing a strong reputation for quality, safety, and reliable project execution.

    STK is part of the TAKADA CORPORATION Group, which is listed on the Tokyo Stock Exchange Standard Market. Under its Fifth Mid-Term Management Plan (FY2022–FY2026), the group has positioned productivity improvement and competitiveness enhancement through ICT utilization as a key strategic priority, actively promoting digital transformation and the adoption of advanced technologies.

    Project Overview

    Under the project, Fusic will support STK in advancing its internal digital transformation initiatives to improve operational efficiency and strengthen organizational competitiveness.

    The initiative will leverage cloud-based systems and generative AI technologies to modernize business processes and enable more data-driven operations. The project will be implemented in multiple phases, with gradual deployment across STK’s internal workflows.

    In addition, the project will explore the potential integration of AI-driven capabilities as part of STK’s longer-term digital strategy.

    Comment from the Head of Global Business

    “We are honored to support STK in advancing its digital transformation initiative. As highlighted in the TAKADA CORPORATION Group’s mid-term management plan, digital transformation has become a critical driver of corporate competitiveness.

    By combining our expertise in cloud architecture and generative AI technologies with a deep understanding of operational environments, we aim to contribute as a trusted technology partner supporting STK’s long-term growth and innovation.”

    Strategic Significance

    This collaboration represents an important milestone in Fusic’s Global business expansion, particularly in the ASEAN region.

    By leveraging the experience and local partnerships developed through this project, Fusic aims to further expand its presence in overseas markets and strengthen its medium- to long-term revenue base. The company will continue to support enterprises globally through digital transformation initiatives, new business development, and R&D enablement, leveraging advanced technologies including generative AI and cloud computing.

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • สัมผัสประสบการณ์บุฟเฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก พร้อมเพื่อนคู่ซี้สี่ขา โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    สัมผัสประสบการณ์บุฟเฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก พร้อมเพื่อนคู่ซี้สี่ขา โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    ค้นพบประสบการณ์บุฟเฟต์รูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใครกับ ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ประสบการณ์การรับประทานอาหารสไตล์ไลฟ์สไตล์ ชวนคนรักบุฟเฟต์และเพื่อนสี่ขาคู่ใจมาร่วมใช้เวลาวันอาทิตย์อันแสนพิเศษร่วมกัน อิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติ เครื่องดื่มซอฟดริ้งแบบไม่อั้น และบรรยากาศแสนอบอุ่น

    ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ประสบการณ์บรันช์รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานอาหารเลิศรส ช่วงเวลาแห่งความสุข เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์บรันช์นานาชาติที่คัดสรรเมนูหลากหลาย พร้อมสเตชั่นปรุงอาหารสดที่จัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน ไฮไลต์ ได้แก่ คาร์วิงสเตชัน ที่นำเสนอเนื้อวัวส่วน rump จากออสเตรเลียเคลือบโรสแมรีและกระเทียมหอมกรุ่น หมู porchetta สไตล์ไทยหนังกรอบ และปลากะพงอบทั้งตัว เสิร์ฟพร้อมซอสหลากหลายชนิด

    ลิ้มลอง เมนูอะลาคาร์ต สุดพิเศษที่มีเฉพาะในบรันช์นี้เท่านั้น ปรุงสดใหม่และเสิร์ฟแบบไม่จำกัด ไฮไลต์ ได้แก่ Thai Banana Brioche French Toast, Shakshuka, และ Fried Chicken & Golden Waffle เป็นต้น

    บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for whole dog” และ 4 Paws & A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.”

    สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์
    ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา
    เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

    ผ่านความร่วมมือครั้งนี้ แขกและเพื่อนสี่ขาของพวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษ เมนูของขวัญเฉพาะทาง และประสบการณ์ที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มบรรยากาศบรันช์ พร้อมสร้างช่วงเวลาแสนประทับใจให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

    นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง แขกสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกับสัตว์เลี้ยง พบปะผู้ที่มีความสนใจเดียวกัน ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง

    ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก คือจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว เพื่อน และคนรักสัตว์ ที่ต้องการเพลิดเพลินไปกับอาหารรสเลิศ 

    เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ ทางโรงแรมร่วมมือกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พันธมิตรชั้นนำด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักสัตว์ โดยมอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงและผู้เข้าร่วมงาน พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่หลากหลาย ซึ่งมีเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น

    สำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งบรันช์วันอาทิตย์ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับสิทธิพิเศษรับของว่างสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รวมถึงบริการดูแลพื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยงภายในงาน อาทิ ตัดเล็บ ทำความสะอาดหู และทำความสะอาดดวงตา

    ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์บรันช์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษ ของรางวัล และประสบการณ์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างช่วงเวลาอันน่าประทับใจ

    พิเศษสุดคุ้ม

    ราคา 1,299++ บาทต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์แบบเติมไม่อั้น

    เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานอาหารฟรี เมื่อมาพร้อมผู้ใหญ่ที่ชำระเงินแล้ว (จำกัดสูงสุด 2 ท่านต่อโต๊ะ) และเด็กอายุระหว่าง 7 – 12 ปี ส่วนลด 50% จากราคาปกติ

    วันที่: วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา: 12.00 – 15.00 น.

    สถานที่: ห้องอาหาร Crave ชั้น 8 โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    สำรองที่นั่ง: https://megatix.in.th/aloftbangkok

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์บรันช์สุดพิเศษในบรรยากาศสดใส เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ใจกลางย่านสุขุมวิท

    สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-207-7000 หรืออีเมล Fb.Aloftbkk@alofthotels.com

    ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/

    อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/aloftbangkok/

    ไลน์: https://lin.ee/sHUk8r8

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • สัมผัสประสบการณ์บุฟเฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก พร้อมเพื่อนคู่ซี้สี่ขา โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    Experience the Ultimate Pet-Friendly Dining with Sunday Brunch & Bark at Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Aloft Bangkok Sukhumvit 11 proudly presents a vibrant pet-friendly activity with animals are fun (arf) at Sunday Brunch & Bark. This exciting new brunch experience celebrates great food, joyful moments, and the special bond between guests and their beloved four-legged friends.

    Guests can indulge in a vibrant international brunch buffet featuring an impressive selection of our signature live stations and premium highlights. At the Carving Station, diners can enjoy slow-roasted Australian beef rump with rosemary garlic crust, crispy Thai-style porchetta, and whole baked barramundi served with a variety of flavorful sauces.

    In addition to the buffet selections, guests can savor exclusive dishes available only for this brunch, freshly prepared and served unlimited. Signature highlights include the indulgent Thai Banana Brioche French Toast with caramelized banana and coconut chantilly cream, the flavorful Shakshuka with baked eggs in Mediterranean tomato ragout, and the crowd-favorite Fried Chicken & Golden Waffle, among many other delightful creations. Adding a unique touch to the experience, Sunday Brunch & Bark also features a dedicated Pet-Friendly Station, offering healthy homemade treats specially prepared for furry companions, ensuring that pets can enjoy the brunch just as much as their humans. 

    Beyond the delicious food, Brunch & Bark is designed as a lively social gathering for pet lovers. Guests can relax with their pets, meet fellow pet enthusiasts, and enjoy a fun-filled Sunday afternoon together in a welcoming and vibrant atmosphere.

    Sunday Brunch & Bark is the perfect weekend destination for families, friends, and pet lovers looking to enjoy great food, a relaxed atmosphere, and quality time with their furry companions.

    To make the experience even more special, Sunday Brunch & Bark is proudly presented in collaboration with Thonglor Pet Hospital the leading pet-friendly partners who share a passion for pets and lifestyle experiences with exclusive benefits for pet owners and animal lovers, featuring introductions to a range of pet health products and services and special privileges available only to attendees.

    Exclusive for pet lovers who book the Sunday Brunch, guests can enjoy special complimentary treats from Thonglor Pet Hospital, including grooming services such as nail trimming, ear cleaning, and eye cleaning for pets attending the event.

    Pets are not an afterthought, but part of the experience.Pinsky proudly presents the Pet-Friendly Station, thoughtfully curated in
    collaboration with Repupblic, known for its commitment to “Whole food for whole
    dog,”
     and 4 Paws & A Pair, Thailand’s original lifestyle dog ice cream
    brand—founded on the belief to “Cherish every moment spent together.”

    The station features a specially designed menu of artisan meatballs,
    sausages, and gourmet ice creams. Each
    dish is freshly plated by chefs, bringing the same level of care, presentation,
    and dining experience to our furry guests. Made with human-grade ingredients, the menu sets a new standard
    of quality and inclusivity in pet-friendly dining.

    Through this partnership, guests and their furry companions can enjoy exclusive activities, special treats, and curated experiences designed to elevate the brunch atmosphere and create memorable moments for both pets and their owners.

    Exclusive Price

    THB 1,299++ per person, inclusive of unlimited free-flow soft drinks.

    Children under 6 years old dine free when accompanied by a paying adult (maximum 2 children per table). Children aged 7 – 12 years enjoy 50% off. 

    Date: Sunday, 29 March 2026

    Time: 12:00 PM – 3:00 PM

    Venue: Crave Restaurant, 8th Floor, Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Book now: https://megatix.in.th/aloftbangkok

    Experience an unforgettable brunch feast in a vibrant, pet-friendly setting in the heart of Sukhumvit.

    For more information,
    please contact Tel: +66 2 207 7000 or Email: Fb.Aloftbkk@alofthotels.com 

    Follow us for updates
    and promotions:

    Facebook:
    https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/

    Instagram: https://www.instagram.com/aloftbangkok/

    Line:
    https://lin.ee/sHUk8r8 

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Lawzana Flow: AI-powered case management for every firm size

    Lawzana Flow: AI-powered case management for every firm size

    Lawzana.com today announced Lawzana Flow, an AI-powered case management platform built for law firms of all sizes. The platform puts case tracking, client intake, and AI document review in one place. No enterprise minimums. No expensive setup. Pricing that scales with your firm.

    Lawzana.com today announced Lawzana Flow, an AI legal case management platform built for law firms of all sizes. The platform puts case tracking, client intake, and AI document review in one place. No enterprise minimums. No expensive setup. Pricing that scales with your firm.

    The legal tech market has split into two camps. On one side: expensive enterprise tools like Harvey and Legora, which cost $30,000 or more and require serious IT infrastructure. On the other: fragmented practice management software that barely touches AI. Lawzana Flow is built for everyone. Those tools ignore solo practitioners, boutique practices, and growing firms that need real AI without a six-figure contract.

    How it works

    Lawzana Flow does three things:

    Case management. The system tracks matters, learns your patterns, surfaces high-priority cases, and flags potential conflicts before they become problems. Deadlines are managed automatically.

    Client intake and conflict screening. Intake forms adapt to your practice area. New clients are screened against your existing database in seconds, not hours.

    Document review and AI legal drafting. AI handles drafting, document assembly, research summaries, and memos. One place for everything, no switching between tools for each task.

    Most competitors add AI onto existing software as an afterthought. Lawzana Flow was designed the other way around: operations first, AI throughout.

    Why this matters

    Seven in ten law firms haven’t adopted AI tools yet. That’s not because they don’t want to. It’s because everything on the market was priced for BigLaw. Lawzana Flow was built for everyone else.

    “The AI revolution in law was being sold exclusively to the wealthiest 200 firms,” said Aurélien Bard, co-founder of Lawzana.com. “We built Lawzana Flow for 200,000 other law firms. The practices that manage complex cases, bill clients, and scale operations without massive budgets. AI shouldn’t be a luxury. It should be standard.”

    Early results from pilot firms

    Pilot firms reported faster intake, fewer data entry errors, and quicker turnaround from first client contact to open case. The areas with the most impact: intake automation and document drafting, which are two of the biggest time drains at any firm regardless of size.

    Availability and pricing

    Lawzana Flow is available today at lawzana.com/flow. Pricing starts at $79/user/month. No setup fees, no seat minimums, no per-matter charges. There’s a free 14-day trial with full access.

    The platform works for solo practitioners and firms with multiple offices. Zapier integration and connections to major document management systems are available now, with more integrations coming later in 2026.

    What sets Lawzana Flow apart

    It’s not bolted on. Most legal tech adds AI through acquisitions or third-party plugins. Lawzana Flow was built from day one as an integrated system, not a patchwork.

    No enterprise contracts. No minimum team size. No “contact sales for pricing” pages. You see the price, you sign up, you start.

    Built by people who’ve worked in legal tech for years. Lawzana’s founding team has spent four years building Lawzana.com into a legal marketing platform that connects thousands of law firms with clients across 50+ countries. They know where the pain is.

    Compliance is handled. SOC 2 Type II infrastructure, end-to-end encryption, role-based access, and full audit logs. Attorney-client privilege and state bar regulations are built into how the platform handles data.

    Coming next

    Two things on Lawzana’s near-term roadmap:

    Integrations with additional legal and practice management platforms

    Pre-built workflows and intake forms for 20+ practice areas, including PI, family law, criminal, corporate, and immigration