Blog

  • ภาคการขนส่งไทยปี 2026 กับการปรับตัวครั้งใหญ่: ผู้ประกอบการรับมือรถติด ช่องว่างเครือข่าย และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างไร

    ภาคการขนส่งไทยปี 2026 กับการปรับตัวครั้งใหญ่: ผู้ประกอบการรับมือรถติด ช่องว่างเครือข่าย และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างไร

    อุตสาหกรรมการขนส่งของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในปี 2026 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ได้เปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้า แต่ประโยชน์จากการลงทุนเหล่านี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง

    ผู้โดยสารบางส่วนอาจอาศัยอยู่ใกล้ระบบรถไฟฟ้า แต่ยังประสบปัญหาในการเดินทางไปสถานี บริษัทขนส่งสินค้าอาจอยู่ใกล้พื้นที่อุตสาหกรรม แต่ยังเสียเวลาอยู่บนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ขณะที่ผู้ประกอบการที่ลงทุนในรถไฟฟ้าอาจพบว่าการชาร์จและการบำรุงรักษาต้องใช้รูปแบบการบริหารใหม่ทั้งหมด

    สำหรับธุรกิจขนส่ง ช่องว่างระหว่างการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกับประสบการณ์การเดินทางจริง กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุด

    จุดเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งคือปัจจัยที่ยังขาดหาย

    ปัญหาการเดินทางของประเทศไทยไม่ได้เกิดจากจำนวนระบบขนส่งที่ไม่เพียงพอเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างระบบ

    ในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ ผู้โดยสารอาจใช้รถไฟฟ้า รถโดยสาร รถตู้ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในเส้นทางเดียวกัน หากระบบเหล่านี้ไม่มีการประสานเวลา หรือข้อมูลการเดินทางไม่เชื่อมโยงกัน ผู้โดยสารจะรู้สึกว่าการเดินทางยังไม่มีประสิทธิภาพ

    สถานการณ์นี้สร้างโอกาสใหม่ให้กับบริษัทขนส่งที่สามารถช่วยเชื่อมระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

    รถรับส่งที่ตรงกับเวลารถไฟ ข้อมูลการเดินทางแบบรวมศูนย์ ระบบชำระเงินเดียว และบริการขนส่งระยะสั้นใกล้สถานี สามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม

    ข้อมูลด้านนโยบายและทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งไทยสามารถติดตามจากกระทรวงคมนาคมได้ที่ https://www.mot.go.th/

    การเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนเศรษฐศาสตร์ของธุรกิจขนส่ง

    การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจรถโดยสาร รถแท็กซี่ รถรับส่ง และบริการจัดส่งสินค้า

    รถไฟฟ้ามีศักยภาพในการลดต้นทุนเชื้อเพลิงและลดมลพิษในเขตเมือง แต่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ เช่น เวลาในการชาร์จ ค่าไฟฟ้า อายุแบตเตอรี่ การออกแบบพื้นที่จอดรถ และบุคลากรด้านเทคนิค

    ดังนั้นบริษัทขนส่งยุคใหม่จำเป็นต้องบริหารรถไฟฟ้าในรูปแบบระบบดิจิทัล ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนประเภทของยานพาหนะ

    ระบบติดตามรถ การวิเคราะห์ข้อมูลแบตเตอรี่ การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และการวิเคราะห์เส้นทาง จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ

    กรุงเทพฯ เป็นตัวอย่างว่าการใช้เทคโนโลยีต้องมาพร้อมคุณภาพบริการ

    กรุงเทพฯ แสดงให้เห็นว่ารถรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาการเดินทางได้ทั้งหมด

    ผู้โดยสารไม่ได้พิจารณาเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับความตรงเวลา ความสะดวกในการเปลี่ยนเส้นทาง ความสามารถในการเข้าถึง และความแน่นอนของบริการ

    รถไฟฟ้าที่สะอาดแต่ให้บริการไม่สม่ำเสมออาจไม่สามารถสร้างความพึงพอใจได้ บริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับประสิทธิภาพการดำเนินงาน

    บริษัทโลจิสติกส์ต้องปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงมากขึ้น

    ภาคขนส่งสินค้าของประเทศไทยต้องการระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและการส่งออกต้องพึ่งพาการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างโรงงาน คลังสินค้า ท่าเรือ สนามบิน และตลาดภายในประเทศ

    เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นพื้นที่สำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงระบบขนส่งหลายรูปแบบ

    บริษัทโลจิสติกส์สามารถตอบสนองความท้าทายนี้ด้วยการใช้ระบบขนส่งหลายรูปแบบ การวางแผนเส้นทางอัจฉริยะ ศูนย์กระจายสินค้าร่วม และระบบติดตามสินค้าแบบดิจิทัล

    ความสามารถในการประสานงานจะเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน

    ในปี 2026 บริษัทขนส่งที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่บริษัทที่มีรถมากที่สุดหรือมีเส้นทางมากที่สุด

    แต่เป็นบริษัทที่สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่ง ใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และออกแบบบริการจากมุมมองของการเดินทางทั้งหมด

    ประเทศไทยได้สร้างพื้นฐานสำหรับระบบขนส่งที่ทันสมัยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้ระบบเหล่านั้นทำงานร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสัมผัสได้ถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ASUENE Achieves TGO Certification in Thailand, Enabling TGO-Compliant Carbon Accounting, Reporting, and Sustainability Disclosure

    ASUENE Achieves TGO Certification in Thailand, Enabling TGO-Compliant Carbon Accounting, Reporting, and Sustainability Disclosure

    ASUENE Inc. announced that its sustainability AI platform, ASUENE, provided through its Thailand subsidiary, ASUENE (THAILAND) Co., Ltd., has obtained the Carbon Footprint Platform for Organization Certification from the Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO), a public organization under the Government of Thailand.

    With this certification, ASUENE has been validated and registered under TGO’s Carbon Footprint Platform for Organization criteria. This enables Japanese and local companies operating in Thailand to conduct GHG emissions accounting and reporting in compliance with TGO requirements while streamlining sustainability disclosures aligned with global standards.

    Background of the TGO Certification

    The Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO) is a public organization established by the Government of Thailand to promote GHG management and emissions reduction initiatives. TGO develops methodologies, emissions factors, and reporting frameworks for GHG accounting and reporting, while also operating certification programs to enhance the reliability and standardization of corporate emissions management.

    As sustainability disclosure requirements and GHG emissions management become increasingly important worldwide, Thailand is also advancing policies and frameworks to support its transition toward a low-carbon economy. Interest in carbon accounting, emissions reporting, and sustainability disclosure continues to grow among businesses operating in the country.

    Thailand is one of ASEAN’s largest manufacturing hubs and hosts a significant number of Japanese companies across industries such as automotive, electronics, chemicals, and food production. As global companies increasingly require emissions transparency across their supply chains, establishing robust GHG management and reporting systems has become an important business priority for both multinational and local companies in Thailand.

    In response to these market needs, ASUENE (THAILAND) has pursued TGO certification to support Japanese and local companies operating in Thailand. Through this certification, ASUENE is now recognized as a platform that supports GHG emissions accounting and reporting in accordance with TGO requirements, enabling companies to address local reporting requirements while advancing sustainability disclosures aligned with global standards.

    ASUENE Company Profile

    ASUENE Inc. is a Sustainability AI Company in Japan with the mission of ”Changing the world for the next generation”. We provide “ASUENE”, the world’s leading carbon accounting platform for GHG measurement, reduction, and reporting powered by advanced AI,and we contribute to the net zero society.

  • ทำไมการใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทยกำลังขยายตัว: การท่องเที่ยว การชำระเงินดิจิทัล และการถกเถียงด้านกฎระเบียบในปี 2026

    ทำไมการใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทยกำลังขยายตัว: การท่องเที่ยว การชำระเงินดิจิทัล และการถกเถียงด้านกฎระเบียบในปี 2026

    ประเทศไทยกำลังมีความสัมพันธ์กับคริปโตเคอร์เรนซีในรูปแบบใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขาย Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่ประเด็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว การชำระเงินระหว่างประเทศ ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และแนวทางการกำกับดูแลของภาครัฐ

    หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือแนวคิดเกี่ยวกับการทดลองใช้ระบบชำระเงินด้วยคริปโตสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น จังหวัดภูเก็ต

    กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและข้อจำกัดของประเทศไทยในการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

    เหตุใดการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงเรื่องคริปโต

    ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งนักเดินทางจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับระบบธนาคารออนไลน์ กระเป๋าเงินดิจิทัล และบริการ Cryptocurrency จากประเทศของตนเอง

    สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถช่วยให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวสะดวกขึ้นได้หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีของผู้เดินทางที่ต้องจัดการกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หรือข้อจำกัดของระบบชำระเงินระหว่างประเทศ

    ในช่วงต้นปี 2025 ผู้กำหนดนโยบายไทยได้มีการพูดถึงแนวคิดเกี่ยวกับการทดลองระบบชำระเงินด้วย Cryptocurrency สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่อย่างภูเก็ต

    แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการเปิดให้ Bitcoin กลายเป็นเงินชำระทั่วไปโดยไม่มีข้อจำกัด แต่เป็นการศึกษาว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถทำงานร่วมกับระบบการเงินที่มีการควบคุมได้อย่างไร

    ระบบที่เป็นไปได้อาจกำหนดให้นักท่องเที่ยวใช้สินทรัพย์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ก่อนที่ร้านค้าจะได้รับเงินบาทหรือมูลค่าที่ถูกแปลงผ่านระบบที่กำหนด

    ข้อมูลด้านนโยบายการเงินและระบบชำระเงินสามารถติดตามได้จากธนาคารแห่งประเทศไทย:
    https://www.bot.or.th/en/home.html

    ผู้ใช้งานและธุรกิจควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากหน่วยงานโดยตรง เนื่องจากแนวทางเกี่ยวกับระบบชำระเงินดิจิทัลอาจมีการเปลี่ยนแปลง

    จุดดึงดูดหลักคือการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศ

    แนวคิดเกี่ยวกับ Cryptocurrency ในภาคการท่องเที่ยวสะท้อนเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลและธุรกิจยังให้ความสนใจเทคโนโลยีนี้

    การชำระเงินระหว่างประเทศแบบดั้งเดิมอาจมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น

    การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

    นักท่องเที่ยวอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือเผชิญกับความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเปลี่ยนเงินเป็นเงินบาท

    ความล่าช้าของธุรกรรม

    การโอนเงินข้ามประเทศบางรูปแบบอาจต้องผ่านตัวกลางหลายขั้นตอน

    ข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ

    นักท่องเที่ยวบางประเทศอาจประสบปัญหากับบัตรชำระเงินหรือระบบธนาคารระหว่างประเทศ

    ผู้สนับสนุน Cryptocurrency เชื่อว่าเทคโนโลยี Blockchain สามารถช่วยลดข้อจำกัดบางประการเหล่านี้ได้

    อย่างไรก็ตาม ระบบชำระเงินที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีมาตรการตรวจสอบตัวตน การป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมาย และการคุ้มครองผู้บริโภค

    ความขัดแย้งด้านนโยบายของประเทศไทย

    ประเทศไทยกำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรมทางการเงินและการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน

    ด้านหนึ่ง ประเทศมีอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตและประชาชนจำนวนมากมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีการเงินออนไลน์

    อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานกำกับดูแลยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ Cryptocurrency เป็นช่องทางชำระเงินทั่วไป เนื่องจากความผันผวนของราคา ความเสี่ยงต่อผู้บริโภค และผลกระทบต่อระบบการเงิน

    ดังนั้น แนวทางที่มีความเป็นไปได้ในปี 2026 อาจไม่ใช่การเปิดเสรีการใช้คริปโตทุกประเภท แต่เป็นการทดลองในพื้นที่หรืออุตสาหกรรมที่กำหนดภายใต้กรอบควบคุม

    การท่องเที่ยวอาจเป็นบททดสอบสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต

    ภาคการท่องเที่ยวอาจช่วยตอบคำถามสำคัญว่า Cryptocurrency มีประโยชน์มากกว่าการเก็งกำไรหรือไม่

    ระบบที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องตอบคำถามหลายด้าน เช่น นักท่องเที่ยวสามารถใช้งานง่ายหรือไม่ ร้านค้าได้รับมูลค่าที่มั่นคงหรือไม่ ค่าธรรมเนียมเหมาะสมหรือไม่ และระบบสามารถตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติได้หรือไม่

    ประเทศไทยจึงเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการยอมรับ Cryptocurrency อย่างเต็มรูปแบบหรือการห้ามทั้งหมด แต่อาจเลือกสร้างช่องทางเฉพาะที่มีการควบคุม เพื่อทดสอบประโยชน์ของเทคโนโลยีในโลกจริง

  • กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO สู่ Data-Driven Business จากธุรกิจเกษตรสู่บริษัทอาหารระดับโลกด้วย SAP และ NEXUS

    กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO สู่ Data-Driven Business จากธุรกิจเกษตรสู่บริษัทอาหารระดับโลกด้วย SAP และ NEXUS

    ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ การเติบโตไม่ได้เกิดจากกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถขององค์กรในการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งซัพพลายเชน ตัดสินใจได้เร็ว และเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน

    นี่คือโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” CEO ของบริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด หรือ LACO กำลังขับเคลื่อน เพื่อยกระดับองค์กรจากธุรกิจเกษตรที่มีรากฐานแข็งแกร่ง สู่บริษัทอาหารระดับโลกที่ใช้ข้อมูลเป็นกลไกหลักในการเติบโต หลังจากบริษัทเติบโตจากธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรมากว่า 33 ปี โดยมีรากฐานจากการส่งเสริมการปลูก Edamame หรือถั่วแระญี่ปุ่น ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรในภาคเหนือของไทย และขยายสู่การส่งออกไปยังญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย และอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

    คุณอภิรักษ์อธิบายเป้าหมายครั้งนี้ในฐานะการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของ LACO ว่า “วันนี้ เป้าหมายของ LACO ไม่ใช่เพียงการต่อยอดจาก Frozen Edamame ไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Crispy Edamame และ Ready-to-Eat Food แต่คือการยกระดับองค์กรสู่การเป็น Global Food Company ที่มีข้อมูลเป็นแกนกลางของการบริหารธุรกิจของเรา”

    จาก สู่ Data-to-Decision: เมื่อ Data กลายเป็นกลยุทธ์หลักของ LACO ไม่ใช่แค่ระบบสนับสนุนอีกต่อไป

    สำหรับคุณอภิรักษ์ การเปลี่ยนผ่านของ LACO เริ่มจากการมองเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวก ความปลอดภัย และความโปร่งใสของแหล่งที่มา ขณะที่ธุรกิจต้องเผชิญความผันผวนด้านวัตถุดิบ ภูมิอากาศ ซัพพลายเชน และความต้องการของตลาดโลกหนึ่งในจุดแข็งของ LACO คือการเชื่อมโยงกับเกษตรกรและวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ในยุคที่ตลาดโลกให้ความสำคัญกับ Traceability และ ESG ความสัมพันธ์กับต้นน้ำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ข้อมูลจากต้นน้ำต้องถูกเชื่อมเข้ากับระบบการผลิต คุณภาพ การขาย และผู้บริโภคในบริบทนี้ “ข้อมูล” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่ใช้บันทึกผลการดำเนินงาน แต่เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการเติบโตได้เร็วขึ้น การใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud  จึงช่วยยกระดับแนวคิด Farm-to-Table ให้ก้าวไปอีกขั้น คือการเปลี่ยนข้อมูลตลอดซัพพลายเชนให้เป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง

    นี่คือหัวใจของ Data-Driven LACO: การเปลี่ยนข้อมูลจากฟาร์ม โรงงาน และตลาด ให้กลายเป็น Insight สำหรับการวางแผนธุรกิจ การสร้างนวัตกรรม และการบริหารความเสี่ยงทำไม SAP จึงเป็น Digital Core พื้นฐานของ Data-Driven Organization LACO

    การเลือกใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud ของ LACO จึงเป็นมากกว่าการอัปเกรดระบบ ERP แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร โดย SAP โซลูชันมาตรฐานระดับโลก ถูกวางให้เป็น Digital Core ที่เชื่อมข้อมูลระหว่างทุกส่วนงาน เพื่อให้การทำงานขององค์กรเป็นระบบเดียวกันมากขึ้น ลดข้อจำกัดจากข้อมูลที่แยกส่วน และช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจบนข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง เรียลไทม์ มากขึ้น

    สำหรับ LACO นี่คือรากฐานของการเป็น Data-Driven Business ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เพราะองค์กรอาหารยุคใหม่ต้องบริหารทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกร วัตถุดิบ โรงงาน คุณภาพสินค้า การขาย การส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภคเมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกัน ธุรกิจจะสามารถต่อยอดสู่ Traceability, ESG, AI และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ

    NEXUS กับบทบาท Strategic Implementation Partner

    อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีระดับโลกจะสร้างผลลัพธ์ได้จริงก็ต่อเมื่อถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจจริง นี่คือเหตุผลที่ NEXUS มีบทบาทสำคัญในฐานะ Strategic Implementation Partner ของ LACO

     

    LACO เชื่อมั่นใน NEXUS จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาและวางระบบ ERP และ SAP S/4HANA ในธุรกิจที่หลากหลายและมีขนาดแตกต่างกัน โดย NEXUS จะทำงานร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน LACO เพื่อวางระบบให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจทั้งในวันนี้และอนาคต

    ในเชิงกลยุทธ์ บทบาทของ NEXUS จึงไม่ใช่เพียงการติดตั้งระบบ แต่คือการช่วยแปลงวิสัยทัศน์ของ LACO ให้กลายเป็น Operating Model ที่เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และการทำงานจริงขององค์กร

  • โรงงานอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนภาคการผลิตของไทยให้เป็นเครื่องยนต์การเติบโตแบบ B2B สำหรับสตาร์ทอัปเทคโนโลยี

    โรงงานอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนภาคการผลิตของไทยให้เป็นเครื่องยนต์การเติบโตแบบ B2B สำหรับสตาร์ทอัปเทคโนโลยี

    โอกาสของสตาร์ทอัปไทยกำลังก้าวไปไกลกว่าแอปสำหรับผู้บริโภค

    ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม 4.0 ต่อระบบนิเวศสตาร์ทอัปของประเทศไทยอาจไม่ใช่การสร้างแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แต่อาจเป็นการขยายตัวของตลาดเทคโนโลยีแบบธุรกิจกับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก

    ประเทศไทยใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้างขีดความสามารถด้านการผลิตที่แข็งแกร่ง การผลิตยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปอาหาร ปิโตรเคมี และโลจิสติกส์ ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ เมื่ออุตสาหกรรมเหล่านี้นำระบบการผลิตที่ชาญฉลาดมากขึ้นมาใช้ พวกเขาจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ผู้จัดหาอุปกรณ์แบบดั้งเดิมจำนวนมากไม่สามารถจัดหาให้ได้เพียงลำพัง

    ช่องว่างดังกล่าวกำลังสร้างพื้นที่ให้แก่สตาร์ทอัป

    ในมุมมองของปี 2026 ผู้ก่อตั้งที่เข้าใจการดำเนินงานของอุตสาหกรรมอาจพบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลโรงงาน ซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ดิจิทัลทวิน และเครื่องมือบริหารจัดการพลังงาน

    โรงงานอัจฉริยะสร้างตลาดหลายรูปแบบให้แก่สตาร์ทอัป

    บางครั้ง อุตสาหกรรม 4.0 ถูกอธิบายว่าเป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยีเพียงรูปแบบเดียว แต่ในความเป็นจริง โรงงานอัจฉริยะจำเป็นต้องใช้การผสมผสานของเทคโนโลยีหลายประเภท

    แพลตฟอร์ม Industrial IoT

    โรงงานจำเป็นต้องมีเซ็นเซอร์เพื่อรวบรวมข้อมูลจากเครื่องจักรและสายการผลิต นอกจากนี้ โรงงานยังต้องการซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดระเบียบข้อมูลเหล่านั้นและนำเสนอให้แก่ผู้บริหารได้

    สตาร์ทอัปในประเทศสามารถสร้างคุณค่าได้ด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์รุ่นเก่าที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับคลาวด์คอมพิวติ้งตั้งแต่แรก แนวทางนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้ผลิตที่ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องจักรทุกเครื่องให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดได้

    การผสานระบบหุ่นยนต์

    ประเทศไทยมีผู้ผลิตที่ใช้อุปกรณ์อัตโนมัติอยู่แล้ว แต่โอกาสในระยะต่อไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขายหุ่นยนต์เท่านั้น

    สตาร์ทอัปสามารถสร้างซอฟต์แวร์สำหรับการประสานงานระหว่างหุ่นยนต์ การบำรุงรักษา แมชชีนวิชัน และการวางตารางการผลิต นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถช่วยผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมนำระบบอัตโนมัติมาใช้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด

    การบริหารจัดการพลังงานและคาร์บอน

    บริษัทอุตสาหกรรมกำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตามการใช้ไฟฟ้า ระบุความสูญเปล่า และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้พลังงานระหว่างสายการผลิตต่าง ๆ อาจกลายเป็นหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า

    สำหรับสตาร์ทอัปไทย สิ่งนี้กำลังสร้างโอกาสตรงจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศและซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม

    นโยบายการลงทุนของภาครัฐมีส่วนกำหนดทิศทางของตลาด

    รูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยใช้การส่งเสริมการลงทุนมาเป็นเวลานานเพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมขั้นสูงและโครงการเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรอบการส่งเสริมการลงทุนของประเทศที่:

    https://www.boi.go.th

    สำหรับสตาร์ทอัป ความสำคัญของเรื่องนี้อาจเป็นทางอ้อม แต่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อผู้ผลิตข้ามชาติขยายกำลังการผลิตขั้นสูง พวกเขาสามารถสร้างความต้องการสำหรับซอฟต์แวร์ ระบบอัตโนมัติ โลจิสติกส์ และโซลูชันด้านวิศวกรรมในประเทศ

    ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศไม่ได้ดำเนินงานอย่างโดดเดี่ยว บริษัทเหล่านี้ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ คลังสินค้า ระบบควบคุมคุณภาพ บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล

    ความต้องการแต่ละด้านเหล่านี้สามารถกลายเป็นตลาดสำหรับสตาร์ทอัปได้

    ความท้าทายที่แท้จริงคือกระบวนการจัดซื้อขององค์กร

    การขายเทคโนโลยีให้แก่โรงงานมีความยากมากกว่าการหาผู้ใช้งานทั่วไปผ่านแอปสโตร์

    บริษัทเกิดใหม่อาจต้องดำเนินโครงการนำร่องก่อนที่จะได้รับสัญญาขนาดใหญ่ ลูกค้าในภาคการผลิตมักต้องการหลักฐานว่าเทคโนโลยีใหม่จะไม่รบกวนกระบวนการผลิต ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบเดิม อาจมีความสำคัญมากกว่าส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ดูสวยงาม

    สิ่งนี้หมายความว่าสตาร์ทอัปอุตสาหกรรมของไทยจำเป็นต้องมีวินัยทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

    พวกเขาต้องสามารถคำนวณผลลัพธ์ที่วัดได้ เช่น การลดเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร การลดต้นทุนค่าไฟฟ้า การลดจำนวนข้อบกพร่อง หรือการเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่ง

    การนำเสนอที่กล่าวว่า “แพลตฟอร์มของเราใช้ปัญญาประดิษฐ์” อาจไม่เพียงพอ ข้อเสนอที่แข็งแกร่งกว่าคือ “ระบบของเราสามารถระบุความผิดปกติในการผลิตได้เร็วขึ้นและลดงานตรวจสอบที่มีต้นทุนสูง”

    เหตุใดสิ่งนี้จึงอาจสร้างสตาร์ทอัปที่มีความยั่งยืนมากกว่า

    บริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมักเติบโตช้ากว่าแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค ข้อได้เปรียบของพวกเขาคือผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จสามารถฝังตัวอย่างลึกซึ้งอยู่ในกระบวนการดำเนินงานของลูกค้า

    เมื่อโรงงานต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มสำหรับการตรวจสอบเครื่องจักร การวิเคราะห์การผลิต หรือการควบคุมคุณภาพแล้ว ความสัมพันธ์ทางธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปผ่านการสมัครสมาชิก การบำรุงรักษา และการขยายระบบไปยังสถานที่ผลิตเพิ่มเติม

    นั่นคือเหตุผลที่อุตสาหกรรม 4.0 อาจเปลี่ยนนิยามของคำว่าสตาร์ทอัปไทยที่ประสบความสำเร็จ

    บริษัทเทคโนโลยีที่สำคัญแห่งต่อไปอาจไม่ได้มีชื่อเสียงจากการตลาดแบบไวรัล บริษัทดังกล่าวอาจเติบโตด้วยการแก้ไขปัญหาด้านการดำเนินงานภายในโรงงานของประเทศไทย ก่อนที่จะส่งออกโซลูชันแบบเดียวกันไปทั่วเอเชีย

  • การสร้าง SME ไทยที่มีความสามารถในการแข่งขันในปี 2026: การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล

    การสร้าง SME ไทยที่มีความสามารถในการแข่งขันในปี 2026: การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล

    ภาค SME ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนด้านการบริหาร

    ในปี 2026 SME ไทยไม่ได้แข่งขันกับร้านค้าในพื้นที่อีกต่อไป แต่แข่งขันกับผู้ขายในภูมิภาค แบรนด์ออนไลน์ และแพลตฟอร์มอัตโนมัติที่มีลูกค้าเปรียบเทียบราคาได้ทันที สิ่งนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

    แม้ SME หลายแห่งจะใช้เครื่องมือดิจิทัลแล้ว แต่ “การใช้” ไม่เท่ากับ “การเปลี่ยนระบบ” ธุรกิจบางแห่งอาจใช้ Facebook, LINE, TikTok หรือ Marketplace แต่ยังไม่มีระบบการขาย ระบบสต็อก หรือฐานข้อมูลลูกค้าที่ชัดเจน ช่องว่างนี้ทำให้ธุรกิจเสียโอกาสเติบโต

    รายงาน SME Policy Index ของ OECD สำหรับ ASEAN เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการเข้าใจนโยบาย SME และการพัฒนาธุรกิจในภูมิภาค.

    จากการควบคุมโดยเจ้าของสู่การบริหารแบบระบบ

    ปัญหาหลักของ SME คือการพึ่งพาเจ้าของมากเกินไป เจ้าของต้องตัดสินใจทุกอย่าง ตั้งแต่ส่วนลด การจัดซื้อ การแก้ปัญหาพนักงาน ไปจนถึงการตลาด ทำให้ธุรกิจโตได้ยาก

    SME ไทยในปี 2026 ต้องสร้าง “ระบบการทำงาน” เช่น ขั้นตอนปฏิบัติงาน งบประมาณรายเดือน หน้าที่พนักงาน และมาตรฐานบริการ

    เครื่องมือดิจิทัลต้องช่วยการตัดสินใจ

    ดิจิทัลไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือโพสต์ แต่ต้องตอบคำถามสำคัญ เช่น สินค้าไหนกำไรสูง ช่องทางไหนสร้างลูกค้าซ้ำมากที่สุด โฆษณาไหนคุ้มค่า

    ตัวอย่างจริง: ธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงฟื้นตัว

    ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และทัวร์ในไทยต้องจัดการมากกว่าการจองห้องพัก ต้องดูรีวิว การตั้งราคา พนักงาน และประสบการณ์ลูกค้า

    วินัยทางการเงินคือหัวใจการเติบโต

    รายได้สูงไม่ได้หมายถึงกำไรสูง หากต้นทุนไม่ถูกควบคุม ธุรกิจอาจมีปัญหาสภาพคล่อง

    สูตรความสำเร็จปี 2026

    SME ที่เข้าใจข้อมูล ฝึกอบรมทีมงาน ควบคุมต้นทุน และสร้างลูกค้าประจำ จะมีความแข็งแกร่งกว่า

  • ESG Trading ในประเทศไทย 2026: ทำไมหุ้นสีเขียวกลายเป็นธีมการลงทุนที่จริงจังมากขึ้น

    ESG Trading ในประเทศไทย 2026: ทำไมหุ้นสีเขียวกลายเป็นธีมการลงทุนที่จริงจังมากขึ้น

    การซื้อขายหุ้นยั่งยืนเข้าสู่ยุคที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

    ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของการลงทุนยั่งยืน ในปี 2026 ESG ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ แต่กลายเป็นกรอบวิเคราะห์การลงทุนที่ใช้ประเมินความเสี่ยงและการเติบโตของบริษัท

    นักลงทุนเริ่มถามว่าบริษัทสามารถอยู่รอดในโลกที่มีต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กฎระเบียบเข้มขึ้น และความคาดหวังจากตลาดโลกเปลี่ยนไปหรือไม่

    ข้อมูล ESG ของบริษัทจดทะเบียนสามารถดูได้จาก https://www.setsustainability.com/

    เทรนด์ ESG 2026: จาก “ภาพลักษณ์สีเขียว” สู่ “การดำเนินงานจริง”

    นักลงทุนต้องการหลักฐาน ไม่ใช่คำโฆษณา

    บริษัทที่อ้างว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวไม่เพียงพอ นักลงทุนต้องการตัวเลข เช่น การลดคาร์บอนจริง การใช้พลังงานสะอาด และผลลัพธ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

    การเปิดเผยข้อมูลกลายเป็นข้อได้เปรียบ

    บริษัทที่มีข้อมูล ESG ชัดเจนจะได้รับความเชื่อมั่นมากกว่า เพราะลดความไม่แน่นอนของนักลงทุนต่างชาติ

    บริบทจริง: ซัพพลายเชนส่งออกของไทย

    อุตสาหกรรมส่งออกของไทย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร ต้องเผชิญแรงกดดันจากลูกค้าต่างประเทศที่ต้องการสินค้าที่มีคาร์บอนต่ำ บริษัทที่ปรับตัวเร็วจะมีความสามารถแข่งขันสูงกว่า

    กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจ

    พลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า ธนาคาร และธุรกิจท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นกลุ่มที่นักลงทุนจับตามากขึ้น

    สิ่งที่นักลงทุนควรระวัง

    ต้องระวัง greenwashing เพราะบางบริษัทอาจใช้ ESG เป็นการตลาด แต่ไม่มีผลลัพธ์จริง นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลทางการเงินควบคู่เสมอ

  • Hakuba Mountain Lounge Iwatake ร้านเช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดคะแนนรีวิว Google 4.9 เปิดรับจองฤดูหนาว 2026–2027 แล้ว

    Hakuba Mountain Lounge Iwatake ร้านเช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดคะแนนรีวิว Google 4.9 เปิดรับจองฤดูหนาว 2026–2027 แล้ว

    ร้านเช่าสกีและสโนว์บอร์ดในพื้นที่ฮาคุบะ อิวาตาเกะ ซึ่งกำลังเข้าสู่ปีที่ 3 ของการดำเนินงาน เปิดตัวรองเท้าบูตรุ่นใหม่ พร้อมยกระดับบริการเช่าแบบรวดเร็ว โดยตั้งเป้าให้ลูกค้าสามารถรับอุปกรณ์ได้ภายใน 30 นาที ร้านตั้งอยู่ห่างจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort เพียงเดินประมาณ 2 นาที และขณะนี้ได้เปิดรับการจองล่วงหน้าแล้ว

    ร้านเช่าสกีและสโนว์บอร์ด Hakuba Mountain Lounge Iwatake ในหมู่บ้านฮาคุบะ จังหวัดนากาโนะ ได้เปิดรับจองล่วงหน้าสำหรับฤดูหนาว 2026–2027 แล้ว

    หมู่บ้านฮาคุบะเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวนากาโนะในปี 1998 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี เพื่อสัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นเหนือ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง HAKUBA MOUNTAIN HARBOR

    ตัวร้านตั้งอยู่ห่างจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort โดยใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาที ซึ่งเป็นร้านเช่าอุปกรณ์ที่สะดวกต่อการเดินทางไปยังลานสกี

    นอกจากนี้ การจองที่พักในฮาคุบะสำหรับฤดูหนาวมักเปิดให้จองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคมของทุกปี และเนื่องจากเป็นพื้นที่ยอดนิยม วันเข้าพักในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงมักถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว

    ■ เปิดให้บริการสู่ปีที่ 3 พร้อมคะแนนรีวิว Google 4.9

    Hakuba Mountain Lounge Iwatake กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการเปิดให้บริการในฤดูกาล 2026–2027

    ปัจจุบันร้านได้รับคะแนนรีวิว 4.9 จาก 5 คะแนนบน Google จากรีวิวทั้งหมด 129 รายการ

    ลูกค้าทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริการที่เป็นมิตรของพนักงาน การอธิบายข้อมูลที่เข้าใจง่าย สภาพอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้ลานสกี

    รีวิวบนGoogle

    https://www.google.com/search?sca_esv=01b16418dc22f4d7&sxsrf=ANbL-n6576_729-U9-VL1H7id1e4WunGYw:1781319993531&si=AL3DRZEsmMGCryMMFSHJ3StBhOdZ2-6yYkXd_doETEE1

    ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นของฮาคุบะ เช่น ช่วงปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน การจองร้านเช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดอาจทำได้ยากกว่าปกติ โดยในแต่ละปีทางร้านมักได้รับการจองเต็มล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงวันยอดนิยมและอุปกรณ์ขนาดมาตรฐาน ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำการจองทันทีเมื่อกำหนดวันเดินทางได้แล้ว

    แนะนำร้าน

    ■ รองเท้าบูตรุ่นใหม่สำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง

    สำหรับฤดูกาล 2026–2027 ทางร้านได้เพิ่มรองเท้าสกีบูตรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสบายในการใช้งาน เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้เล่นระดับกลาง

    โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการสวมใส่ ความกระชับพอดี และการปรับแต่งที่ง่าย ผู้ที่เพิ่งเริ่มเล่นสกีหรือผู้ที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศบนลานหิมะมานาน สามารถรับคำแนะนำจากพนักงานในการเลือกขนาดและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับระดับการเล่นได้

    ชุดสกี ชุดสโนว์บอร์ด และชุดเสื้อผ้าสำหรับเล่นหิมะ มีให้บริการในราคาเริ่มต้นชุดละ 4,300 เยนต่อวัน

    ในฐานะร้านเช่าอุปกรณ์ที่บริหารงานโดยชาวญี่ปุ่น ทางร้านให้ความสำคัญกับการกำหนดราคาที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่ใส่ใจและเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกท่าน

    ■ บริการ Quick Rental ตั้งเป้าดำเนินการตั้งแต่ลงทะเบียนจนรับอุปกรณ์ภายใน 30 นาที

    เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลาบนลานสกีอย่างคุ้มค่าที่สุด ทางร้านได้เริ่มให้บริการ Quick Rental รูปแบบใหม่ โดยตั้งเป้าให้กระบวนการตั้งแต่การลงทะเบียนที่หน้าร้านจนถึงการลองและรับอุปกรณ์แล้วเสร็จภายใน 30 นาที

    การจองล่วงหน้าผ่าน Gmail บนเว็บไซต์ของร้าน จะช่วยให้ขั้นตอนการรับบริการในวันใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

    ※ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจเกิน 30 นาที ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของลูกค้า จำนวนผู้ใช้บริการ และการปรับขนาดอุปกรณ์

    ■ ชุดเช่าสำหรับเล่นสกีและสโนว์บอร์ดที่เลือกสไตล์ได้ด้วยตัวเองราวกับเลือกซื้อในบูติก

    ร้านเช่าอุปกรณ์ทั่วไปบางแห่งอาจจัดเตรียมชุดสำหรับลูกค้าไว้ล่วงหน้า แต่ที่Hakuba Mountain Lounge Iwatake นั้นลูกค้าสามารถเลือกชุดสกีและสโนว์บอร์ดจากคอลเลกชันที่จัดแสดงภายในร้านได้ด้วยตนเอง

    ทางร้านมอบประสบการณ์การเลือกชุดในสไตล์บูติก ที่ไม่เพียงคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย แต่ยังช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพบนลานหิมะและเก็บความทรงจำจากการเดินทางอีกด้วย

    【ข้อมูลร้าน】

    ชื่อร้าน: Hakuba Mountain Lounge Iwatake
    เว็บไซต์: https://hakubamountainiwatake.hp.peraichi.com/english
    ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 白馬マウンテンラウンジ岩岳ที่อยู่: 12027-1 Hokujo, Hakuba Village, Kitaazumi District, Nagano Prefecture 399-9301
    การเดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort
    ติดต่อสอบถาม : jamrental009@gmail.com

    【สาขาในเครือ】

    ■ Hakuba Mountain Lounge Happo

    ร้านเช่าอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีขนส่ง Hakuba Happo Bus Terminal เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังฮาคุบะด้วยรถบัสด่วนจากโตเกียว
    เว็บไซต์: https://hakubamountainlounge.hp.peraichi.com/

    ■ Hakuba Mountain Lounge Iimori

    ร้านเช่าอุปกรณ์ใกล้พื้นที่ ABLE Hakuba Goryu IIMORI ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและครอบครัว ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน 1 ของ Hakuba Sun Valley Hotel
    เว็บไซต์ : https://sk1dh.hp.peraichi.com/
    เว็บไซต์รวมของทั้ง 3 สาขา : https://hakuba-mountain-rental.com

  • ประเทศไทยร่วมเป ็ นส่วนหนึ่งของมหกรรมแสดงสินค้าถุงมือยางนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

    ประเทศไทยร่วมเป ็ นส่วนหนึ่งของมหกรรมแสดงสินค้าถุงมือยางนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

    IRGCE 2026 ครั้งที่ 12 ประสบความส าเร็จด้วยยอดจองบูธทะลุ 600 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการทั่วโลก
    ก่อนเปิ ดงานเดือนกันยายน

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 30 มิถุนายน 2569 — กำรประชุมและนิทรรศกำรถุงมือยำงนำนำชำติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) ภำยใต้แนวคิด “การประสานนวัตกรรม: ก าหนดอนาคตใหม่ของระบบนิเวศถุงมือ” สร้ำงอีกหนึ่งหมุดหมำยส ำคัญด้วยยอด จองพื้นที่จัดแสดงสินค้ำกว่ำ 600 บูธ จำกผู้ประกอบกำรและองค์กรชั้นน ำใน 15 ประเทศและภูมิภาค อำทิ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนำม สิงคโปร์ จีน เกำหลีใต้ ซำอุดีอำระเบีย สหรัฐอเมริกำ และสหรำชอำณำจักร ส่งผลให้ IRGCE 2026 กลำยเป็นงำนที่มี ขนำดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2545 ควำมส ำเร็จดังกล่ำวสะท้อนถึงควำมเชื่อมั่นและกำรตอบรับอย่ำงแข็งแกร่ง จำกอุตสำหกรรมถุงมือยำงทั่วโลก โดยคำดว่ำกำรจัดงำนในปีนี้จะมีผู้เข้ำร่วมกำรประชุมมำกกว่ำ 1,000 คน และผู้เข้ำชมงำนกว่ำ 10,000 คน จำก มากกว่า 70 ประเทศ

    งำนประชุมและนิทรรศกำรถุงมือยำงนำนำชำติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) จัดโดย สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย (Malaysian Rubber Glove Manufacturers Association: MARGMA) โดยมี สภาอุตสาหกรรมยางแห่งมาเลเซีย (Malaysian Rubber Council: MRC) ร่วมเป็นเจ้ำภำพ มีก ำหนดจัดขึ้นระหว่ำงวันที่ 8–10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Convention Centre: KLCC) กรุงกัวลำลัมเปอร์ ประเทศมำเลเซีย

    ไฮไลต์ส ำคัญของกำรจัดงำนในปีนี้คือกำรเปิดตัว INNOVATE@IRGCETalk เวทีแลกเปลี่ยนองค์ควำมรู้รูปแบบใหม่ที่มุ่งน ำเสน แนวคิดและนวัตกรรมล ้ำสมัยจำกผู้เชี่ยวชำญระดับโลก ครอบคลุมประเด็นส ำคัญด้ำนวัสดุแห่งอนำคต (Advanced Materials) กำรผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และกำรผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Manufacturing)

    กำรประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจำกวิทยำกรชั้นน ำทั้งจำกในประเทศและต่ำงประเทศ โดยมี วิทยากรปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speakers) จ ำนวน 6 ท่าน รวมถึง ดร. โรเบิร์ต จี. แฮมิลตัน (Dr. Robert G. Hamilton) ศำสตรำจำรย์ด้ำนเวชศำสตร์และพยำธิ วิทยำจำกมหำวิทยำลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกำ ร่วมถ่ำยทอดองค์ควำมรู้และมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทำงของ อุตสำหกรรมถุงมือยำงในอนำคต นอกจำกนี้ ภำยในงำนยังมีวิทยำกรผู้ทรงคุณวุฒิอีก 36 ท่าน จำกหลำกหลำยสำขำ ร่วมน ำเสนอ ประเด็นส ำคัญที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่ำของระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำง

    ก่อนกำรจัดงำน ได้มีกำรจัดพิธีเปิดงำนอย่ำงไม่เป็นทำงกำร (Soft Launch) พร้อมพิธีลงนำมบันทึกควำมเข้ำใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ร่วมกับพันธมิตรผู้สนับสนุน โดยได้รับเกียรติจำก ดำโต๊ะ ดร. ไซรอสซำนี โมฮัมหมัด นอร์ อธิบดีกรม ยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) เป็นประธำนในพิธี ในนำมของ ดำโต๊ะ เซอรี ดร. นอไรนี อำหมัด รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรปลูกพืชและสินค้ำโภคภัณฑ์ของมำเลเซีย กำรสนับสนุนจำกกระทรวงฯ ในครั้งนี้สะท้อนถึงควำม มุ่งมั่นอย่ำงต่อเนื่องของรัฐบำลมำเลเซียในกำรยกระดับขีดควำมสำมำรถและเสริมสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของ อุตสำหกรรมถุงมือยำง

    อุตสำหกรรมถุงมือยำงของมำเลเซียยังคงเป็นหนึ่งในภำคอุตสำหกรรมหลักที่สร้ำงมูลค่ำกำรส่งออกให้แก่ประเทศ พร้อมเดินหน้ำ พัฒนำศักยภำพสู่ห่วงโซ่คุณค่ำที่มีมูลค่ำสูงขึ้น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจำกกำรลงทุนด้ำนกำรวิจัยและพัฒนำ (R&D) กำร ประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ กำรพัฒนำศักยภำพบุคลำกร กำรส่งเสริมกระบวนกำรผลิตที่ยั่งยืน ตลอดจนกำรบูรณำกำรควำม ร่วมมือระหว่ำงภำคต้นน ้ำและปลำยน ้ำอย่ำงใกล้ชิด ทั้งนี้ ควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของอุตสำหกรรมในอนำคตจะตั้งอยู่บน รำกฐำนส ำคัญ ได้แก่ คุณภำพ นวัตกรรม ประสิทธิภำพกำรผลิต ควำมยั่งยืน และควำมเชื่อมั่นจำกตลำดโลก

    กำรจัดงำน IRGCE 2026 ยังตอกย ้ำถึงควำมส ำคัญของควำมร่วมมืออย่ำงต่อเนื่องระหว่ำงภำคอุตสำหกรรม หน่วยงำนภำครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภำคส่วน ในกำรร่วมกันสร้ำงระบบนิเวศที่เอื้อต่อกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืนในระยะยำว โดย สมำคมผู้ผลิต ถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) สภำอุตสำหกรรมยำงแห่งมำเลเซีย (MRC) และ กรมยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (MRB) ได้ร่วมกัน ผลักดันโครงกำรเชิงยุทธศำสตร์ที่มุ่งสู่อนำคต อำทิ โครงกำร Made in Malaysia Gloves และโครงกำรด้ำนควำมยั่งยืนใน หลำกหลำยมิติ เพื่อยกระดับมำตรฐำนอุตสำหกรรม เสริมสร้ำงควำมยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทำน ตลอดจนสร้ำงควำมเชื่อมั่นและ ควำมน่ำเชื่อถือของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในตลำดโลก

    ท่ำมกลำงควำมส ำคัญที่เพิ่มขึ้นของกำรตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทำน (Supply Chain Traceability) กำรยกระดับควำมโปร่งใสและกำรก ำกับดูแลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นจึงกลำยเป็นปัจจัยส ำคัญต่อกำรพัฒนำอุตสำหกรรมถุงมือยำงอย่ำงยั่งยืน ใน บริบทดังกล่ำว ระบบกำรออกใบอนุญำตส ำหรับผู้ผลิตถุงมือยำงของ กรมยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) ยังคงมีบทบำทส ำคัญในกำรรักษำมำตรฐำนสำกล ตลอดจนเสริมสร้ำงควำมน่ำเชื่อถือ และขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน ของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในตลำดโลก

    ด้ำน นำยอูน คิม ฮุง ประธำน สมำคมผู้ผลิตถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) กล่ำวว่ำ ภำคอุตสำหกรรมก ำลังเผชิญกับ สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจที่ท้ำทำยมำกยิ่งขึ้น จำกกำรแข่งขันในตลำดโลกที่ทวีควำมรุนแรง ควำมคำดหวังด้ำนกำรปฏิบัติตำม กฎระเบียบที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบที่มีควำมซับซ้อนมำกขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตยังต้องรับมือกับกำร ตรวจสอบจำกนำนำประเทศที่เข้มงวดขึ้นในประเด็นด้ำนคุณภำพ กำรตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทำน มำตรฐำนแรงงำน และกำรด ำเนินธุรกิจอย่ำงยั่งยืน

    “อุตสำหกรรมถุงมือยำงในปัจจุบันก ำลังด ำเนินธุรกิจภำยใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปอย่ำงมำก ควำมส ำเร็จในอดีตเพียงอย่ำงเดียว ไม่อำจรับประกันควำมสำมำรถในกำรแข่งขันในอนำคตได้ มำเลเซียจึงจ ำเป็นต้องเดินหน้ำสร้ำงควำมแตกต่ำงอย่ำงต่อเนื่อง โดย ยึดมั่นในคุณภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ กำรปฏิบัติตำมมำตรฐำนและข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบ ตลอดจนกำรสร้ำงควำมไว้วำงใจจำกตลำดโลก” นำยอูนกล่ำว

    นำยอูนกล่ำวเพิ่มเติมว่ำ ตลอดระยะเวลำที่ผ่ำนมำ IRGCE ได้ก้ำวขึ้นเป็นเวทีระดับนำนำชำติที่รวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำกทุก ภำคส่วนของระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำงเข้ำไว้ด้วยกัน พร้อมท ำหน้ำที่เป็นแพลตฟอร์มส ำคัญในกำรแลกเปลี่ยนองค์ควำมรู้ ถ่ำยทอดนวัตกรรม สร้ำงควำมร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และร่วมก ำหนดทิศทำงอนำคตของอุตสำหกรรมถุงมือยำงในระดับโลก นอกจำกนี้ MARGMA ยังให้ควำมส ำคัญกับกำรพัฒนำบุคลำกรคุณภำพเพื่อรองรับกำรเติบโตของอุตสำหกรรมในอนำคต โดยมุ่ง ส่งเสริมควำมร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่ำงภำคอุตสำหกรรมและสถำบันกำรศึกษำ ล่ำสุด MARGMA ได้ร่วมมือกับ มหำวิทยำลัยโมนำช มำเลเซีย (Monash University Malaysia) เปิดตัวหลักสูตรปริญญำโทเฉพำะทำงด้ำนเทคโนโลยีคอลลอยด์และลำเท็กซ์ (Master’s Programme in Colloid and Latex Technology) เพื่อพัฒนำบุคลำกรที่มีควำมเชี่ยวชำญเฉพำะด้ำนและตอบสนองต่อ ควำมต้องกำรของอุตสำหกรรมในระยะยำว ควำมร่วมมือดังกล่ำวสะท้อนถึงควำมมุ่งมั่นในกำรเสริมสร้ำงศักยภำพด้ำน วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีของอุตสำหกรรมถุงมือยำง ผ่ำนกำรพัฒนำควำมเชี่ยวชำญเชิงลึกในสำขำวิทยำศำสตร์วัสดุ กำรเพิ่ม ประสิทธิภำพกระบวนกำรผลิต กำรพัฒนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และกำรยกระดับประสิทธิภำพด้ำนควำมยั่งยืน

    เพื่อรักษำควำมแข็งแกร่งและตอกย ้ำควำมเป็นผู้น ำของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในเวทีโลก MARGMA ได้ก ำหนดกรอบ ยุทธศำสตร์ส ำคัญ 4 ด้ำน เพื่อขับเคลื่อนกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืนและยกระดับขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันในระยะยำว ได้แก่

    • สร้างความแตกต่างในตลาดโลก (Global Differentiation): ตอกย ้ำภำพลักษณ์ของมำเลเซียในฐำนะแหล่งผลิตถุงมือ ยำงคุณภำพสูงที่ได้รับควำมไว้วำงใจจำกตลำดโลก โดยให้ควำมส ำคัญกับคุณภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ กำรปฏิบัติตำม มำตรฐำนและข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบ มำกกว่ำกำรแข่งขันด้ำนรำคำ

    • ขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technical Advancement): เสริมสร้ำงควำมได้เปรียบด้ำนเทคนิคผ่ำนกำร ลงทุนอย่ำงต่อเนื่องในระบบอัตโนมัติ วิทยำศำสตร์วัสดุ กำรเพิ่มประสิทธิภำพกระบวนกำรผลิต และเทคโนโลยีกำรผลิต ที่ยั่งยืน

    • พัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศแห่งองค์ความรู้ (Talent and Knowledge Ecosystem): ส่งเสริมควำมร่วมมือ ระหว่ำงภำคอุตสำหกรรมและสถำบันกำรศึกษำ เพื่อยกระดับศักยภำพด้ำนกำรวิจัย พัฒนำบุคลำกรที่มีทักษะขั้นสูงและสร้ำงก ำลังคนคุณภำพรองรับกำรเติบโ ของอุตสำหกรรมในอนำคต

    • ยกระดับมาตรฐานด้าน ESG และความยั่งยืน (ESG and Sustainable Practices): ผลักดันมำตรฐำนอุตสำหกรรมในด้ำนกำรก ำกับดูแลแรงงำน กำรจัดหำวัตถุดิบอย่ำงมีควำมรับผิดชอบ และกำรสร้ำงควำมโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทำน เพื่อรองรับควำมคำดหวังของผู้ซื้อทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงข้อก ำหนดด้ำนกำรเข้ำถึงตลำดในระดับสำกล

    กำรตอบรับอย่ำงล้นหลำมต่อพิธีลงนำมควำมร่วมมือกับผู้สนับสนุน (Sponsor Signing Ceremony) สะท้อนถึงควำมเชื่อมั่นอย่ำง แข็งแกร่งของภำคอุตสำหกรรมที่มีต่อ IRGCE 2026 ตลอดจนตอกย ้ำบทบำทของประเทศมำเลเซียในฐำนะศูนย์กลำงส ำคัญของ ระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลก ในโอกำสนี้ MARGMA ขอแสดงควำมขอบคุณอย่ำงจริงใจต่อผู้สนับสนุนทุกภำคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนกำรจัดงำน การประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026)

    ผู้สนับสนุนระดับทอง (Gold Sponsors) ประกอบด้วย:

    • Hartalega NGC Sdn Bhd

    • Kossan Latex Industries Sdn Bhd

    • Reebow Intelligent Equipment (M) Sdn Bhd

    • Supermax Glove Manufacturing Sdn Bhd

    • Tiong Tat Printing Industries Sdn Bhd

    • Top Glove Sdn Bhd

    ผู้สนับสนุนระดับเงิน (Silver Sponsors) ประกอบด้วย:

    • CCM Polymers Sdn Bhd

    • Koon Seng Sdn Bhd

    ผู้สนับสนุนระดับบรอนซ์ (Bronze Sponsors) ประกอบด้วย:

    • Anhui INTCO Medical Products Co., Ltd.

    • Gas Malaysia Energy and Services Sdn Bhd

    • Lexis Chemical Sdn Bhd

    • Sri Trang Gloves (Thailand) Public Company Limited

    พิธีลงนำมบันทึกควำมเข้ำใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ระหว่ำง สมำคมผู้ผลิตถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) และ สภำอุตสำหกรรมยำงแห่งมำเลเซีย (MRC) สะท้อนถึงควำมร่วมมือและควำมมุ่งมั่นร่วมกันในกำรผลักดัน ควำมส ำเร็จของ IRGCE 2026 พร้อมทั้งตอกย ้ำบทบำทของประเทศมำเลเซียในฐำนะศูนย์กลำงส ำคัญของอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลก

    กำรจัดงำนครั้งนี้ได้รับกำรสนับสนุนจำกหน่วยงำนภำครัฐและองค์กรชั้นน ำของมำเลเซีย ได้แก่ คณะกรรมกำรยำงแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) กระทรวงกำรลงทุน กำรค้ำ และอุตสำหกรรม (Ministry of Investment, Trade and Industry: MITI) บรรษัทพัฒนำกำรค้ำต่ำงประเทศของมำเลเซีย (Malaysia External Trade Development Corporation: MATRADE) ส ำนักงำนส่งเสริมกำรจัดประชุมและนิทรรศกำรแห่งมำเลเซีย (Malaysia Convention & Exhibition Bureau: MyCEB) และ สถำบันพลำสติกและยำงแห่งมำเลเซีย (Plastics and Rubber Institute Malaysia: PRIM) ซึ่งล้วนมีบทบำทส ำคัญในกำร สนับสนุนกำรพัฒนำอุตสำหกรรมและยกระดับศักยภำพของมำเลเซียสู่กำรเป็นศูนย์กลำงอุตสำหกรรมถุงมือยำงในระดับ นำนำชำติ

    ด้วยกำรมีส่วนร่วมอย่ำงแข็งขันจำกภำคอุตสำหกรรม ควำมร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่ำงพันธมิตรจำกหลำกหลำยภำคส่วน และกำร สนับสนุนอย่ำงต่อเนื่องจำกหน่วยงำนภำครัฐและสถำบันที่เกี่ยวข้อง การประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) จึงพร้อมก้ำวสู่กำรเป็นเวทีส ำคัญที่ทรงอิทธิพลที่สุดนับตั้งแต่มีกำรจัดงำนมำ พร้อมตอกย ้ำบทบำทของ ประเทศมำเลเซียในฐำนะผู้น ำอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลกที่เปี่ยมด้วยศักยภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ และควำมพร้อมในกำร ขับเคลื่อนอุตสำหกรรมสู่อนำคตอย่ำงยั่งยืน

  • แผนการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยปี 2026 สำหรับนักลงทุนต่างชาติ: อุตสาหกรรม สิทธิประโยชน์ และกลยุทธ์ธุรกิจ

    แผนการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยปี 2026 สำหรับนักลงทุนต่างชาติ: อุตสาหกรรม สิทธิประโยชน์ และกลยุทธ์ธุรกิจ

    ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียนในปี 2026 นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากมองว่าประเทศไทยเป็นฐานขยายธุรกิจระดับภูมิภาค เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ระบบอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้ว และการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด เพราะกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านการถือครองอาจส่งผลต่อธุรกิจ

    การเลือกอุตสาหกรรมเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ประเทศไทยสนับสนุนอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีอาหาร สุขภาพ โลจิสติกส์ และศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการลงทุน

    BOI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลงทุน นักลงทุนที่ได้รับการอนุมัติอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่ใช่ภาษี รวมถึงการถือครองต่างชาติที่ยืดหยุ่นในบางกิจการ อย่างไรก็ตาม ต้องมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนและปฏิบัติตามเงื่อนไข

    กฎ Foreign Business Act ยังคงเป็นข้อพิจารณาหลัก นักลงทุนต้องเลือกโครงสร้างที่เหมาะสม เช่น บริษัทไทย จำกัด สาขา หรือกิจการร่วมทุน การใช้โครงสร้างที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย

    ภาษีและบัญชีต้องได้รับการวางแผนล่วงหน้า เช่น ภาษีนิติบุคคล VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมถึงการโอนเงินกำไรไปต่างประเทศ

    การดำเนินงานจริงก็มีความสำคัญ นักลงทุนต้องพิจารณาซัพพลายเชน โลจิสติกส์ การจ้างงาน และพันธมิตรในพื้นที่

    ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แต่ต้องการการวางกลยุทธ์ที่รอบคอบและการปฏิบัติที่ถูกต้อง