ดีลระดมทุนที่เปลี่ยนเกมของวงการ AI ไทย
ในเดือนมีนาคม 2026 Amity Solutions สตาร์ทอัพด้าน AI สัญชาติไทย ประกาศปิดดีลระดมทุนรอบ Series D มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.5 พันล้านบาท ถือเป็นการระดมทุนด้าน Generative AI ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนั้น โดยมี EDBI จากสิงคโปร์เป็นผู้นำการลงทุน ร่วมด้วย Asia Partners, SMDV และนักลงทุนรายเดิม
เงินทุนรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อตลาด AI ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่า Voice AI และ Chatbot สำหรับองค์กร กำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการเติบโตอย่างเต็มตัว
กลยุทธ์ 3Bs และการขยายศูนย์วิจัย ARAC
Amity วางแผนนำเงินทุนไปขยาย ศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ AI (ARAC) ในสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้กลยุทธ์ 3Bs — Build, Buy, Bridge โดยเน้นการเข้าซื้อกิจการซอฟต์แวร์ในยุโรปและเอเชีย เพื่อนำสถาปัตยกรรม AI ของ Amity ไปบูรณาการและยกระดับระบบเดิมให้ทำงานได้แบบอัตโนมัติ
กลยุทธ์นี้สะท้อนความทะเยอทะยานของ Amity ที่ไม่เพียงต้องการเป็นผู้ให้บริการ Voice AI และ Chatbot ในประเทศไทย แต่ยังต้องการเป็นผู้เล่นระดับโลกที่สามารถแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ และจีนได้
จาก Chatbot สู่ Agentic AI ที่ลงมือปฏิบัติได้จริง
แกนหลักทางเทคโนโลยีของ Amity ในระยะถัดไปคือการพัฒนา Vertical AI ที่ฝึกฝนโมเดลให้เข้าใจบริบทเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น ค้าปลีกและโทรคมนาคม ควบคู่ไปกับ Agentic AI ซึ่งเป็นการยกระดับจาก AI ที่ทำหน้าที่แค่ประมวลผลข้อมูล ไปสู่เอเจนต์อัจฉริยะที่สามารถตัดสินใจและลงมือปฏิบัติงานในระบบขององค์กรได้จริง
ระบบทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงเป็น Integrated Ecosystem เดียวกัน ผ่านโซลูชันของบริษัทในเครือ เช่น ระบบ Voice AI (Amity Accentix) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสาร (Tollring) และระบบวิเคราะห์การตลาด (EGG Digital) เพื่อแก้ปัญหา Last-Mile Adoption หรือคอขวดในการนำ AI ไปปรับใช้จริงในองค์กร
Amity Robotics: ขยายพรมแดน Voice AI สู่ Physical AI
ความน่าสนใจของระบบนิเวศ Amity ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ Physical AI ผ่าน Amity Robotics บริษัทในเครือที่ระดมทุนรอบ Seed มูลค่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 โดยมี East Ventures เป็นผู้นำการลงทุน
หัวใจของแพลตฟอร์มคือ ARC Base ตู้คีออส AI ที่ทำหน้าที่เสมือนพนักงานต้อนรับอัจฉริยะ มีโมเดลสนทนาด้วยเสียง AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และเปิดใช้งานจริงแล้ว 30 แห่งใน 7 ตลาดหลัก ทั้งสิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย ฮ่องกง ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ผลลัพธ์ทางการเงินและเป้าหมาย IPO
ปัจจุบัน Amity มีรายได้แบบ Run-rate ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้กว่า 75% ของ EBITDA มาจากตลาดยุโรป บริษัทตั้งเป้าผลักดันรายได้แตะ 200 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2569 และเตรียมความพร้อมทางโครงสร้างเทคโนโลยีและธุรกิจเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2570
เส้นทางนี้แสดงให้เห็นว่าสตาร์ทอัพ Voice AI และ Chatbot ไทยไม่เพียงแต่สามารถแข่งขันในตลาดภายในประเทศได้ แต่ยังสามารถขยายสู่ระดับโลกและสร้างมูลค่ามหาศาลได้อย่างแท้จ

Leave a Reply