สงครามตะวันออกกลางกับหุ้นโรงแรมไทย 2569: ใครรับผลเต็มๆ ใครพลิกเกมได้

สงครามตะวันออกกลางกับหุ้นโรงแรมไทย 2569: ใครรับผลเต็มๆ ใครพลิกเกมได้

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวไทยตลอดครึ่งปีแรก 2569 แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้กระจายเท่ากันในทุกบริษัท บางแห่งถูกกดดันจากโรงแรมในภูมิภาคที่ได้รับผลโดยตรง ขณะที่บางแห่งกลับได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทางของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

ผลประกอบการครึ่งปีแรก: กำไรยังโต แต่คุณภาพต่างกัน

ภาพรวมธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ยังคงทำกำไรได้แม้เผชิญต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น โดย MINT รายงานกำไร 3,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากรายได้ 82,969 ล้านบาท เติบโต 2% และยังคงเป็นผู้นำกลุ่มด้วยขนาดรายได้ที่ใหญ่ที่สุดด้าน DUSIT สร้างปรากฏการณ์ด้วยกำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด 420.94% จากฐานที่ต่ำในปีก่อน ขณะที่ AWC และ CENTEL ต่างมีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจมากกว่าคือ “แหล่งที่มาของกำไร” ว่ามาจากตลาดใดและมีความยั่งยืนเพียงใด

CENTEL กับ MINT: ความเสี่ยงตรงจากตะวันออกกลาง

Maybank ระบุชัดว่า MINT และ CENTEL ได้รับผลกระทบโดยตรงจากตะวันออกกลาง โดย CENTEL เป็นเจ้าของโรงแรมหนึ่งแห่งในภูมิภาคซึ่งสร้างกำไรเกือบ 20% ของกำไรปี 2568 ขณะที่ MINT บริหารโรงแรมรวม 25 แห่งในตะวันออกกลางนอกจากนี้ อัตราการเข้าพักที่โรงแรมร่วมทุนของ CENTEL ในดูไบยังลดลงเหลือราว 20% ในเดือนมีนาคม 2569ตัวเลขนี้ชี้ว่าความเสี่ยงของ CENTEL ไม่ได้อยู่ที่ตลาดไทยเพียงอย่างเดียว แต่กระจายอยู่ในพอร์ตต่างประเทศที่มีความอ่อนไหวสูงต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ERW: หุ้นที่ตลาดมองว่าเสี่ยงต่ำที่สุดในกลุ่ม

ในทางตรงข้าม ERW ถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มี downside จำกัดที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จาก HOP INN Thailand ราว 15% ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่า และมีสัดส่วนลูกค้าชาวจีนค่อนข้างสูงซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ที่อ่อนไหวต่อค่าโดยสารเครื่องบินน้อยกว่าKS Securities จึงเลือก ERW เป็นหนึ่งในสองหุ้นเด่นของกลุ่มโรงแรม พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 3.02 บาท และประเมินว่าความเสี่ยงด้านลบจำกัดเมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกัน

AOT: ผู้ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทาง

ขณะที่โรงแรมบางแห่งแบกรับความเสี่ยงโดยตรง สนามบินกลับกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์ Maybank ชี้ว่าศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นความเชื่อมั่น ทำให้ผู้โดยสารบางส่วนเลือกเปลี่ยนเส้นทางผ่านไทย ส่งผลให้ AOT ได้รับประโยชน์จากจำนวนผู้โดยสารแบบ Transit และ Transfer ที่เพิ่มขึ้นมุมมองนี้สะท้อนว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด และการเลือกหุ้นจึงต้องดู “โครงสร้างรายได้” มากกว่าดูแค่ชื่อกลุ่ม

ราคาหุ้นกับพื้นฐาน: ช่องว่างที่ตลาดอาจมองข้าม

KS Securities ระบุว่าราคาหุ้น CENTEL และ ERW ปรับตัวลดลงถึง 23% นับตั้งแต่เริ่มเกิดสงคราม ขณะที่การปรับประมาณการกำไรล่วงหน้าของโบรกเกอร์ไม่ได้ลดลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน สะท้อนว่าตลาดอาจตอบสนองเกินจริงต่อข่าวร้ายอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องติดตามยังมีอยู่ ทั้งความยืดเยื้อของสงครามและอุปทานโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตราการเข้าพักและราคาห้องในระยะถัดไปสำหรับนักลงทุนที่มองข้ามความผันผวนระยะสั้น การแยกแยะว่าบริษัทใด “แบกรับความเสี่ยงจริง” และบริษัทใด “ถูกเทขายตามอารมณ์ตลาด” คือกุญแจสำคัญของรอบนี้ ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมสามารถติดตามได้จากบทวิเคราะห์ของ InnovestX ที่เผยแพร่ต่อเนื่องในปี 2569 ที่ https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/th/articles/tourism-news-20260605

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *