เมื่อ SMEs ต้องก้าวข้ามกำแพงอุปทาน
ปัญหาคลาสสิกของอุตสาหกรรมไทยคือช่องว่างระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับผู้ประกอบการ SMEs ที่มักถูกจำกัดบทบาทไว้เพียงผู้รับจ้างผลิตในลำดับชั้นล่างของห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcontracting Promotion Association หรือ “ไทยซับคอน”) พัฒนาโมเดลความร่วมมือที่เรียกว่า “พี่ช่วยน้อง” (Big Brother Model) ซึ่งเปลี่ยนบทบาทของ SMEs ในห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรม New S-Curve อย่างมีนัยสำคัญ
หัวใจของโมเดล “พี่ช่วยน้อง”
การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทใหญ่สู่ SMEs
โมเดลนี้ทำงานผ่านกลไกของ ดีพร้อมเซ็นเตอร์ (DIPROM Center) ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่กับการบ่มเพาะผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์ (SciPark) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทขนาดใหญ่ไปยัง SMEs อย่างเป็นระบบ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบุว่า ไทยซับคอนถือเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์” (Strategic Partner) ที่สำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลนี้
New S-Curve: สามอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การขับเคลื่อนมุ่งเน้นสามอุตสาหกรรม New S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากสถาบันไทย–เยอรมัน ในการจัดทำหลักสูตรพัฒนาทักษะรองรับระบบอัตโนมัติและการ Upskill/Reskill แรงงาน
การยกระดับสู่สมาพันธ์: จากการรวมตัวสู่การขับเคลื่อนนโยบาย
บทบาทใหม่ในฐานะสมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน
ปัจจุบันไทยซับคอนได้ยกระดับจากสมาคมทั่วไปขึ้นเป็น สมาพันธ์สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการและขับเคลื่อนนโยบายให้กับสมาชิกกว่า 40 หน่วยงาน และเตรียมจัดประชุมสมาพันธ์เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคของสมาชิกเป็นครั้งแรกในวันที่ 10 มีนาคม 2569
SUBCON Thailand 2026: ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
งาน SUBCON Thailand ซึ่งเป็นงานจัดหาชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและการจับคู่ธุรกิจระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดโดยความร่วมมือระหว่าง Informa Markets (Thailand) และไทยซับคอน ได้ปิดฉากครั้งที่ 20 ด้วยผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ โดยมี การจับคู่ธุรกิจกว่า 9,975 ครั้ง และสร้างมูลค่าทางธุรกิจในอนาคตสูงกว่า 22,124.30 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนว่ากลไกที่สมาคมจัดขึ้นสามารถเปลี่ยน “ความตั้งใจ” ให้เป็น “โอกาสทางธุรกิจ” ที่จับต้องได้จริง
มุมมองจากภาคปฏิบัติ: ทำไมโมเดลนี้จึงได้ผล
การทำงานภายใต้กรอบ “พี่ช่วยน้อง” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงมาตรฐานการผลิตที่ดี การใช้แรงงานที่ถูกกฎหมาย นโยบายเกษตรอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการบริหารจัดการคลังสินค้า โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน การเชื่อมโยงที่ครอบคลุมมิติเหล่านี้ทำให้ SMEs ไม่ได้เพียง “อยู่รอด” แต่สามารถยกระดับขีดความสามารถจนกลายเป็นคู่ค้าที่สำคัญในห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของอุตสาหกรรมไทยได้อย่างแท้จริง

Leave a Reply