Blog

  • การเอาชนะอุปสรรคทางกฎหมายและข้อบังคับสำหรับ SMEs ในประเทศไทย

    การเอาชนะอุปสรรคทางกฎหมายและข้อบังคับสำหรับ SMEs ในประเทศไทย

    ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้จะมีความสำคัญ แต่พวกเขามักประสบปัญหาในการเอาชนะอุปสรรคทางกฎหมายและข้อบังคับที่มาพร้อมกับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อุปสรรคเหล่านี้มีตั้งแต่กฎหมายภาษีที่ซับซ้อนจนถึงข้อบังคับแรงงานที่เข้มงวด ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติตามเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น

    ความท้าทายแรกที่ SMEs เผชิญคือความซับซ้อนของการจดทะเบียนธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎหมายบริษัท ในประเทศไทย กระบวนการในการเริ่มต้นธุรกิจนั้นอาจใช้เวลานานและยากลำบาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ เจ้าของธุรกิจต้องทำตามขั้นตอนหลายขั้นตอน เช่น การขอใบอนุญาตธุรกิจ การจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการปฏิบัติตามข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม ทุกขั้นตอนต้องใช้เอกสารและกระบวนการทางกฎหมายที่อาจทำให้รู้สึกท่วมท้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบกฎหมายไทย

    นอกจากอุปสรรคในการจดทะเบียนแล้ว SMEs ยังต้องเผชิญกับระบบภาษีที่ซับซ้อนของประเทศไทย รัฐบาลไทยกำหนดภาษีหลายประเภทที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งรวมถึงภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับพนักงาน สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การรักษาความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางภาษีเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อมีกฎหมายภาษีที่ซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีบ่อยครั้ง สำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก การทำผิดพลาดทางภาษีอาจนำไปสู่บทลงโทษและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

    กฎหมายแรงงานเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ SMEs ต้องเผชิญในประเทศไทย กฎหมายแรงงานของไทยได้รับการออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงาน แต่ก็สามารถสร้างภาระให้กับ SMEs ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสัญญาจ้าง, ค่าจ้างขั้นต่ำ, และผลประโยชน์ต่าง ๆ กฎหมายกำหนดให้ธุรกิจต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำให้กับพนักงาน รวมถึงการให้ผลประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การจ่ายสมทบประกันสังคมและการดูแลสุขภาพ สำหรับ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจด้วยงบประมาณที่จำกัด การปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้อาจเป็นความท้าทาย

    การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับ SMEs โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่พึ่งพานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีเอกลักษณ์ ประเทศไทยมีกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา แต่การบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้อาจไม่สม่ำเสมอ SMEs อาจพบว่าเป็นเรื่องยากในการปกป้องเครื่องหมายการค้า, สิทธิบัตร, หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ซึ่งทำให้ธุรกิจเสี่ยงต่อการละเมิด

    นอกจากนี้ยังมีความท้าทายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับและการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายและข้อบังคับในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และขาดความโปร่งใสในการสื่อสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ SMEs มักไม่ทราบเกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมายใหม่ ๆ หรืออาจปรับตัวไม่ได้ทันเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ

  • ชวนคนรักน้องหมาอิ่มอร่อยกับ Sunday Brunch & Bark ใจกลางสุขุมวิท พร้อมบุฟเฟต์สำหรับเพื่อนซี้สี่ขา

    ชวนคนรักน้องหมาอิ่มอร่อยกับ Sunday Brunch & Bark ใจกลางสุขุมวิท พร้อมบุฟเฟต์สำหรับเพื่อนซี้สี่ขา

    โรงแรมอลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสประสบการณ์ ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ในบ่ายวันอาทิตย์สุดชิลล์ เปิดโอกาสให้คุณพาสุนัขตัวโปรดมาร่วมรับประทานอาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพัก และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิทที่คึกคัก และใกล้รถไฟฟ้า กิจกรรมนี้มอบประสบการณ์วันอาทิตย์ที่ผ่อนคลายสำหรับทั้งเจ้าของและเพื่อนสี่ขา

    หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กิจกรรม ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก
    จะกลับมาอีกครั้งในทุกๆวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เพื่อเชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมบรันช์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ
    ในบรรยากาศสุดคึกคักและอบอุ่น
    โดยผู้เข้าร่วมงานและสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจในกิจกรรมบรันช์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง

     

    กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Pet Parents ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารบุฟเฟต์แบบไม่อั้นพร้อมสัตว์เลี้ยง
    โดยเปิดโอกาสให้สามารถพาเพื่อนสี่ขามาร่วมบรันช์ได้โดยไม่ต้องเข้าพัก
    และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง
    ภายในงานเต็มไปด้วยเมนูบรันช์หลากหลาย เครื่องดื่มสดชื่น
    และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของทั้งเจ้าของและสุนัข

     

    ในครั้งนี้ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา
    เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ
    Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for
    whole dog” และ 4 Paws & A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย
    ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.” สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด
    ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์ ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ
    มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ
    เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ
    กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

     

    หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กิจกรรม ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก
    จะกลับมาอีกครั้งในทุกๆวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เพื่อเชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมบรันช์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ
    ในบรรยากาศสุดคึกคักและอบอุ่น
    โดยผู้เข้าร่วมงานและสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจในกิจกรรมบรันช์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง

     

    กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Pet Parents ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารบุฟเฟต์แบบไม่อั้นพร้อมสัตว์เลี้ยง
    โดยเปิดโอกาสให้สามารถพาเพื่อนสี่ขามาร่วมบรันช์ได้โดยไม่ต้องเข้าพัก
    และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง
    ภายในงานเต็มไปด้วยเมนูบรันช์หลากหลาย เครื่องดื่มสดชื่น
    และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของทั้งเจ้าของและสุนัข

     

    ในครั้งนี้ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา
    เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ
    Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for
    whole dog” และ 4 Paws & A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย
    ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.” สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด
    ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์ ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ
    มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ
    เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ
    กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

     

    สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-207-7000 หรืออีเมล Fb.Aloftbkk@alofthotels.com

     ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/

    อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/aloftbangkok/

    ไลน์: https://lin.ee/sHUk8r8

  • ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ: อุตสาหกรรมระบบรางรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่ Asia Pacific Rail 2026

    ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ: อุตสาหกรรมระบบรางรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่ Asia Pacific Rail 2026

    งาน Asia Pacific Rail 2026 เตรียมกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ระหว่างวันที่ 6–7 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของภูมิภาค

    งาน Asia Pacific Rail 2026 เตรียมกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ระหว่างวันที่ 6–7 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของภูมิภาค 

    เอเชียกำลังอยู่ในช่วงของการลงทุนและพัฒนาโครงข่ายระบบรางครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง การขยายระบบรถไฟฟ้าในเมือง และเครือข่ายขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน กำลังพลิกโฉมรูปแบบการเดินทางของผู้คนและการขนส่งสินค้าในระดับหลายร้อยล้านคนทั่วภูมิภาค  

    การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี การจัดซื้อจัดจ้าง นโยบาย หรือความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของระบบรางในภูมิภาคไปอีกหลายทศวรรษ และ Asia Pacific Rail 2026 คือเวทีที่การตัดสินใจสำคัญเหล่านี้เกิดขึ้น 

    ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 28 ของการจัดงาน Asia Pacific Rail โดยงานดังกล่าวได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบบรางกว่า 5,000 ราย ครอบคลุมผู้ให้บริการ หน่วยงานภาครัฐ ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการเทคโนโลยี พันธมิตรด้านโซลูชัน และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วภูมิภาค พร้อมด้วยผู้แสดงสินค้ากว่า 200 ราย และวิทยากรกว่า 160 ท่าน นับเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายระบบราง และกำหนดทิศทางของระบบรางยุคถัดไปในเอเชียแปซิฟิก 

    ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านความยั่งยืน การเชื่อมโยงระดับภูมิภาค และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ งาน Asia Pacific Rail 2026 จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการพัฒนาเครือข่ายระบบรางที่มีความปลอดภัย ชาญฉลาด และเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น 

    งาน Asia Pacific Rail 2026 ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรมจากทั่วเอเชียแปซิฟิก อาทิ กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งตอกย้ำสถานะของงานในฐานะแพลตฟอร์มการค้าด้านระบบรางชั้นนำของภูมิภาค 

    ภายในพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ จะมีผู้จัดแสดงสินค้าและผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำกว่า 200 รายเข้าร่วม อาทิ Huawei, Hitachi Rail, Alstom, Siemens Mobility, Pandrol และ Plasser & Theurer พร้อมด้วยพาวิลเลียนจากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สเปน สหราชอาณาจักร และประเทศในเอเชีย 

    “บทสนทนาที่กำหนดอนาคตของระบบรางในเอเชีย ไม่ได้เกิดขึ้นในรายงานหรือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เกิดขึ้นภายในห้องประชุมอย่างที่เราสร้างขึ้นใน Asia Pacific Rail” Paul Clark กรรมการผู้จัดการ บริษัท Terrapinn Pte Ltd กล่าว 

    “จึงไม่น่าแปลกใจที่งานในปีนี้ได้รับความสนใจในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้อำนวยการโครงการที่กำลังบริหารจัดการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ซับซ้อน ผู้ให้บริการที่ต้องการเปรียบเทียบเทคโนโลยีระบบอาณัติสัญญาณล่าสุด หรือผู้พัฒนาโซลูชันที่มองหาโอกาสขยายสู่ตลาดใหม่ การเข้าร่วมงานเพียงสองวันในกรุงเทพฯ จะมอบทั้งองค์ความรู้ เครือข่าย และแรงขับเคลื่อนทางธุรกิจได้มากกว่างานอื่นใดในปฏิทินอุตสาหกรรม” 

    การประชุมภายใน Asia Pacific Rail 2026 ครอบคลุม 6 หัวข้อหลัก โดยเปิดให้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ ระบบอาณัติสัญญาณและการสื่อสาร ระบบรางดิจิทัล การปฏิบัติการ การบริหารจัดการสินทรัพย์และการซ่อมบำรุง ระบบขนส่งสินค้าทางราง และโครงการรถไฟทางไกล และรถไฟฟ้าในเมือง  

    ทั้งนี้ มีวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายองค์กรในภูมิภาคยืนยันเข้าร่วมการบรรยายและแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ 

    – Guest of Honour: Phiphat Ratchakitprakarn, Deputy Prime Minister and Minister of Transport, Ministry of Transport

    – Guest of Honour: Anan Phonimdang, Governor, State Railway of Thailand 

    – Guest of Honour: Dr. Michael Bernhardt, Vice President Infrastructure, German Railway Industry Association (VDB) 

    – Jeffrey Sim, Group Chief Executive Officer, SBS Transit 

    – Dr. Sara Cheung, Executive Advisor, Asia Era One 

    – Dr. Tayakorn Chandrangsu, Director of Safety and Maintenance Standards, Department of Rail Transport, Thailand 

    – Christoforus Deberland, Division Head of Rolling Stock and AFC Maintenance, PT MRT Jakarta 

    – Tsuyoshi Tabuchi, Chief Technology Officer, West Japan Railway Company 

    – Kiat Chao Hou, Deputy Head, Group Digital and AI Office, SBS Transit 

    – Krissinto Novan Dwipratama, Manager of Track Evaluation, PT Kereta Api Indonesia 

    – Prof. Ravi Ravitharan, Director, Monash Institute of Railway Technology 

    การเข้าร่วมงานเปิดให้ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบบรางที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ 

    www.terrapinn.com/exhibition/asia-pacific-rail/index.stm

    สำหรับการลงทะเบียนสื่อมวลชนและการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อคุณ 

    Jessica Foong ทางอีเมล Jessica.foong@terrapinn.com 

    เกี่ยวกับงาน Asia Pacific Rail 

    Asia Pacific Rail คือมหกรรมด้านระบบรางอันดับ 1 ของเอเชีย โดยบริษัท Terrapinn และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย งานดังกล่าวเป็นเวทีที่รวบรวมผู้มีบทบาทจากทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรมระบบราง ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการ หน่วยงานภาครัฐ วิศวกร ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และพันธมิตรด้านโซลูชัน 

    ภายในระยะเวลา 2 วันของการจัดงาน ครอบคลุมการประชุมวิชาการ นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจอย่างครบวงจร โดยงาน Asia Pacific Rail ถือเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมระบบรางทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 

    www.terrapinn.com/exhibition/asia-pacific-rail/index.stm

  • ส่งมอบประสบการณ์การประชุมที่น่าจดจำ กับ แมริออท บอนวอย อีเว้นท์ โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    ส่งมอบประสบการณ์การประชุมที่น่าจดจำ กับ แมริออท บอนวอย อีเว้นท์ โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ขอเชิญชวนลูกค้าองค์กรและผู้จัดงาน ยกระดับการจัดประชุมและอีเวนต์ทางธุรกิจครั้งถัดไปกับโปรแกรม แมริออท บอนวอย อีเว้นท์ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบทั้งประสบการณ์อันโดดเด่นและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าในทุกการจัดงาน โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS นานา เพียง 500 เมตร มอบความสะดวกสบายในการเดินทาง ท่ามกลางย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานองค์กรที่ต้องการความคล่องตัวและความทันสมัย

    ด้วยการออกแบบสไตล์ลอฟท์ร่วมสมัยที่ผสานความสะดวกสบายอย่างลงตัว พื้นที่จัดประชุมของโรงแรมจึงเอื้อต่อการสร้างสรรค์ไอเดียและการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ที่ทันสมัย อาทิ จอแสดงผล LED โปรเจกเตอร์ ระบบเสียงคุณภาพสูง ไมโครโฟนไร้สาย และระบบอะคูสติกบนเพดาน อีกทั้งยังสามารถปรับรูปแบบห้องได้อย่างยืดหยุ่น รองรับทั้งการประชุม สัมมนา และงานเลี้ยงส่วนตัวได้อย่างมืออาชีพ

    เพื่อยกระดับประสบการณ์การจัดงานให้ครบวงจร โรงแรมยังได้นำเสนอแนวคิดคอฟฟี่เบรคแบบร่วมสมัย โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่น พร้อมการนำเสนอที่ใส่ใจรายละเอียด ให้ทุกช่วงเวลาของการประชุมเต็มไปด้วยความประทับใจและรสชาติที่ลงตัว

    ในปีนี้ แมริออท บอนวอย อีเว้นท์ มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ที่ไม่เพียงเพิ่มความคุ้มค่า แต่ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์การจัดงานให้พิเศษยิ่งขึ้น

    สำหรับการจองแบบกลุ่มและบริการจัดเลี้ยง / การจองห้องพักแบบกลุ่ม

    – รับคะแนน แมริออท บอนวอย™ 3 เท่า

    – รับส่วนลด 5% จากยอดรวมทั้งหมด

    – รับฟรี 1 ห้องพักต่อการจองทุก 20 ห้อง หรือเครื่องดื่มต้อนรับสำหรับแขกสูงสุด 80 ท่าน

    – ผู้จัดงานสามารถรับคะแนนโบนัสสูงสุด 20,000 คะแนน สำหรับโรงแรมระดับพรีเมียมและลักชัวรี หรือ 10,000 คะแนน สำหรับโรงแรมระดับเซเล็คท์ เมื่อทำการจองห้องพักผ่านระบบ ResLink

    นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับการจัดงานในรูปแบบบริการจัดเลี้ยง โดยมีข้อเสนอดังนี้:

    สำหรับบริการจัดเลี้ยง

    – รับคะแนน แมริออท บอนวอย™ 3 เท่า

    – รับส่วนลด 5% จากยอดรวมทั้งหมด

    – รับเครื่องดื่มต้อนรับสำหรับแขกสูงสุด 80 ท่าน

    และยังสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์พิเศษที่คัดสรรโดยโรงแรมที่เข้าร่วม เพื่อให้งานของคุณเต็มไปด้วยความทรงจำที่น่าประทับใจ

    ข้อเสนอนี้สำหรับการจองภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และจัดงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยการจองผ่านระบบ ResLink จะช่วยให้การวางแผนงานเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งในด้านการจัดการรายชื่อห้องพัก และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

    โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11 พร้อมเปลี่ยนทุกการรวมตัวให้เป็นมากกว่าการประชุม สู่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คน จุดประกายไอเดีย และสร้างความประทับใจที่ยั่งยืน

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองการจัดงาน

    อีเมล: BKKALSales@marriott.com

    โทร: +66 (0) 2 207 7000

    เยี่ยมชมเว็บไซต์โรงแรม: https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/

  • Delivering Meaningful Connections and Unforgettable Experiences at the Heart of Marriott Bonvoy Events at Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Delivering Meaningful Connections and Unforgettable Experiences at the Heart of Marriott Bonvoy Events at Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Aloft Bangkok Sukhumvit 11 invites corporate clients and event organizers to elevate their next business gathering with Marriott Bonvoy Events, where every meeting is designed to deliver both exceptional experiences and meaningful rewards. Located just 500 meters from BTS Nana, the hotel offers seamless accessibility in the heart of Sukhumvit’s vibrant business and lifestyle district, making it an ideal destination for dynamic corporate events.

    Blending contemporary loft-inspired design with functional comfort, the hotel’s meeting spaces create an environment where creativity and collaboration come naturally. The newly enhanced meeting facilities are equipped with state-of-the-art audiovisual technology, including LED TV screens, projectors, and advanced sound systems with wireless microphones and acoustic ceiling solutions. Flexible room configurations allow each event to be fully customized, ensuring a seamless and professional experience for meetings, seminars, and private functions.

    To further enhance the experience, Aloft Bangkok Sukhumvit 11 introduces a sustainable coffee break concept, featuring quality local ingredients, environmentally friendly serviceware, and mindful waste reduction practices. This ensures that every meeting not only delivers exceptional quality but also supports responsible and sustainable hospitality.

    This year, Marriott Bonvoy Events offers not only exceptional value but also the opportunity to create memories that last beyond the event itself. Make your group and/or catering booking with us and unlock a series of exclusive rewards:

    GROUP & CATERING / GROUP ONLY

    – Triple Marriott Bonvoy™ points*

    – 5% off master bill

    – One complimentary room night for every 20 rooms booked OR one complimentary welcome drink per guest for up to 80 guests

    – Meeting planners and group organizers can earn 20,000 bonus points at participating premium and luxury brands, or 10,000 bonus points at participating select brands, when all room bookings are made through ResLink

    For catering-only events, enjoy the following exclusive benefits:

    CATERING ONLY

    – Triple Marriott Bonvoy™ points*

    – 5% off master bill

    – One complimentary welcome drink per guest for up to 80 guests

    Plus, enjoy exclusive and curated experiences at participating hotels, ensuring your event delivers unforgettable memories.

    This campaign is available for bookings made by September 30, 2026, for events taking place between January 1 and December 31, 2026. Direct bookings through Marriott ResLink provide a seamless planning experience, including efficient rooming list management and access to additional rewards.

    Marriott Bonvoy Events at Aloft Bangkok Sukhumvit 11 transforms every gathering into more than just a meeting – it becomes a meaningful experience that connects people, inspires ideas, and creates lasting impressions beyond the event itself.

    For reservations, inquiries, and information, please contact BKKALSales@marriott.com or call +66 (0) 2 207 7000

    Visit our hotel website: https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/

  • Ractive Digital Expands into Thailand to Support Accelerating Digital Transformation

    Ractive Digital Expands into Thailand to Support Accelerating Digital Transformation

    Ractive Digital announces its expansion into Thailand, targeting one of Southeast Asia’s fastest growing digital economies. The move aligns with Thailand’s national transformation agenda under Thailand 4.0, which prioritizes digital innovation, smart industries, and data driven growth.

    Thailand has emerged as a regional digital leader, with high internet penetration and strong social media usage across the population. Businesses across industries are increasingly shifting toward performance driven marketing and measurable digital outcomes, creating growing demand for insight led solutions.

    Ractive Digital enters the market with a localized strategy designed to help Thai enterprises and multinational brands scale effectively while aligning with cultural, linguistic, and commercial nuances.

    “Thailand sits at an important point where digital adoption is becoming a core business priority,” said a Ractive Digital representative. “Our expansion focuses on helping organizations translate digital efforts into meaningful business outcomes, not just visibility.”

    Ractive Digital’s approach integrates:

    – Market intelligence and audience insights

    – Data driven campaign execution

    – Executive led thought leadership content

    – Full funnel performance optimization

    The company also emphasizes bilingual communication strategies, ensuring consistency across Thai and international stakeholders, an increasingly important factor as Thailand continues to strengthen its role as a regional business hub.

    As competition intensifies across industries including retail, finance, and real estate, Ractive Digital aims to position itself as a strategic partner for brands seeking sustainable and long-term growth in Thailand.

    About Ractive Digital Pte Ltd

    About Ractive Digital

    Ractive Digital is a Singapore based digital solutions company specialising in web development, mobile applications, UI/UX design, and scalable digital platforms. Founded in 2016, the company delivers user centric solutions that help businesses strengthen their digital presence and support growth across industries. With a focus on quality, performance, and seamless user experience, Ractive Digital partners with organisations to drive digital transformation and regional expansion. Learn more at https://ractivetech.com/

  • แนวโน้มการซื้อขายชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 จนถึงตอนนี้

    แนวโน้มการซื้อขายชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 จนถึงตอนนี้

    เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเสริมความแข็งแกร่งเนื่องจากเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายออนไลน์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก ตั้งแต่สิงคโปร์ไปจนถึงอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ จำนวนนักเทรดที่ทำการซื้อขายอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2569 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิภาคนี้จะไม่ใช่จำนวนของนักเทรด แต่เป็นวิธีที่นักเทรดทำการซื้อขายในตลาด ซึ่งพวกเขาไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การซื้อขายตามโอกาส แต่จะอยู่ที่การใช้ข้อมูลเพื่อทำการตัดสินใจ

    การซื้อขายผ่านมือถือกลายเป็นวิธีหลักที่ทุกคนใช้

    แนวคิดในการซื้อขายผ่านมือของนักเทรดคือหัวใจหลักของการซื้อขายในปัจจุบัน ด้วยแอปที่อนุญาตให้นักเทรดเข้าถึงตัวชี้วัดทางเทคนิคกว่า 100 รายการ และกราฟหลากหลายประเภท นักเทรดสามารถวิเคราะห์ และดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ความเร็ว และความสะดวกสบายไม่ใช่ความหรูหรา แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็น

    การขยายเข้าสู่การซื้อขายหลายสินทรัพย์

    นักเทรดกำลังกระจายการลงทุนที่นอกเหนือไปจากฟอเร็กซ์มากขึ้นโดยพวกเขากำลังสร้างการเปิดรับความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท:

    ●      ฟอเร็กซ์ยังคงเป็นสินทรัพย์หลัก เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง และเข้าถึงได้ง่าย

    ●      ทอง และสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้รับความสนใจในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

    ●      ดัชนีโลก เช่น US500 หรือ NASDAQ ช่วยให้นักเทรดสามารถเข้าถึงเศรษฐกิจของประเทศสำคัญ ๆ ได้

    ซื้อขายแบบมีโครงสร้าง และใช้ข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น

    หนึ่งในแนวโน้มที่น่าสังเกตในปี พ.ศ. 2569 คือการซื้อขายเชิงวิเคราะห์ นักเทรดกำลังใช้สิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้มากขึ้น:

    ●      ตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น RSI, MACD และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

    ●      โครงสร้างตลาด และการเคลื่อนไหวของราคา

    ●      พื้นที่สภาพคล่อง เช่น แนวรับ/แนวต้าน และความไม่สมดุล

    ●      ปัจจัย และข่าวสารด้านเศรษฐกิจมหภาค

    การบริหารความเสี่ยงคือวินัยที่สำคัญ

    ด้วยการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น นักเทรดกำลังมุ่งเน้นไปที่การควบคุมความเสี่ยงมากขึ้น

    ●      การควบคุมขนาดของตำแหน่งโดยเปรียบเทียบกับยอดเงินคงเหลือในบัญชี

    ●      การใช้กลยุทธ์หยุดขาดทุน และทำกำไร

    ●      การปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาด โดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวน

    เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์ม

    แพลตฟอร์มที่ทันใหม่อย่าง Just Markets ช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการนี้โดยมีการนำเสนอ:

    ●      ดำเนินการตามคำสั่งได้รวดเร็ว

    ●      เข้าถึงตลาดโลกได้ด้วยบัญชีเดียว

    ●      เครื่องมือวิเคราะห์ที่ทรงพลังพร้อมตัวชี้วัดมากกว่า 100 รายการ

    ●      เงื่อนไขในการซื้อขายที่มีความยืดหยุ่นซึ่งจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่เลือก

    ●      โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการปกป้องเงินทุน และข้อมูล

    สรุป

    สภาพแวดล้อมของการซื้อขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี พ.ศ. 2569 จะมีลักษณะโดดเด่นด้วยการซื้อขายที่เป็น “มืออาชีพ” มากขึ้น โดยที่การเข้าถึงตลาด และเครื่องมือจะไม่ใช่ตัวแบ่งแยกความแตกต่างอีกต่อไป แต่ความสามารถในการใช้งานเครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ ความแตกต่างระหว่างจำนวนนักเทรดที่ทำการซื้อขายอย่างต่อเนื่องกับนักเทรดที่ทำกำไรได้ จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารความเสี่ยง การดำเนินการซื้อขายอย่างเป็นระบบ และความเข้าใจในข้อมูลของตลาด

    คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน

  • SusHi Tech Tokyo 2026 – งานประชุมนวัตกรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะจัดขึ้นที่โตเกียว ขับเคลื่อนเมืองยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

    SusHi Tech Tokyo 2026 – งานประชุมนวัตกรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะจัดขึ้นที่โตเกียว ขับเคลื่อนเมืองยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

    ■ ภาพหลัก

    โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น — รัฐบาลมหานครโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “SusHi Tech Tokyo 2026” หนึ่งในงานประชุมนวัตกรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

    ภายใต้แนวคิด “Sustainable Cities through High Technology” งานนี้จะรวบรวมผู้มีบทบาทด้านนวัตกรรมที่หลากหลาย—including สตาร์ทอัพ นักลงทุน บริษัท มหาวิทยาลัย และภาครัฐ—from ทั่วโลก เพื่อสร้างการดำเนินการและโซลูชันใหม่ ๆ สำหรับความท้าทายระดับโลก

    ■ รายละเอียดงาน
    วันธุรกิจ: 27–28 เมษายน 2026
    วันสำหรับประชาชนทั่วไป: 29 เมษายน 2026
    สถานที่: Tokyo Big Sight (ฮอลล์ฝั่งตะวันตก 1–4), โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

    ■ ภาพรวมสถานที่และนิทรรศการ

    สถานที่จะประกอบด้วยโซนจัดแสดงที่มีความเคลื่อนไหว พื้นที่สำหรับการสร้างเครือข่าย และพื้นที่สำหรับการประชุมทางธุรกิจ ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วม

    ■ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
    SusHi Tech Tokyo 2026 จะจัดขึ้นในขนาดที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน:
    – มีสตาร์ทอัพเข้าร่วมจัดแสดงประมาณ 770 ราย
    – มีการประชุมทางธุรกิจประมาณ 10,000 ครั้ง
    – มีผู้เข้าร่วมประมาณ 60,000 คน มี 158 เซสชัน

    ■ ไฮไลต์สำคัญ

    1. การเข้าร่วมของสตาร์ทอัพระดับโลก
    สตาร์ทอัพจากมากกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค จะนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยและแนวคิดทางธุรกิจผ่านนิทรรศการและการแข่งขันพิตช์
    2.  แพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเปิด
    พื้นที่เฉพาะจะเชื่อมโยงบริษัทและสตาร์ทอัพ เพื่อเร่งการร่วมสร้างสรรค์และการพัฒนาธุรกิจใหม่
    3.  การจับคู่ธุรกิจขั้นสูง
    ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI และแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการจะช่วยให้การจับคู่ การนัดหมายการประชุม และโอกาสในการสร้างเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    ■ หัวข้อสำคัญ

    งานนี้จะมุ่งเน้นไปที่สี่ด้านหลักที่กำหนดอนาคตของเมือง:
    – AI – การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานจริง
    – หุ่นยนต์ – เพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือและผลิตภาพของมนุษย์
    – ความยืดหยุ่น – การรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ
    – ความบันเทิง – สร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและดิจิทัลรูปแบบใหม่

    ■ เนื้อหาประสบการณ์แห่งอนาคต

    ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น หุ่นยนต์ VR/XR โดรน และการพิมพ์สามมิติ ซึ่งมอบมุมมองที่สมจริงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเมืองแห่งอนาคต

    ■ วัตถุประสงค์
    “SusHi Tech Tokyo” เป็นมากกว่านิทรรศการ—เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อ:
    – สร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศ
    – แก้ไขความท้าทายด้านเมืองและสังคม
    – เสริมสร้างระบบนิเวศของสตาร์ทอัพระดับโลก

    ■ วิสัยทัศน์ในอนาคต

    มองไปข้างหน้าสู่ปี 2032 งานนี้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับเมือง เปลี่ยนโตเกียวให้เป็นศูนย์กลางระดับโลกที่นวัตกรรมขยายออกไปนอกสถานที่จัดงานสู่ทั้งเมือง

    ■ สรุป

    SusHi Tech Tokyo 2026 เป็นแพลตฟอร์มที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเทคโนโลยี ธุรกิจ และสังคมมาบรรจบกัน—นำผู้นำระดับโลกมาร่วมสร้างอนาคตของเมืองที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • METT Singapore จับมือ UPGroup Asia และ The MasterPlan ในฐานะพันธมิตรหลัก เพื่อยกระดับศักยภาพสถานที่จัดงานและอุตสาหกรรม MICE ในสิงคโปร์

    METT Singapore จับมือ UPGroup Asia และ The MasterPlan ในฐานะพันธมิตรหลัก เพื่อยกระดับศักยภาพสถานที่จัดงานและอุตสาหกรรม MICE ในสิงคโปร์

    METT Singapore, UPGroup Asia และ The MasterPlan ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อผสานพื้นที่จัดงานระดับพรีเมียมของโรงแรมไลฟ์สไตล์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโปรดักชัน AVL (audio visual lighting) ของ UPGroup Asia และความเชี่ยวชาญด้านการจัดงานธุรกิจมูลค่าสูงของ The MasterPlan LLP

    พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 ณ METT Singapore, 11 Canning Walk, Singapore ภายในงาน METTUP 2026 ซึ่งเป็นงาน networking สำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม MICE, hospitality และอีเวนต์

    ภายใต้ความร่วมมือนี้ UPGroup Asia ได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตรหลักด้าน AVL ของ METT Singapore โดยให้บริการด้านระบบภาพ เสียง แสง และการถ่ายทอดสด (livestream production) สำหรับงานอีเวนต์ภายในสถานที่ พร้อมนำ Venue Management Programme มาใช้เพื่อยกระดับการดำเนินงานของสถานที่จัดงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

    The MasterPlan ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการจัดงาน B2B เช่น conference, seminar, product launch, media launch และการประชุมระดับผู้บริหาร (C-level meeting) จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลักด้านเอเจนซี่อีเวนต์และการออกแบบโปรแกรม โดยให้การสนับสนุนผู้จัดงานในการออกแบบและดำเนินงานอีเวนต์ที่ METT Singapore อย่างครบวงจร

    “METT Singapore มีทั้งพื้นที่และเอกลักษณ์ที่ลูกค้าองค์กรกำลังมองหา สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการทำให้โปรดักชันเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อไม่ให้ด้านเทคนิคมารบกวนประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน การมี The MasterPlan เข้าร่วมยังช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบโปรแกรมและการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ลูกค้ามีทุกองค์ประกอบที่จำเป็นในการจัดงานคุณภาพสูงในสถานที่ที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว”

    — Adam Piperdy, Founder & Chief Experience Officer, UPGroup Asia

    “ลูกค้าของเราต้องการสถานที่ที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งบรรยากาศ โปรแกรม และโปรดักชัน METT Singapore มอบสภาพแวดล้อมที่โดดเด่นและการทำงานร่วมกับ UPGroup Asia ทำให้เรามีศักยภาพด้านโปรดักชันที่พร้อมใช้งานทันที สำหรับผู้วางแผนการประชุมและลูกค้าองค์กรที่มองหาสถานที่ที่ทั้งแตกต่างและพร้อมใช้งาน METT Singapore สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน”

    — Jasmine Ho, Founder & Managing Partner, The MasterPlan LLP

    ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ METT Singapore ในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับงานองค์กรและงาน MICE โดยการผสานโซลูชันด้านภาพ เสียง และแสงของ UPGroup Asia เข้ากับการดำเนินงานของสถานที่ ทำให้สามารถรองรับการจัดงานได้อย่างราบรื่นและสร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังในทุกขนาดของงาน ขณะเดียวกัน เครือข่ายลูกค้าองค์กรของ The MasterPlan LLP และความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบโปรแกรม ยังช่วยให้สถานที่แห่งนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้จัดงาน ลูกค้าองค์กร และแบรนด์ระดับพรีเมียมที่ต้องการสถานที่จัดงานที่มีเอกลักษณ์

    “ที่ METT Singapore เราเชื่อในการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ผ่านการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและประสบการณ์ที่มีความหมาย ความร่วมมือกับ UPGroup Asia และ The MasterPlan LLP ช่วยให้เราสามารถผสานสภาพแวดล้อมของเราเข้ากับความสามารถด้านโปรดักชันและความเชี่ยวชาญด้านอีเวนต์ที่ลูกค้าองค์กรและ MICE ในปัจจุบันคาดหวัง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับองค์กรต่างๆให้มาสัมผัสประสบการณ์ที่ METT Singapore”

    — Marcel Li, General Manager, METT Singapore

    METT Singapore ตั้งอยู่ภายใน Fort Canning Park และดำเนินการโดย Sunset Mett Sing Pte. Ltd. ภายใต้ Sunset Hospitality Group โรงแรมมีห้องพักและห้องสวีททั้งหมด 84 ห้อง พร้อมพื้นที่จัดงาน ได้แก่ Grand Ballroom ขนาด 950 ตารางเมตร และ Junior Ballroom ขนาด 360 ตารางเมตร รวมถึงพื้นที่ outdoor terrace ซึ่งได้รับการออกแบบโดยเน้นดีไซน์ (design-led environment) เพื่อรองรับงานองค์กรและงานอีเวนต์ระดับพรีเมียม

  • SusHi Tech Tokyo 2026 – งานประชุมนวัตกรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะจัดขึ้นที่โตเกียว ขับเคลื่อนเมืองยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

    SusHi Tech Tokyo 2026 – งานประชุมนวัตกรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะจัดขึ้นที่โตเกียว ขับเคลื่อนเมืองยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

    ■ ภาพหลัก

    โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น — รัฐบาลมหานครโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “SusHi Tech Tokyo 2026” หนึ่งในงานประชุมนวัตกรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

    ภายใต้แนวคิด “Sustainable Cities through High Technology” งานนี้จะรวบรวมผู้มีบทบาทด้านนวัตกรรมที่หลากหลาย—including สตาร์ทอัพ นักลงทุน บริษัท มหาวิทยาลัย และภาครัฐ—from ทั่วโลก เพื่อสร้างการดำเนินการและโซลูชันใหม่ ๆ สำหรับความท้าทายระดับโลก

    ■ รายละเอียดงาน

    วันธุรกิจ: 27–28 เมษายน 2026

    วันสำหรับประชาชนทั่วไป: 29 เมษายน 2026

    สถานที่: Tokyo Big Sight (ฮอลล์ฝั่งตะวันตก 1–4), โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

    ■ ภาพรวมสถานที่และนิทรรศการ

    สถานที่จะประกอบด้วยโซนจัดแสดงที่มีความเคลื่อนไหว พื้นที่สำหรับการสร้างเครือข่าย และพื้นที่สำหรับการประชุมทางธุรกิจ ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วม

    ■ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    SusHi Tech Tokyo 2026 จะจัดขึ้นในขนาดที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน:

    – มีสตาร์ทอัพเข้าร่วมจัดแสดงประมาณ 770 ราย

    – มีการประชุมทางธุรกิจประมาณ 10,000 ครั้ง

    – มีผู้เข้าร่วมประมาณ 60,000 คน
    มี 158 เซสชัน

    ■ ไฮไลต์สำคัญ

    1. การเข้าร่วมของสตาร์ทอัพระดับโลก

    สตาร์ทอัพจากมากกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค จะนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยและแนวคิดทางธุรกิจผ่านนิทรรศการและการแข่งขันพิตช์

    2.  แพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเปิด

    พื้นที่เฉพาะจะเชื่อมโยงบริษัทและสตาร์ทอัพ เพื่อเร่งการร่วมสร้างสรรค์และการพัฒนาธุรกิจใหม่

    3.  การจับคู่ธุรกิจขั้นสูง

    ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI และแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการจะช่วยให้การจับคู่ การนัดหมายการประชุม และโอกาสในการสร้างเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    ■ หัวข้อสำคัญ

    งานนี้จะมุ่งเน้นไปที่สี่ด้านหลักที่กำหนดอนาคตของเมือง:

    – AI – การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานจริง

    – หุ่นยนต์ – เพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือและผลิตภาพของมนุษย์
    – ความยืดหยุ่น – การรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ

    – ความบันเทิง – สร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและดิจิทัลรูปแบบใหม่

    ■ เนื้อหาประสบการณ์แห่งอนาคต

    ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น หุ่นยนต์ VR/XR โดรน และการพิมพ์สามมิติ ซึ่งมอบมุมมองที่สมจริงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเมืองแห่งอนาคต

    ■ วัตถุประสงค์

    “SusHi Tech Tokyo” เป็นมากกว่านิทรรศการ—เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อ:

    – สร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศ

    – แก้ไขความท้าทายด้านเมืองและสังคม

    – เสริมสร้างระบบนิเวศของสตาร์ทอัพระดับโลก

    ■ วิสัยทัศน์ในอนาคต

    มองไปข้างหน้าสู่ปี 2032 งานนี้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับเมือง เปลี่ยนโตเกียวให้เป็นศูนย์กลางระดับโลกที่นวัตกรรมขยายออกไปนอกสถานที่จัดงานสู่ทั้งเมือง

    ■ สรุป

    SusHi Tech Tokyo 2026 เป็นแพลตฟอร์มที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเทคโนโลยี ธุรกิจ และสังคมมาบรรจบกัน—นำผู้นำระดับโลกมาร่วมสร้างอนาคตของเมืองที่ยั่งยืนไปด้วยกัน